แอบดู Proton Preeve ว่าที่น้องใหม่ในกลุ่มคอมแพ็คคาร์

แอบดู Proton Preeve  ว่าที่น้องใหม่ในกลุ่มคอมแพ็คคาร์
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

                คาดว่ากำลังจะมาในอีกไม่ช้านี้กับอีกหนึ่งว่าที่รถยนต์รุ่นใหม่ที่เราได้ยินกันมายาวนานกับ  Proton Preeve  ที่ครั้งนี้จะเป็นการกระชากดีกรีอีกครั้งส่งท้ายปีของค่ายรถยนต์ Proton ที่แม้จะยังไม่มีรายละเอียดออกมาเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่เป็นที่แน่ชัดแล้วว่านี่น่าจะเป็นรถยนต์อีกรุ่นที่จะมาวางจำหน่ายในไทย

                รถยนต์  Proton Preeve  อาจจะไม่ได้เป็นที่คุ้นหูและเฝ้าติดตามของสื่อมวลชนมากนัก แต่ขณะที่มันอาจจะดูไม่ค่อยมีชื่อ นี่ก็ถือเป็นรถยนต์ที่  Proton  หมายมั่นปั้นมือ และมันยังมาพร้อมสมรรถนะที่เร้าใจ ภายใต้แนวคิดในการออกแบบให้มันดูแตกต่างกว่าที่รถยนต์ทุกรุ่นที่มีวางจำหน่ายในตลาดปัจจุบัน โดยเฉพาะเมื่อนี่คือผลงานชิ้นโบว์แดง ในความตั้งใจที่จะให้รถยนต์ของ Proton  ล้ำหน้าไปอีกขั้น ทั้งในเรื่องการออกแบบ สมรรถนะ และ เทคโนโลยีในด้านต่างๆ

 Proton PreeveProton Preeve

                เส้นสายในการออกแบบรถยนต์  Proton Preve  ใหม่เน้นหนักในเรื่องความสปอร์ตทันสมัยที่ยังดูโฉบเฉี่ยวไปด้วยพร้อมกัน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในแง่ของการออกแบบที่ปรับปรุงให้ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่ด้านหน้าจรดบั้นท้าย แนะนำออกมาในรูปแบบซีดาน ภายใต้เรือนร่างยาว 4543  ม.ม. กว้าง  1785 มม. และ สูง 1524  มม. มาพร้อมฐานล้อยาว 2650  ม.ม. หรือ มันมีขนาดใกล้เคียงกับรถยนต์ Proton Persona  แถมยังใหญ่กว่าอีกเล็กน้อย แต่มีน้ำหนักเพียง  1340  ก.ก.

                เอกลักษณ์ใหม่ที่เรียกว่า Proton wing ถูกแนะนำเป็นครั้งแรกในรถรุ่นนี้ ที่เสริมการออกแบบระหว่างกระจังหน้าเข้ากับไฟหน้าที่ดูมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น สอดรับความสปอร์ตและทันสมัย ด้วยไฟหน้าแบบ LED  ที่รวมไว้ภายในโคมไฟ รวมถึงล้ออัลลอยขอบ  16 นิ้ว จัดมาให้ในทุกรุ่นของ Proton Preve

                ด้านในห้องโดยสารเน้นความสะดวกสบายทันสมัยลงตัว ด้วยความเป็นสปอร์ตที่มีความกลมกลืนอยู่ในตัว ตั้งแต่คอนโซลหน้าที่ปรับให้เข้ากับยุคสมัยมากยิ่งขึ้น แนะนำด้วยพวงมาลัยมัลติฟังชั่นที่ให้ความลงตัวในเรื่องของการใช้งาน สตาร์ทเครื่องยนต์ง่ายกับปุ่ม Push start Button

