คอลัมน์ คาร์ทิปส์: รู้จักโช้กอัพแค่ไหน?

คอลัมน์ คาร์ทิปส์: รู้จักโช้กอัพแค่ไหน?
Matichon

สนับสนุนเนื้อหา

     ชิ้นส่วนรถยนต์ที่ทำหน้าที่ลดแรงกระแทกยามล้อรถยนต์สัมผัสพื้นผิวถนนคือช่วงล่าง อุปกรณ์ที่สำคัญคือ โช้กอัพ (Shock Absorber) "มติชน" ยานยนต์ รวบรวมข้อมูลนำเสนอหน้าที่ของโช้กอัพ จะเป็นตัวช่วยหน่วงเวลาไม่ให้สปริงเคลื่อนตัวเร็วเกินไป


     ช่วงล่างของรถยนต์ไม่ได้ใช้โช้กอัพรองรับน้ำหนัก ตัวรับน้ำหนักและแรงกระแทกคือสปริง แต่ถ้ารถมีแต่สปริง พอเจอถนนขรุขระ รถก็จะเด้งขึ้นเด้งลงตามค่าเคของสปริง อาจทำให้ยวบยาบมาก โช้กอัพจึงถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อหน่วงไม่ให้สปริงเคลื่อนตัวมากนัก

     เวลาเลือกโช้กอัพมาใส่รถ ต้องได้อย่างเสียอย่างเสมอ ถ้าอยากได้โช้กนิ่ม จะหน่วงสปริงได้น้อย นั่งแล้วนิ่มขึ้น แต่เวลาเข้าโค้งรถเอียงข้างยวบย้วย จะมีแรงจากศูนย์กลางมามาก แต่ถ้าคุณเลือกโช้กหนึบความนิ่มจะหายไป สปริงจะเคลื่อนที่ได้น้อยมาก แต่เวลาเข้าโค้งหรือขับซิกแซ็ก รถจะนิ่งเนียน

     โช้กอัพเดิมทีคือการใช้น้ำมันในการหน่วง น้ำมันนี้จะอยู่ในกระบอกโช้ก แท่งแกนโช้กถูกสอดลงไปในกระบอกนี้ มีก้อนวาล์วอยู่ตรงปลาย กั้นทำให้เกิดห้องสองห้องขึ้นในกระบอกโช้ก มีห้องบนและห้องล่าง ทั้งสองห้องมีน้ำมันอยู่

 

     เวลาจังหวะโช้กยืดตัวขึ้น น้ำมันจากห้องบนจะต้องถูกดันให้หนีลงมาห้องล่าง แต่วาล์วกั้นห้องนั้นมีรูและซอกเล็กมากให้น้ำมันผ่านได้จำกัดมาก ทำให้น้ำมันผ่านได้ช้าลง ผลก็คือเกิดการหน่วงไม่ให้ก้านสูบเลื่อนขึ้นเร็วเกินไป

     ในจังหวะโช้กกดตัวลงก็เช่นกัน น้ำมันจากห้องล่างจะพยายามหนีขึ้นห้องบนเพราะโดนดัน วาล์วก็เป็นตัวหน่วงอีกเช่นกัน

     การไหลผ่านร่องวาล์วเล็กๆ ในกระบอกสูบ หนืดไม่หนืด ขึ้นอยู่กับขนาดวาล์วและการออกแบบช่องทางเดินน้ำมันในวาล์ว

 

     ส่วนโช้กแก๊สคือการพัฒนาเอาโช้กเดิมมากั้นห้องไว้ข้างล่างสุดหนึ่งห้อง เป็นห้องโล่งๆ แล้วอัดแก๊สลงไป มีจุดประสงค์หลักคือทำให้มีแรงดันเพิ่มขึ้น

     ความหนืดของโช้กอัพขึ้นอยู่กับการออกแบบวาล์วลูกสูบเท่านั้น ส่วนปัญหาของโช้กอัพ มีเรื่องสำคัญอยู่เรื่องเดียวคือน้ำมันรั่วออกมาทางด้านบน ทำให้โช้กอัพสูญเสียน้ำมันไปเรื่อยๆ ทำให้สูญเสียความสามารถในการหน่วงไป ทำให้รถคุณวิ่งเหมือนเด้งอยู่บนสปริง ถ้าเป็นไม่มาก เช็กยางดูก็ได้ ถ้าสึกเป็นบั้งแนวขวาง แสดงว่าโช้กอัพมีปัญหา

     น้ำมันรั่วมีสาเหตุมาจากซีลยางด้านบนของกระบอกโช้ก ซีลยางนี้เสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา ตามระยะของผู้ผลิตโช้ก ควรเปลี่ยนโช้กอัพเมื่อรถวิ่งไปได้ 100,000 กม. หรือ 5 ปี โดยไม่ต้องรอให้รั่ว เพราะซีลเสื่อมแล้ว ถ้ารถไม่ค่อยได้ใช้ ซีลยางจะยิ่งแย่กว่าปกติ เพราะทุกครั้งที่โช้กขึ้นลง ก้านแกนโช้กจะนำเอาน้ำมันออกมาเล็กน้อยด้วยเพื่อช่วยหล่อลื่นซีล ถ้าไม่ใช้รถเลย จอดไว้เป็นอาทิตย์เฉยๆ ซีลจะแข็งและฉีกง่ายมาก โช้กรั่วก็จะตามมาแน่นอน

     เวลาติดตั้งโช้ก อย่าลืมเตือนช่างไม่ให้ใช้คีมจับแกนโช้กตอนขันนอต เพราะจะทำให้แกนโช้กเป็นรอย เมื่อคุณเอารถไปขับ รอยนี้จะเสียดสีให้ซีลยางขาด จะทำให้รั่วอีก

     ดังนั้น เวลาเจอโช้กรั่วเร็ว บางทีอย่าโทษแต่ผู้ผลิต เพราะมีปัจจัยอีกมาก เช่น ตอนขันนอต ถ้าขันแน่นเกินไปก่อนเอาลงจากฮอยส์ ลงมาปุ๊บโช้กงอปั๊บ เพราะตอนอยู่บนฮอยส์ ช่วงล่างทั้งยวงห้อย ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งปกติ วิธีที่ถูกคือต้องขันแต่พออยู่ อย่าแน่น พอเอารถลงแล้วค่อยขันแน่น

 

     ที่มา มติชนรายวัน 14 พฤศจิกายน 2558