รีวิว Thairung Transformer Max 3.0 4WD ใหม่ เอสยูวีสัญชาติไทยดีไซน์แนว

รีวิว Thairung Transformer Max 3.0 4WD ใหม่ เอสยูวีสัญชาติไทยดีไซน์แนว
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     ที่ผ่านมา เราได้ทำรีวิวทั้งรถญี่ปุ่น รถยุโรป กันไปหลายต่อหลายคัน คราวนี้ลองหันมาดูรถสัญชาติไทยแบรนด์เก่าแก่อย่าง ‘ไทยรุ่ง’ กันดูบ้างว่าจะน่าคบหาขนาดไหน

     คราวนี้ Sanook! Auto มีโอกาสเข้าร่วมทดสอบ Thairung Transformer Max (ไทยรุ่ง ทรานส์ฟอร์เมอร์ แม็กซ์) บนเส้นทางกรุงเทพฯ-กุยบุรี ซึ่งก็เพียงพอที่จะจับฟีลลิ่งในการขับขี่เพื่อมาบอกเล่าให้คุณผู้อ่านได้พิจารณากัน



     จุดเด่นของ ไทยรุ่ง ทรานส์ฟอร์เมอร์ เห็นจะหนีไม่พ้นดีไซน์ภายนอกที่ชวนสะดุดตาผู้พบเห็น ด้วยรูปลักษณ์สไตล์ออฟโรดแบบฉบับคลาสสิก ขณะที่พื้นฐานถูกยกมาจากกระบะขายดีอย่าง โตโยต้า วีโก้ ซึ่งเป็นจุดการันตีด้านการบำรุงรักษาชิ้นส่วนประเภทเครื่องยนต์และช่วงล่างว่ามีอะไหล่ให้ใช้กันไปยาวๆ แน่นอน

     โดยคันที่เรามีโอกาสทดสอบครั้งนี้เป็นรุ่น ‘Transformer Max 3.0 4WD MT’ รุ่น 11 ที่นั่ง เกียร์ธรรมดา ซึ่งถือเป็นโมเดลล่าสุดของค่ายไทยรุ่ง ที่มาพร้อมหลังคาทรงสูง ช่วยเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสารขึ้นแยะ

 

     รูปลักษณ์ภายนอกของ Transformer Max ถูกออกแบบให้ดูมีเหลี่ยมสันตลอดทั้งคัน ดูเผินๆคล้ายกับเอสยูวีสัญชาติมะกันอย่าง ‘Hummer H3’ ผสมกับเอสยูวีคลาสสิกแห่งอังกฤษอย่าง ‘Land Rover Defender’ ยังไงยังงั้น

 

     ด้านหน้าติดตั้งไฟหน้าทรงกลมแบบมัลติรีเฟลกเตอร์ฮาโลเจน พร้อมไฟเลี้ยวทรงกลมแบบ LED กระจังหน้าถูกออกแบบให้เป็นซี่ทรงตั้งสีเงิน กันชนถูกออกแบบให้ดูเหลี่ยมสันเช่นกัน พร้อมไฟตัดหมอกคู่หน้า และตกแต่งด้วยแผ่นปิดชายกันชนสีเงิน ขณะที่กระโปรงหน้าติดตั้งช่องดักลมขนาดใหญ่

     ถัดมาด้านข้าง โดดเด่นด้วยโป่งล้อทรงเหลี่ยมสีดำขนาดใหญ่ พร้อมร่องสำหรับยึดตัวน็อตที่ช่วยให้ดูสมบุกสมบันมากขึ้น ติดตั้งที่เปิดประตูและกระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวแบบโครเมี่ยม ขณะที่ชายประตูด้านล่างตกแต่งด้วยสีดำเพิ่มความดุดัน มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว พร้อมยางขนาด 265/70 R16

 

     ด้านท้ายมาพร้อมไฟท้ายทรงกลม 2 ดวง ตกแต่งด้วยแผ่นปิดชายกันชนสีเงินออกแบบให้ดูดุดัน ขณะที่ประตูท้ายติดตั้งกล้องมองหลังไว้ตรงกลาง ตัวบานประตูสามารถเปิดได้ 2 จังหวะ ทั้งเปิดเฉพาะตัวกระจก และเปิดแบบทั้งบานไปทางด้านข้าง นอกจากนั้น ยังติดตั้งบันไดเหยียบแบบพับเก็บเองได้อัตโนมัติอีกด้วย วิธีใช้ก็เพียงใช้เท้ากดน้ำหนักลงไป เมื่อใช้เสร็จตัวบันไดก็จะค่อยๆเลื่อนขึ้นไปช้าๆ ช่วยให้การเข้าออกด้านหลังสะดวกมากขึ้น

