รีวิว ทุกมิติของ Nissan Navara NP300 King Cab Calibre V 7AT

รีวิว ทุกมิติของ Nissan Navara NP300 King Cab Calibre V 7AT
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     สวัสดีครับ เพื่อนๆ ชาว Sanook ทุกคน วันนี้จะขออนุญาตมารีวิวแนะนำรถที่ใช้งานของรถ Nissan Navara NP300 King Cab รุ่น V Calibre ตัวท๊อปของรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ


     สาเหตุที่เลือกรถคันนี้มารีวิวเพราะว่า Nissan NP300 NAVARA ใหม่เป็นรถกระบะที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อ ช่วงปีที่แล้วมีดีไซน์และฟังก์ชั่นที่โดนใจผมหลายจุด เนื่องด้วยสามารถใช้ชีวิตได้หลายแบบทั้งแบบ Lifestyle ลุยๆ หรือเอาไว้ขับในเมืองเท่ๆ ไม่ต้องขับถนอมมากเหมาะกับถนนเมืองไทยที่เป็นบ่อเป็นหลุมพื้นถนนไม่เท่ากัน

     ส่วนที่เลือก Nissan NP300 NAVARA King Cab ก็เป็นเพราะกระบะพันธุ์แกร่งคันนี้เหมาะที่จะใช้งานได้ทั้งกรุงเทพฯและต่างจังหวัด Nissan NP300 NAVARA คันนี้รับน้ำหนักการบรรทุกได้ดีทีเดียว มองว่าตัวตอนครึ่งนี้กำลังดี ยิ่งถ้านับฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ให้มาคือครบครันแบบไม่กั๊ก สามารถนั่งได้สบายในตรงพื้นที่ cab ด้านหลัง แถมมีพื้นที่วางของหลังเบาะได้อำนวยความสะดวกขณะเดินทาง

     สำหรับรุ่นที่เลืกมารีวิววันนี้เลือกตัวท็อปขับเคลื่อน 2ล้อ ยกสูง Calibre มาพร้อมกับภาพลักษณรถยกสูงที่ดูแกร่ง และแน่นอนว่าตัวนี้เป็นรุ่นท็อปสุดของเกียร์ออโต้ในตัวถัง King Cab ซึ่งทั้งออปชั่นและเกียร์ใหม่ 7 Speed นี่ผมถือว่ายอดเยี่ยมมากเลยในสายรถกระบะด้วยกัน คันนี้จึงถือว่าลงตัวที่สุดสำหรับคนที่กำลังมองหากระบะตอนครึ่ง

 

     Nissan NP300 Navara ใหม่ เปิดตัวเมื่อช่วงปีที่แล้ว แต่ให้ฟังก์ชั่นแบบจัดเต็มทั้งภายนอกและภายใน



     ตัวรถที่ดูเด่นมากจากรูปทรงที่ดูใหญ่โตหล่อและไฟหน้าที่ใช้ไฟโปรเจ็คเตอร์ LED อีกทั้งดีไซน์กรอบไฟที่มันมีไฟเรียงอยู่ และตัวนี้เป็นระบบไฟเปิด-ปิดอัตโนมัติ ไฟตัดหมอกด้านล่างเป็นโครเมียมเข้ากับกระจังหน้าได้อย่างลงตัว มือจับเปิดประตู และกระจกมองข้างให้มาเป็นโครเมียม

 

     สัดส่วนของตัวถังดูแมน กระบะท้ายด้านหลังมีสปอยเลอร์ในตัวเป็นการดีไซน์ที่ดูดีแบบคิดมาแล้วเพื่อผู้บริโภคและยังมีกล้องมองหลังติดตั้งให้ด้วย ส่วนมือจับฝาท้ายเป็นโครเมียมมีที่เสียบล็อกกุญแจ

 

     พอเปิดฝาหลังออกมาจะพบว่าเป็นสลิงล๊อก ซึ่งทำให้รู้สึกชอบมากกว่าโซ่เพราะรถกระบะหลายตัวที่ใช้เป็นโซ่แบบสมัยเก่าๆ มันจะมีเสียงดังกระแทกกันเวลาขับรถ อันนี้เป็นสลิงคอนเฟิร์มเลยเงียบสบายหายห่วงและมองสูงขึ้นไปจากทางด้านหลังจะเห็นไฟเบรกดวงที่ 3 ซึ่งเป็น LED อยู่ด้านบนคราวนี้เวลาเบรกไม่ต้องห่วงว่ารถตามหลังมาจะไม่เห็นไฟเบรก เห็นเต็มๆ

