ขับรถลงเขาอย่างไรไม่ให้ 'เบรกแตก' ...!

ขับรถลงเขาอย่างไรไม่ให้ 'เบรกแตก' ...!
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     ช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสพาครอบครัวไปเที่ยว 'ภูทับเบิก' แหล่งท่องเที่ยวที่ถือว่าอยู่ในกระแส (ฉาว) สุดๆในช่วงนี้


     แต่การเดินทางไปเที่ยวครั้งนี้ กลับทำให้เห็นว่ายังมีผู้ขับขี่อีกจำนวนมาก ไม่มีทักษะในการขับรถ 'ลงเขา' อย่างจริงจัง ซึ่งเป็นเรื่องอันตรายกว่าที่คุณๆท่านๆคิดเอาไว้มาก เพราะการเดินทางครั้งนั้น ผมได้พบเห็นทั้งอุบัติเหตุเฉี่ยวชน คนขับคุมรถไม่อยู่ และที่หนักสุดคือแหกโค้งตกเหวตามที่ทีมข่าวเราได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้

     แล้วผมรู้ได้อย่างไรน่ะหรือครับ? ก็รถแทบทุกคันที่ขับลงเขาตามกันมานั้น มีไฟเบรกสว่างติดค้างอยู่แทบตลอดเวลา แสดงให้เห็นว่าคนขับใช้วิธีเหยียบเบรกเพื่อประคองความเร็วเพียงอย่างเดียว ทั้งๆที่ป้ายข้างทางก็บอกไว้แล้วว่า "ให้ใช้เกียร์ต่ำ" แถมยังลงมาด้วยความเร็วสูงเสียด้วยสิ ทำแบบนี้เบรกไม่แตก ก็ให้มันรู้ไป

     นี่ยังไม่รวมความ 'เข้าใจผิด' ที่น่าเป็นห่วงของใครหลายคน ทั้งให้ปลดเกียร์ว่างลงเขาบ้างล่ะ ดับเครื่องลงเขาบ้างล่ะ และอะไรต่อมิอะไรไม่รู้อีกหลายอย่าง... มาครับ มาทำความเข้าใจเสียใหม่ วันหยุดต่อไปของคุณและครอบครัวจะได้ปลอดภัยมากขึ้นกว่านี้

 

     การขับรถลงเขาที่ถูกต้องทำอย่างไร?

     ไม่ยากครับ ถ้าเป็นรถเกียร์ธรรมดา คุณก็แค่เข้าเกียร์ต่ำเอาไว้ หากทางชันมาก+โค้งหักศอกเยอะ ก็เอาแค่เกียร์ 1 ก็พอ หากชันไม่มาก+โค้งไม่เยอะพอใช้ความเร็วได้ ก็ขยับไปเกียร์ 2 แค่นั้นเอง จังหวะไหนต้องชะลอความเร็วเป็นพิเศษก็ใช้เบรกเท้าช่วยไปด้วย อันนี้ไม่เป็นไร

     การใส่เกียร์เอาไว้ จะช่วยให้เครื่องยนต์มีเอนจิ้นเบรก (Engine Brake) คอยประคองไม่ให้รถไหลด้วยความเร็วสูงจนเกินไปนั่นเอง ระหว่างนั้นเครื่องยนต์จะตวัดรอบขึ้นสูง ซึ่งเป็นอาการปกติของรถ ไม่ต้องเป็นห่วงแต่อย่างใด

     และแม้รอบเครื่องยนต์จะพุ่งขึ้นสูงในขณะที่ใช้เอนจิ้นเบรก แต่หัวฉีดจะมีการจ่ายน้ำมันน้อยกว่าปกติมาก ดังนั้นจึงไม่ต้องเป็นห่วงว่าเครื่องยนต์จะกินน้ำมันแต่อย่างใด

 

     ส่วนรถเกียร์อัตโนมัติยิ่งง่ายกว่าอีกครับ แค่ปรับจากเกียร์ D ปกติ ไปที่เกียร์ 1 หรือ 2 ตามที่บอกไปข้างต้น หากรู้สึกต้องการแรงเบรกเพิ่มขึ้น ก็คอยปรับลดเกียร์ต่ำลงมา เผลอๆคุณอาจไม่ต้องเหยียบเบรกเลยก็ได้

     ที่สำคัญควรใช้ความเร็วแต่พอเหมาะในการลงเขา ไม่ต้องรีบซิ่งไปจี้ก้นรถคันหน้าหรอกครับ เขาขับเร็วก็ปล่อยเขาไป เอาที่เราควบคุมอยู่อย่างปลอดภัยก็พอแล้ว

     ไปเที่ยวครั้งหน้าอย่าลืมนำวิธีไปใช้นะครับ ขอย้ำว่านี่ไม่ใช่ 'เทคนิค' แต่เป็นสิ่งที่ 'ต้องทำ' ครับ