 

     ห้องโดยสารภายในคุ้นตา ด้วยแผงคอนโซลที่ยกมาจาก ‘วีโก้’ ทั้งดุ้น ภายในตกแต่งด้วยสีดำดูเรียบหรู เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังแท้ทุกที่นั่ง พร้อมตกแต่งด้วยตัวหนังสือ ‘Transformer’ บริเวณพนักพิง

     ด้านบนคอนโซลถูกติดตั้งหน้าจอ MID สำหรับบอกข้อมูลการขับขี่ต่างๆ ขยับลงมาเป็นเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 6.1 นิ้ว รองรับ CD/MP3 ได้ 1 แผ่น พร้อมพอร์ต USB และ AUX ติดตั้งใกล้กับที่จุดบุหรี่ ติดตั้งระบบนำทางมาให้ในตัวเสร็จสรรพ เงยหน้าขึ้นมาด้านบนจะพบกับไฟอ่านแผนที่ และช่องเก็บแว่นตา

 

     ไฮไลท์ของรุ่น Transformer Max 11 ที่นั่ง อยู่ที่เบาะหลังด้านท้าย ที่ออกแบบให้เป็นแถวยาวนั่งหันหน้าเข้าหากัน โดยสามารถนั่งได้ฝั่งละ 3 คนแบบพอดีๆ เท่ากับว่าด้านหลังสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้รวม 6 คน บวกกับที่นั่งปกติสองแถวหน้า จึงกลายเป็น 11 ที่นั่งนั่นเอง

     นอกจากนั้น เบาะนั่งด้านท้ายยังสามารถพับขึ้นเพื่อแขวนเก็บไว้ด้านข้างเพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระได้ด้วย ซึ่งพื้นที่ที่ให้มาเรียกว่ากว้างขวางเลยทีเดียว ยิ่งถ้านับความสูงของพื้นที่ด้านท้ายเข้าไปด้วยแล้วล่ะก็ สามารถขนของได้อย่างจุใจ ถึงไหนถึงกันจริงๆ แถมยังมีช่องแอร์ตอนหลังแบบติดเพดานที่สามารถปรับความแรงลม/อุณหภูมิได้อย่างอิสระ สบายใจเรื่องการใช้งานในสภาพอากาศร้อนระอุของบ้านเรา

 

     ขุมพลังของ Transformer MAX 3.0 4WD คันนี้ ถูกยกมาจากวีโก้เช่นกัน ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลรหัส 1KD-FTV พร้อม VN Turbo และอินเตอร์คูลเลอร์ ความจุ 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 171 แรงม้า (PS) ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 343 นิวตัน-เมตร ที่ 1,400 – 3,400 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด

     ส่วนระบบช่วงล่างนั้น ด้านหน้าเป็นแบบอิสระปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นแบบแหนบซ้อนและโช๊คอัพติดตั้งทแยงมุม พร้อมลิมิเต็ดสลิป

     ด้านระบบความปลอดภัย ติดตั้งระบบเบรก ABS และ EBD เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมถุงลมนิรภัยคู่หน้าเมื่อเกิดการชน



     เริ่มต้นเข้ามานั่งภายในห้องโดยสารของ Transformer Max ก็สัมผัสได้ถึงความกว้างขวางภายใน ด้วยรูปทรงตัวถังที่ถูกออกแบบให้มีลักษณะเหลี่ยม ประกอบกับหลังคาทรงสูง ทำให้มีพื้นที่เหนือศีรษะเหลืออยู่มาก จนแทบจะยืนในรถได้เลยทีเดียว

     เบาะนั่งออกแบบให้มีลักษณะนุ่ม นั่งสบาย รองรับสรีระได้ดีพอสมควร แต่ขาดเรื่องความโอบกระชับไปหน่อย ขณะที่เบาะนั่งแถวที่ 2 ยังสามารถปรับเอนได้ ช่วยเพิ่มความสบายให้กับผู้โดยสารเมื่อต้องเดินทางไกลๆ