 Proton Preeve

                ตรงหน้าคนขับมีระบบหน้าจอแสดงผลอัจฉริยะ  Smart Info display จัดวางไว้ตรงกลางชุดหน้าปัดเรืองแสงที่เรืองรองด้วยเสน่ห์แต่งแต้มเต็มเหยียดในแบบสปอร์ต  แถมด้วยช่องเก็บของต่างๆมากมายรอบห้องโดยสาร และ ที่สำคัญรถมาเลเซียคันนี้ยังมีความชาญฉลาดล้ำสมัยกับระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ และ ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ ที่ถือว่าเป็นทีเด็ดที่เน้นย้ำถึงเสน่ห์ของเทคโนโลยี

                ด้านสมรรถนะการขับขี่ หลายคนที่เป็นคอสปอร์ตคงจะถูกใจกับเรือนร่างคอมแพ็คคาร์ ที่จะเป็นรถยนต์ที่แหวกแนวในตลาดด้วย เครื่องยนต์  CFE  ขนาด 1.6  ลิตร พร้อมระบบเทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงสุด  138  แรงม้า ตอบสนองความต้องการในการขับขี่กับแรงบิดสูงสุด 205  นิวตันเมตร  ซึ่งเป็นบล็อคเดียวกับที่อยู่ใน Proton Exora Turbo  และครั้งนี้มันมาพร้อมกับระบบเกียร์  CVT  เช่นเคย  ที่ให้ความมั่นใจในการขับขี่ ระบบเกียร์สูตรเดียวกับรถแข่ง 7 Speed Tronics  ตอบสนองทุกท่วงท่าการขับขี่ด้วยระบบ Paddle shift   สามารถกระดิกนิ้วเปลี่ยนเกียร์ได้ที่พวงมาลัยอย่างง่ายดาย

 Proton PreeveProton Preeve

                ของดียังไม่ได้มีแค่นั้น เพราะ Proton Preve ยังให้ความลงตัวด้วยระบบช่วงล่างที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ ด้วยความร่วมมือกับค่าย Lotus เช่นเดิม กับ ระบบช่วงล่างอิสระ Multi-Link, Proton R&H  ใหม่ ที่ทำให้สามารถตอบสนองได้ ดีมากยิ่งขึ้นที่บั้นท้าย โดยเฉพาะกับการขับขี่ที่เน้นสมรรถนะเต็มเปี่ยมบนทุกเส้นทาง

                แม้จะดูเหมือนเกิดมาเพื่อเป็นตัวแรงแต่ Proton Preve  ยังสนองต่อความลงตัวด้วยระบบความปลอดภัยต่างๆมากมาย ตั้งแต่โครงสร้างของตัวถัง  Reinforced Safety Structure (RESS)  ในการเสริมด้วยเหล็กเหนียวพิเศษ 12 จุดในตัวถัง และให้ความมั่นใจตั้งแต่การขับขี่ด้วยระบบควบคุมการทรงตัว ESC (electronic Stability Control)   ที่ให้ความมั่นใจในการปราบฝูงม้าด้วยระบบเบรก ABS  กระจายแรงเบรก  EBD รวมถึงป้องกันการลื่นไถล ด้วย  Traction Control

                นอกจากนี้ยังมีระบบป้องกันอื่นๆที่แถมมาพร้อมกันเช่นระบบป้องกันกระจกไฟฟ้าหนีบมือ ไปจนถึงถุงลมนิรภัยที่สามารถมั่นใจได้ในยามเกิดอุบัติเหตุติดตั้งมาให้ถึง  4  ใบ ทำให้ Proton Preve  เป็นรถที่ครบครันด้วยสมรรถนะและความปลอดภัย

            ในมาเลเซีย Proton Preve  วางจำหน่ายมาแล้วสักพักหนึ่ง โดยในรุ่นเกียร์ธรรมดามีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่  59,540  ริงกิต และสูงสุดในรุ่นเกียร์  CVT  ที่วางจำหน่ายในราคา  72,990 ริงกิต ส่วนราคาจำหน่ายในบ้านเรา คงต้องรอจนกว่าจะมีการเปิดตัววางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นภายในงาน Motor Expo 2012