First Impression: ทดสอบ 'Subaru Levorg' ใหม่ แค่สั้นๆ ก็สัมผัสได้ถึงความมันส์!

First Impression: ทดสอบ 'Subaru Levorg' ใหม่ แค่สั้นๆ ก็สัมผัสได้ถึงความมันส์!
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา Sanook! Auto ได้มีโอกาสเข้าร่วมงานเปิดตัว 'Subaru Levorg' ใหม่ล่าสุดที่ประเทศไต้หวัน ซึ่งเตรียมเข้ามาจำหน่ายในบ้านเราสิ้นปีนี้เช่นกัน


     ซึ่งหลังจากพิธีเปิดเสร็จสิ้นแล้ว ทางซูบารุประเทศไต้หวันยังได้เชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมทดสอบ Levorg ใหม่ บนสนามปิดขนาดเล็กที่จัดเตรียมไว้ ให้พวกเราได้พอสัมผัสถึงสมรรถนะของเอสเตทคันนี้ ว่าจะยอดเยี่ยมสมชื่อซูบารุขนาดไหน

     ซูบารุ เลอวอร์ค เป็นรถแนวแวกอนหรือเอสเตท ที่พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของ Impreza โฉมปัจจุบัน ซึ่งคำว่า ‘Levorg’ นั้น มาจากการนำบางส่วนของคำว่า ‘Legacy’, ‘Revolution’ และ ‘Touring’ เข้าไว้ด้วยกัน จนกลายเป็นคำที่ดูแปลกตา ไม่ค่อยจะคุ้นหูนี้เอง

     แต่อย่างไรก็ดี จากการที่ซุบารุใช้คำว่า Legacy เข้ามารวมอยู่ในชื่อ Levorg ด้วยนั้น ส่วนหนึ่งก็เป็นความต้องการที่จะให้รถรุ่นนี้ มาแทน Legacy Touring ในตลาดญี่ปุ่น

 

รุ่น 1.6 GT

 

     ในตลาดไต้หวันทำตลาดด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ 1.6 GT และ 1.6 GT-S ซึ่งก็ต่างกันเรื่องของการตกแต่งและอุปกรณ์มาตรฐานภายใน แต่ทั้งคู่ยังคงใช้เครื่องยนต์บล็อก 1.6 ลิตร เทอร์โบชาร์จ 4 สูบวางนอน หรือ ‘บ็อกเซอร์’ ให้กำลังสูงสุด 170 แรงม้า (PS) ที่ 4,800 – 5,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800 – 4,800 รอบต่อนาที

     ระบบส่งกำลังเป็นแบบ Lineartronic CVT ที่ขึ้นชื่อเรื่องการเปลี่ยนอัตราทดที่ลื่นไหล และความประหยัดมากกว่าเกียร์อัตโนมัติทั่วๆไป

     และสิ่งที่ขาดไม่ได้ใน Levorg ก็คือระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Symmetrical All-Wheel Drive อันเลื่องชื่อของซูบารุ ซึ่งเน้นออกแบบเพื่อเพิ่มสมรรถนะในการเข้าโค้ง การขับขี่บนถนนเปียก รวมถึงการเรียกอัตราเร่งให้ดีกว่ารถขับสองทั่วไป

 

     รูปลักษณ์ด้านหน้าของ Levorg ดูคุ้นเคยกันดี เพราะยกชุดมาจาก ‘WRX’ ที่วางจำหน่ายในบ้านเราเกือบทั้งหมด จะต่างกันก็ที่การตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งดูโฉบเฉี่ยว ลงตัว ความสวยงามแทบไม่ต้องพูดถึง ติดตั้งไฟหน้าแบบ LED พร้อมระบบปรับระดับสูง-ต่ำอัตโนมัติ มีที่ฉีดน้ำล้างไฟหน้า (Headlamp Washer) มาให้ด้วย กระจังหน้าและช่องดักลมบริเวณกันชนสีดำตกแต่งด้วยโครเมี่ยม โดดเด่นด้วย Hood ขนาดใหญ่บนฝากระโปรงหน้า

 

     เข้ามานั่งภายในห้องโดยสารก็สัมผัสได้ถึงความสปอร์ต ด้วยการตกแต่งภายในโทนสีดำ ติดตั้งหน้าจอ Info Display Meter ไว้ด้านบน เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว (ในรุ่น GT-S) พร้อมเชื่อมต่อ Bluetooth, USB/AUX ระบบปรับอากาศแบบ Dual-zone

     พวงมาลัยแบบ 3 ก้านทรงสปอร์ต ติดตั้งปุ่มควบคุมมากมาย ทั้งควบคุมเครื่องเสียง โทรศัพท์ ควบคุมความเร็วอัตโนมัติ รวมถึงปุ่มสำหรับควบคุมระบบ SI Drive สำหรับปรับโหมดการขับขี่ได้ตามต้องการ ใกล้กับบริเวณคันเกียร์ก็เป็นเบรกมือไฟฟ้า และอื่นๆอีกมาก ซึ่งนับเป็นรถที่เรียกได้ว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยอ็อพชั่นมากมาย

 

     ตัวเบาะนั่งคู่หน้าสามารถปรับได้ด้วยไฟฟ้า โดยเป็นเบาะหนังสีดำเดินตะเข็บด้วยด้ายสีฟ้า ตัวเบาะถูกออกแบบให้มีปีกหนาพอสมควร ช่วยโอบกระชับร่างกายเวลาเข้าโค้ง แต่ก็ยังสามารถนั่งโดยสารได้อย่างสบาย ไม่อึดอัด ส่วนเบาะหลังยังสามารถพับได้แบบ 60:40 รวมถึงสามารถพับได้เกือบราบ 100 เปอร์เซ็นต์ เหมาะสำหรับการขนของที่มีขนาดใหญ่