 

     เริ่มต้นออกเดินทาง เราก็สัมผัสได้ถึงอัตราเร่งของ Transformer Max ที่เค้นกำลังจากเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร มีแรงบิดสูงสุด 343 นิวตัน-เมตร เมื่อต้องแบกรับน้ำหนักตัวถังกว่า 2,350 กิโลกรัม และผู้โดยสารร่วมทริปอีก 4 ท่าน (รวมผู้ขับ) ทำให้อัตราเร่งไม่ถึงกับปรู๊ดปร๊าดดั่งใจคิด แต่ก็ไม่ได้อืดซะทีเดียว ช่วงไต่ความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. มีกำลังให้เล่นอยู่พอประมาณหนึ่ง แต่เมื่อเกิน 120 กม./ชม. ขึ้นไป ความเร็วจะค่อยๆไต่ขึ้นอย่างช้าๆซึ่งหากผู้อ่านใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนดแล้วล่ะก็ คงไม่ถือว่าเป็นปัญหาแต่อย่างใด

 

     แต่เมื่อความเร็วไต่ระดับมาได้ประมาณ 100-120 กม./ชม. ก็ถือว่าสามารถเดินทางได้อย่างสบายๆ ขณะที่เสียงลมจะเริ่มเข้ามาบ้างที่ความเร็ว 100 กม./ชม.เป็นต้นไป ซึ่งก็ถือเป็นธรรมชาติของรถที่ออกแบบให้มีลักษณะเหลี่ยมสันทั้งคัน และกระจกบังลมหน้าที่ตั้งชันแบบนี้

 

     แม้ว่าช่วงล่างด้านหลังยังคงเป็นระบบแหนบเช่นเดียวกับรถกระบะ แต่ด้วยตัวถังน้ำหนักเกือบ 2 ตันครึ่งก็ช่วยกดช่วงล่างให้กลายเป็นรถที่มีลักษณะนุ่มนวล ไม่แข็งกระด้างอย่างที่คิด จึงถือว่าเป็นรถที่สามารถโดยสารได้สบายๆ แม้ต้องขับเป็นระยะทางไกลๆ ก็ตาม แถมยังให้ความทนทาน ดูแลรักษาง่าย ตามสไตล์ช่วงล่างแบบลีฟสปริงอีกด้วย

     อีกสิ่งหนึ่งที่แลกมากับน้ำหนักตัวรถ ก็คือความแข็งแกร่งของตัวถัง ซึ่งดูเผินๆแล้วมีความหนากว่ารถรุ่นอื่นๆในท้องตลาดอยู่พอสมควร จึงทำให้ Transformer Max ดูน่าจะเป็นรถคันหนึ่งที่ปกป้องผู้โดยสาร ยามลุยถนนหนทางสมบุกสมบันแบบออฟโรดได้เป็นอย่างดี

 

     สรุป สำหรับใครที่กำลังมองหารถอเนกประสงค์คันใหญ่ ที่สามารถจุผู้โดยสารได้เยอะ ดีไซน์สมบุกสมบัน มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ขับไปไหนใครๆก็เหลี่ยวมอง แถมยังมีจุดเด่นด้วยพื้นฐานที่ยกมาจากรถกระบะเจ้าตลาดอย่าง ‘วีโก้’ ซึ่งสามารถใช้อะไหล่ส่วนใหญ่ร่วมกันได้ (นอกจากชิ้นส่วนตัวถัง) จึงทำให้ ‘ทรานส์ฟอร์เมอร์ แม็กซ์’ เป็นรถที่คบหาได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถสไตล์นี้อย่างแท้จริง


     ราคา Thairung Transformer Max มีดังนี้

  • 2.5 2WD AT (11 ที่นั่ง) ราคา 1,475,000 บาท
  • 3.0 4WD MT (11 ที่นั่ง) ราคา 1,565,000 บาท *รุ่นที่ใช้ในการทดสอบ
  • 2.5 2WD AT (7 ที่นั่ง) ราคา 1,485,000 บาท
  • 3.0 4WD MT (7 ที่นั่ง) ราคา 1,575,000 บาท

 

     ขอขอบคุณผู้บริหารและฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จำกัด (มหาชน) ที่ให้เกียรติเชิญทีมงานเข้าร่วมทดสอบในครั้งนี้