จากกรณี 'บีเอ็ม-สปอร์ตไรเดอร์' เห็นไหมว่าคนนั่งหลังก็ต้องคาด 'เข็มขัดนิรภัย'..!

จากกรณี 'บีเอ็ม-สปอร์ตไรเดอร์' เห็นไหมว่าคนนั่งหลังก็ต้องคาด 'เข็มขัดนิรภัย'..!
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     ไม่นานมานี้มีประเด็นอุบัติเหตุที่กลายเป็นประเด็นครึกโครม หลังรถหรู 'บีเอ็มดับเบิ้ลยู ซีรี่ย์ 3' ชนเข้ากับ 'โตโยต้า สปอร์ตไรเดอร์' จนเป็นเหตุให้รถเสียหลักพุ่งชนกำแพง ทำให้ผู้ที่นั่งภายในรถบีเอ็มฯ เสียชีวิตถึง 3 ราย


     จากกรณีดังกล่าวหลายคนตั้งคำถามว่า ทำไมรถยุโรประดับบีเอ็มดับเบิ้ลยูถึงมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากจากอุบัติเหตุดังกล่าว ขณะที่ห้องโดยสารของสปอร์ตไรเดอร์กลับแทบไม่ได้รับความเสียหายเลย

     ซึ่งแน่นอนครับว่าหากดูลักษณะการชนในคลิปนั้น จะพบว่ารถบีเอ็มฯ พุ่งชนเข้าทางด้านข้างห้องเครื่องของสปอร์ตไรเดอร์ ส่งผลให้แรงปะทะกระจายไปยังอีกฝั่งของตัวรถ ไม่ลุกลามมาถึงห้องโดยสาร (แต่หากบีเอ็มฯไม่หักหลบ กระแทกเข้าห้องโดยสารตรงๆ ฝั่งสปอร์ตไรเดอร์ก็น่าเป็นห่วงเหมือนกัน)

 

     ขณะที่ตัวรถบีเอ็มฯ เกิดแรงปะทะด้านหน้าแบบ Partial หรือเพียงบางส่วน ทำให้มีพื้นที่ซับแรงปะทะน้อย บวกกับแรงเฉื่อยของรถที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูง ทำให้ตัวเสียหลักรถหมุนคว้างก่อนกระแทกเข้ากับกำแพงบ้านที่อยู่ข้างๆ ฉีกชิ้นส่วนตัวรถกระจุยกระจายไปทั่วบริเวณ

     และนั่นจึงเป็นสาเหตุที่ Sanook! Auto อยากแนะนำให้ผู้โดยสารทุกท่านคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง แม้ว่าจะนั่งอยู่เบาะหลังก็ตาม เพราะอะไรน่ะหรือครับ?



     สถิติการเกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่ เกิดขึ้นจากการปะทะด้านหน้าตรง (ทั้งชนหน้า-ชนท้าย) ซึ่งกรณีเช่นนี้ ผู้โดยสารตอนหน้าจะมีความเสี่ยงมากกว่า เนื่องจากแรงเฉื่อยของร่างกายอาจส่งผลให้ผู้โดยสารพุ่งไปกระแทกกับพวงมาลัย หรือคอนโซลหน้ารถ และหากใช้ความเร็วสูงก็อาจทำให้ศีรษะพุ่งไปกระแทกกระจกหน้า หรือแย่กว่านั้นคือพุ่งทะลุกระจกไปเลย

     ขณะที่ผู้โดยสารตอนหลัง จะยังคงมีเบาะนั่งคู่หน้าช่วยรับแรงกระแทก ทำให้ร่างกายยังคงอยู่ภายในห้องโดยสาร แต่ก็อาจกระแทกกับชิ้นส่วนภายในรถจนได้รับอันตรายอยู่ดี ยกเว้นเสียแต่ผู้ที่นั่งบริเวณตอนกลางของเบาะหลัง ที่ร่างอาจพุ่งไปปะทะเข้ากับคอนโซลด้านหน้า เนื่องจากเป็นช่องโหว่ระหว่างเบาะคู่หน้าพอดี

 

     แต่กรณีที่เกิดขึ้นกับรถ บีเอ็มฯ และ สปอร์ตไรเดอร์ นั้นต่างออกไปอย่างชัดเจน เนื่องจากตัวรถมีการหมุนและกระแทก ทำให้แรงเฉื่อยไม่พุ่งตรงไปด้านหน้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังพุ่งไปทางด้านข้างด้วย ซึ่งผู้โดยสารที่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ก็อาจทำให้จุดสำคัญของร่างกายกระแทกเข้ากับส่วนต่างๆภายในรถจนเป็นอันตราย

     รวมถึงยังมีความเสี่ยงที่ผู้โดยสารจะพุ่งทะลุกระจกด้านข้างหรือประตูที่ถูกฉีกขาดออก จนกระเด็นออกมานอกตัวรถ จนทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตได้ ซึ่งกรณีเช่นนี้มักจะเกิดในอุบัติเหตุที่มีการเสียหลักจนตัวรถไถลออกด้านข้างหรือมีการพลิกคว่ำ ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการขับรถด้วยความเร็วสูง เช่น บนทางมอเตอร์เวย์ หรือทางหลวงข้ามจังหวัด เป็นต้น

 

     ทุกวันนี้เราละเลยกับการคาดเข็มขัดนิรภัยของผู้โดยสารตอนหลังกันจนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ผู้เขียนเชื่อว่าหลายคนยังมีความคิดฝังหัวว่านั่งเบาะหลังไม่ต้องคาดเข็มขัดก็ได้ เป็นเรื่องของคนขับและคนนั่งหน้าเท่านั้นที่ต้องคาด ที่สำคัญตำรวจจะได้ไม่จับ!

     ทีมงาน Sanook! Auto จึงอยากขอให้ทุกคนหันมาสร้างจิตสำนึก คาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งก่อนออกรถ ไม่ว่าจะเบาะหน้าหรือเบาะหลัง เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและคนที่เรารักครับ

 

     ขอบคุณภาพจาก Sanook! News, IIHS

 

 

ติดตามSanook! Auto