เทียบสเป็ค Toyota Fortuner 2015 และ Mitsubishi Pajero Sport ใหม่ อ็อพชั่นใครแน่นกว่ากัน?

เทียบสเป็ค Toyota Fortuner 2015 และ Mitsubishi Pajero Sport ใหม่ อ็อพชั่นใครแน่นกว่ากัน?
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     เปิดตัวไปหมาดๆสำหรับ 'All-new Mitsubishi Pajero Sport 2015' ใหม่ ที่ใครหลายคนต่างให้ความสนใจ เนื่องจากถูกเปิดตัวหลัง 'Toyota Fortuner 2015' ใหม่ เพียงไม่กี่วันเท่านั้น แถมทั้งคู่ยังมีรูปลักษณ์ที่เรียกว่าเฉือนกันไม่ลงจริงๆ


     คราวนี้ Sanook! Auto จึงจับเอาพีพีวีทั้ง 2 รุ่นที่อยู่ในกระแสตอนนี้ มาเทียบสเป็คให้เห็นว่าค่ายไหนจัดเต็มกว่ากัน?

     เราได้ทำการเปรียบเทียบรถยนต์ทั้ง 2 รุ่น โดยใช้รุ่นท็อปสุด ที่มีอุปกรณ์มาตรฐานติดรถมาให้มากที่สุด ซึ่งก็คือ Mitsubishi Pajero Sport GT-Premium 4WD และ Toyota Fortuner 2.8V 4WD นั่นเองครับ

 

มิติตัวถังและเครื่องยนต์


     ตัวถังของ Fortuner มีขนาดใหญ่กว่า Pajero Sport อยู่เล็กน้อย จะเห็นชัดเจนก็คือความกว้างที่มากกว่ากันอยู่ราว 40 มิลลิเมตร ขณะที่ความยาวฐานล้อของ Pajero Sport ใหม่ มีความยาวกว่าราว 50 มิลลิเมตร

     เครื่องยนต์ของ Pajero Sport มีขนาดเล็กกว่า แต่ก็มาพร้อมระบบควบคุมวาล์ว MIVEC ให้กำลังสูงสุด 181 แรงม้า มากกว่า Fortuner อยู่ราว 4 ตัว ขณะที่แรงบิดของ Fortuner กลับมีมาให้มากกว่าราว 20 นิวตัน-เมตร อยู่ที่ 450 นิวตัน-เมตร แถมยังมาแบบ Flat Torque ตั้งแต่รอบต่ำเพียง 1,600 รอบต่อนาที ลากยาวไปจนถึง 2,400 รอบต่อนาที

     จุดเด่นของ Pajero Sport ที่เหนือกว่า Fortuner อย่างชัดเจน ก็คงจะเป็นระบบเกียร์อัตโนมัติถึง 8 สปีด ที่มีอัตราทดต่อเนื่องกว่าเกียร์ 6 สปีดของ Fortuner รวมถึงระบบเบรกแบบดิสก์ทั้ง 4 ล้ออีกด้วย

 

 

อุปกรณ์ภายนอก


     ทั้ง Fortuner และ Pajero ติดตั้งไฟหน้าแบบ Bi-LED พร้อมระบบปรับสูง-ต่ำอัตโนมัติ รวมถึง Daytime Running Light และไฟท้ายแบบ LED เช่นกัน ทั้งคู่ยังมาพร้อมระบบ Welcome Light และไฟส่องนำทางหลังดับเครื่องยนต์ แต่จุดเด่นสำคัญคงต้องยกให้ประตูหลังไฟฟ้าของ Fortuner ที่ในตลาดขณะนี้มีเพียง 2 รุ่นเท่านั้นที่ติดตั้งมาให้ นั่นคือ ฟอร์จูนเนอร์ และเอเวอร์เรสต์จากค่ายฟอร์ดนั่นเอง

 

 

อุปกรณ์ภายใน

     จุดเด่นของ Pajero Sport ที่เหนือกว่า Fortuner ได้แก่ เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง (เบาะนั่งของ Fortuner ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางเฉพาะฝั่งผู้ขับ), กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ, ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ 2 โซน (Fortuner เป็นแบบโซนเดียว)

     ปุ่มเลือกโหมดการขับขี่แบบ 4WD ของ Pajero Sport มีให้เลือกทั้งหมด 4 โหมด โดยเอาระบบ Center Differential Locked สำหรับถ่ายทอดกำลัง หน้า:หลัง แบบ 50:50 ไว้ในโหมดขับเคลื่อนสี่ล้อทั้ง High-Range และ Low-Range ด้วย

     ขณะที่ Fortuner จะเด่นในด้านของอุปกรณ์กระจุกกระจิกอย่างกระจกหน้าต่างแบบอัตโนมัติทั้ง 4 บาน, กล่องทำความเย็นบริเวณคอนโซลหน้า, ช่องจ่ายไฟ 12 โวลต์ 3 ตำแหน่ง (Pajero Sport มีให้ 2 ตำแหน่ง) และช่องจ่ายไฟ 220 โวลต์

 

 

ระบบเครื่องเสียง


     ทั้งคู่ติดตั้งเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว สามารถเล่นแผ่น DVD/MP3 ได้ มาพร้อมพอร์ต USB และ AUX รวมถึงระบบเชื่อมต่อ Bluetooth ที่รองรับเทคโนโลยี A2DP สำหรับดึงไฟล์เพลงในโทรศัพท์มาเล่นผ่านเครื่องเสียงรถได้

     แต่จุดเด่นอยู่ที่ระบบเครื่องเสียงสำหรับผู้โดยสารตอนหลังของ Pajero Sport ที่ติดตั้งหน้าจอพับได้แบบ Widescreen สามารถเล่น DVD ได้ต่างหาก มาพร้อมรีโมทควบคุมและหูฟังอินฟราเรดอีก 2 ตัว

 

 

ระบบความปลอดภัย


     Pajero Sport ถือเป็นรถรุ่นแรกในกลุ่ม PPV ในบ้านเรา ที่ติดตั้งระบบป้องกันการชนด้านหน้าอัตโนมัติ Forward Collision Mitigation มาให้ ที่ช่วยเตือนและชะลอความเร็วอัตโนมัติเมื่อใกล้ชน รวมถึงระบบ Ultrasonic Misacceleration Mitigation ที่ช่วยตัดกำลังเครื่องยนต์อัตโนมัติชั่วคราว หากมีความเสี่ยงในการเหยียบคันเร่งพุ่งชนวัตถุด้านหน้าและหลังในระยะ 4 เมตร และติดตั้งระบบเตือนมุมอับสายตา Blind Sport Warning มาให้

     นอกจากนั้น Pajero Sport ยังมาพร้อมกล้องมองรอบคันแบบ Bird's Eye View อาศัยภาพจากกล้องถึง 4 ตัว แถมยังคงติดตั้งเซ็นเซอร์รอบคันมาให้อีกต่างหาก ขณะที่ระบบความปลอดภัยอื่นๆที่มีมาให้ใน Fortuner นั้น ต่างก็ติดตั้งมาให้ใน Pajero Sport ทั้งหมดด้วยเช่นกัน

 

     ราคาจำหน่าย

  • Mitsubishi Pajero Sport 2.4 GT-Premium ราคา 1,450,000 บาท (ราคาแนะนำ 1,399,000 บาท จนถึง 30 ก.ย. 58)
  • Toyota Fortuner 2.8V 4WD AT ราคา 1,599,000 บาท