     ส่วนระบบความปลอดภัยนั้นถือว่าไม่แพ้รถยุโรปเลยทีเดียว เพราะมีให้ครบทั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ด้านข้าง, ม่านถุงลม และถุงลมบริเวณหัวเข่า, ระบบเบรก ABS/EBD และเสริมแรงเบรก BA, ระบบควบคุมเสถียรภาพ VDC, ระบบกระจายแรงบิด Active Torque Vectoring และไฟเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ

     นอกจากนั้นยังมีระบบความปลอดภัยระดับ Advance ทั้ง High Beam Assist ที่ช่วยปรับไฟหน้าสูง-ต่ำให้อัตโนมัติ, ระบบ Lane Change Assist, ระบบตรวจจับจุดบอด Blind Spot Detection รวมถึงระบบช่วยถอยออกจากช่องจอด Rear Cross Traffic Alert

 

 

     เรามาเริ่มของจริงกันเลยดีกว่า

     จริงๆต้องบอกก่อนว่า การทดสอบในครั้งนี้เป็นการขับขี่บนสนามปิดเล็กๆ ที่ซูบารุจัดเตรียมไว้ให้เท่านั้น ซึ่งอาจไม่ได้รับรู้ฟีลลิ่งการขับขี่ได้อย่างเต็มที่นัก แต่ก็พอบอกได้ว่า Levorg มันเป็นรถที่ขับสนุกรุ่นหนึ่งทีเดียวล่ะ

 

     เริ่มต้นจากสนามทดสอบรูปตัว ‘X’ ตามที่ปรากฏในภาพนี้ ซึ่งทีมงานให้เราขับวนเวียนไปมาเป็นรูปตัวเอ็กซ์นั่นเอง ซึ่งจุดนี้นอกจากเราจะได้ทดสอบช่วงล่างและพวงมาลัยของ Levorg ใหม่ คันนี้แล้ว เรายังทดสอบถึงระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร ที่ทำงานควบคู่กับระบบ Active Torque Vectoring ว่าจะเลี้ยวได้อย่างสนุกสนานสักเพียงไหน

     ซึ่งก็เป็นไปตามคาดเลยครับ ช่วงล่างของ Levorg สามารถเลี้ยวไปตามโค้งต่างๆได้อย่างแม่นยำ น้ำหนักพวงมาลัยที่ความเร็วระดับ 20-40 กม./ชม. จัดว่ากำลังดีเลยทีเดียว อัตราทดพวงมาลัยค่อนข้างกระชับ แม้ช่วงที่เป็นเลี้ยวหักศอกก็ไม่มีหลุด แม้เท้าขวาของเราจะจัดหนักขนาดไหนก็ตาม

 

     ขยับมาอีกหนึ่งสนามทดสอบ ซึ่งจุดนี้เราจะได้สัมผัสทั้งอัตราเร่ง การเบรก การเปลี่ยนเลนกะทันหัน รวมถึงการขับขี่แบบ Slalom เรียกว่าซูบารุพยายามยัดทุกอย่างเอาไว้ที่สนามเฉพาะกิจเล็กๆแห่งนี้ เพื่อให้เราได้ทดสอบกันเต็มที่

     ไม่รอช้าเราเริ่มทดสอบอัตราเร่งของ Levorg ใหม่ ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร 4 สูบนอน 170 แรงม้า พร้อมแรงบิดอีก 250 นิวตัน-เมตร ซึ่งเมื่อเหยียบคันเร่งลงไปจมมิด ก็สัมผัสได้ถึงแรงบิดที่ไหลมาเทมาอย่างต่อเนื่อง อาจรู้สึกถึงจังหวะหน่วงอยู่บ้างในช่วงตีนต้น โดยต้องให้พ้นช่วง 2,000 รอบขึ้นไปถึงจะเริ่มให้รู้สึกอาการหลังติดเบาะอยู่บ้าง แต่ไม่ทันไรก็สุดสนามซะแล้ว...

 

     ต่อมาเป็นการทดสอบการเปลี่ยนเลนกะทันหันและ Slalom ซึ่งแม้จะเป็นช่วงสั้นๆ แต่ก็เรียกสมรรถนะช่วงล่างของ Levorg ให้เห็นกันแบบสุดๆ เพราะสามารถควบคุมทิศทางได้อย่างแม่นยำ แม้ใช้ความเร็วพอประมาณและสภาพพื้นผิวบนสนามที่ค่อนข้างขรุขระและเต็มไปด้วยกรวดเม็ดเล็กๆ  แต่ Levorg เอาอยู่แบบสบายๆ

     เรียกว่าเป็นรถที่มีความคล่องตัวสูงมากจนน่าทึ่ง อันเป็นผลจากการเซ็ทช่วงล่างอันยอดเยี่ยม และการทำงานของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD นั่นเอง

 

     สรุปแล้วแม้เราจะได้สัมผัส Subaru Levorg ใหม่ กันเพียงสั้นๆ แต่ก็พอบอกคุณผู้อ่านได้ว่า นี่คือรถเอสเตทที่ไม่เพียงตอบสนองการใช้งานพื้นฐานในชีวิตประจำวันทั่วๆไปเท่านั้น แต่มันยังขับสนุกอย่างน่าเหลือเชื่อ จะติดก็อยู่ที่เรื่องของราคาจำหน่ายในบ้านเราเท่านั้น ว่าจะดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ให้หันมาเล่นซูบารุได้ขนาดไหน

     รอติดตามงานเปิดตัวกันได้ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป วันที่ 1 ธันวาคมนี้