"อีโค่คาร์" มันเหมาะมาทำแท็กซี่ จริงหรือ

"อีโค่คาร์" มันเหมาะมาทำแท็กซี่ จริงหรือ
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

            กลายเป็นเรื่องที่ได้รับการจับตามองในชั่วข้ามคืนเลยทีเดียว กับ การออกมาเปิดเผยจากที่ประชุม ครม.สัญจร ว่า รัฐบาลกำลังมีแนวโน้ม ในการผลักดันให้รถ "อีโค่คาร์" กลายมาเป็นรถยนต์เพื่อโดยสารสาธารณะหรือที่เราติดปากว่า "แท็กซี่" ซึ่ง แม้ วันนี้เราจะยังมองหน้าตาไม่ออกว่า รูปร่างหน้าตาจะมาเป็นอย่างไร แต่ก็ต้องยอมรับในแง่หนึ่งว่ามันเป็นเรื่องดีเช่นกัน

            ในแนวคิดหนึ่งของเรื่องนี้ ก็มาจากสถานการณ์ปัจจุบันของบรรดาพี่แท็กซี่ ที่มีน้อยคนนักที่จะเป็นของรถตัวเอง หรือกว่าจะมีก็เอาเสียแก่เท่า และต้องทำธุรกิจแบบเช่าช่วงหรือทำเป็นกะ ผลัดกันเช้า- กลางคืน ส่งผลให้ภาระส่วนหนึ่งตกอยู่ที่ผู้โดยสาร เรียกก็ไปบ้างไม่ไปบ้างแต่คนที่เป็นเถ้าแก่กลับสบาย

            กลับมาที่โครงการแท็กซี่อีโค่คาร์ งานนี้เรียกว่าเป็นอภิมหาโปรเจ็คสำคัญ เพราะนอกจากจะเป็นครั้งแรกที่มีการลดขนาดของรถ หลังจากในช่วงหลาย 10 ปีที่ผ่านมีกฏกระทรวงจำกัดในเรื่องของขนาดเครื่องยนต์ค้ำคออยู่ และ แน่นอนวันนี้เราจะพาไปดูหลายเหตุผลสำคัญว่าทำไม การจับ "อีโค่คาร์" มาทำแท็กซี่น่าจะดีกว่า    

    1.ลดการเช่าให้ผู้ขับเป็นเจ้าของ ผมเชื่อว่าคงมีหลายคนนั่งแท็กซี่และพบปัญหาต่างๆมากมาย และเมื่อร้องเรียนก็เหมือนไม่ช่วยอะไร เพราะแน่นอนทุกคนทำงานแล้วหวังได้เงิน การเช่าช่วงคือการที่เจ้าของรถให้ผู้อื่นเช่ารถแล้วขับบริการได้ โดยเสียเป็นกะ แน่นอน เรื่องนี้อาจจะไม่ใช่ที่รู้ในวงกว้างสำหรับผู้โดยสาร แต่เมื่อผู้ขับขี่เป็นเจ้าของตัวจริง มันก็มีโอกาสมากที่ลดทอนปัญหาต่างที่เราเจอได้

            2.มีแนวโน้มการลดค่าโดยสาร หรือไม่ปรับเพิ่มขึ้น อาจจะยังเป็นเรื่องที่ไม่สามารถฟันธงได้แต่ "อีโค่คาร์" เป็นรถที่เล็กและมันประหยัด ทำให้กำไรจากการประกอบการย่อมมีมากขึ้นแน่นอน เมื่อมองในแง่เศรษฐศาสตร์ง่ายๆ ส่วนหนึ่ง เพราะรัฐลั่นแล้วว่าจะมาพร้อมระบบ CNG เบ็ดเสร็จ ทำให้ย่อมมีกำไรมากขึ้นและถ้ารถมีการใช้พลังงานน้อยลงด้วย มันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเพิ่มค่าโดยสารตามที่มาเรียกร้องกัน..จริงไหม..

            3. ลดการใช้พลังงานที่ชัดเจน ปัจจุบันรัฐมีการส่งเสริมนโยบายในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะพลังงานทางเลือก แต่เราก็ฏิเสธไม่ได้ว่าที่ใช้ง่ายบ่อยและหนักที่สุดคือ "แท็กซี่ " และ ถ้าเราสามารถให้รถที่ใช้งานบ่อยที่สุดลดการใช้พลังงานได้ มันก็น่าจะดีใช่น้อยยิ่งกับแนวคิดทำระบบก๊าซ  CNG  ด้วยก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีเลยทีเดียว

            4.ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมในเมืองกรุง จริงอยู่อีโค่คาร์อาจจะเป็นรถยนต์ขนาดเล็กประหยัดพลังงานในแง่ของมุมมองผู้บริโภค แต่ความจริงแล้วนี่คือรถที่เน้นในการรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญมากกว่าและถ้ามีรถที่รักษาสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากยิ่งขึ้น อากาศในเมืองพลวงเราก็น่าจะดีขึ้นด้วย

 

            5.ช่วยให้เหมาะกับการใช้งานจริง ปัจจุบันเรามักจะพบว่ารถแท็กซี่เป็นที่ค่อนข้างมีขนาดใหญ่ และสำหรับเมืองกรุงปัจจุบัน ที่การเดินทางสะดวกขึ้น มันก็ไม่ได้จำเป็นเท่าไรนัก เพราะ ขนาดรถก็มีการปรับการออกแบบที่เหมาะสมมากยิ่งขึ้น ทำให้รถที่เล็กสามารถตอบสนองการเดินทางได้อย่างลงตัวโดยที่ขนาดภายนอกไม่ใช่ปัญหาเลยแม้แต่น้อย

            6.ช่วยในการสนับสนุนเทคโนโลยีใหม่ๆ ในแง่หนึ่งการใช้งานจริงคือการทดสอบอย่างหนึ่งที่สำคัญ และปัจจุบันมันก็มีหลายอย่างที่เข้ามามีบทบาทในการใช้รถใช้ถนนมากขึ้น ซึ่งการที่รถอีโค่คาร์จะหลายมาเป็นแท็กซี่ก็เป็นการช่วยสนับสนุนในแง่ของการดูแลรักษา ทำให้ช่างมีความรู้พอกพูน ส่วนวิศวกรก็มีข้อมูลมากพอที่จะเรียนรู้ในเรื่องสภาพการใช้งานจริง

            นอจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมในเรื่องอะไหล่รถยนต์รุ่นนั้นๆให้มีราคาถูกลงกว่าเดิมได้ พอสมควรเลยทีเดียว

          หากมองในภาพรวมแล้ว แท็กซี่ "อีโค่คาร์" มันมีข้อดีในหลายๆ ด้านเช่นกัน และมันก็เป็นโครงการที่น่าสนใจ ที่เราเองอยากจะเห็นมันเป็นรูปธรรมโดยเร็ว..