 

     เอาเป็นว่าภายนอกรวมๆแล้ว ทั้งเรื่องดีไซน์และฟังก์ชั่นมันยอดเยี่ยมโดนใจ



     ในส่วนของห้องโดยสารไม่แพ้ภายนอก เริ่มจากพกกุญแจแบบ Keyless ซึ่งมีขนาดเล็กกะทัดรัดไว้ในกระเป๋าเดินมาที่ประตูจะสามารถกดปุ่มที่มือจับได้เลยประตูจะปลดล๊อกอัตโนมัติ เมื่อเปิดประตูออกจะพบว่าห้องโดยสารของ Nissan NP300 NAVARA คันนี้ดูดีมาก

     ก่อนหน้านี้ผมเคยเห็นจากใน Nissan NP300 Navara ตัวเก่าดูแบนเหลี่ยมไร้มิติ แต่ Nissan NP300 Navara ได้ออกแบบใหม่ ให้ดูมีเส้นสาย ดูแล้วเหมือนขับรถ SUV อยู่ ไม่รู้สึกว่านั่งอยู่ในกระบะเลยแม้แต่น้อย ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสมกับสัดส่วนตัวถังภายนอกที่ดูใหญ่มากปกติรถสูงจะก้าวขึ้นยากแต่รถมีบันไดข้างแล้วยังมีมือจับโหนตรงเสาด้านหน้าด้วย ช่วยให้ก้าวขึ้นรถได้ง่ายขึ้น

 

     คอนโซลหน้าให้จอสัมผัส 7” เล่น MP3 และ DVD ได้ แอร์ Auto แยกอิสระซ้าย-ขวา และเป็นรถกระบะตอนครึ่งรุ่นเดียวที่ให้แอร์ตอนหลังมาด้วย กระจายความเย็นได้เร็วยิ่งขึ้น ที่ด้านบนคอนโซล จะมีช่องวางของซึ่งมีช่องเสียบไฟเพิ่มให้ กระจกมองหลังเป็นแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ มีเข็มทิศในตัวแบบดิจิตัลให้ด้วยมันจะแสดงตัวอักษรย่อภาษาอังกฤษตรงมุมขวาบนและบนผนังเพดานด้านบน มีช่องเก็บแว่นตาและ ที่บังแดดทั้ง 2 ฝั่ง มีกระจกส่องหน้าพร้อมไฟให้

 

     มองมาทาง Cockpit ฝั่งคนขับ พวงมาลัยผมก็ชอบดีไซน์เพราะมันดูคล้าย Nissan Teana คือดูไม่เหมือนพวงมาลัยรถกระบะสักนิด (ดูดีสมราคารถ) และปุ่มนี่มีให้มาครบจน ทั้งปุ่มควบคุมเครื่องเสียง, ควบคุมความเร็ว, วางสายโทรศัพท์, ควบคุมจอแสดงผลตรงกลางหน้าปัด ซึ่งมีขนาดใหญ่ แสดงผลได้ละเอียดมาก และเป็น 3D ด้วย เซลล์ขายบอกผมมีทั้งภาษาไทยและอังกฤษ มีปุ่ม Push Start ติดตั้งมาทางด้านซ้ายของพวงมาลัย ทางฝั่งขวาจะมีปุ่มเปิดฝาถังน้ำมัน

     สำหรับคนชอบดื่มกาแฟ, น้ำ หรือเครื่องดื่มต่างๆ ก็ไม่ต้องห่วงเพราะที่ช่องแอร์ด้านข้างที่ติดกับประตูทั้ง 2 ฝั่ง มีที่วางแก้วมาให้ด้วย สามารถหยิบแก้วได้สะดวกสบายขึ้น

 

     ภายในนี่ฟังก์ชั่นให้มาเยอะกว่าคาดไว้เยอะเลย เกินความจำเป็น 

      


     เอาล่ะถึงหัวใจสำคัญที่อยู่ใต้ฝากระโปรงหน้ามันคือเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล VGS เทอร์โบแปรผัน อินเตอร์คูลเลอร์ ขนาด 2.5 ลิตร ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เดิม YD25DDTi ใน Nissan NAVARA เก่าแต่ตัวใหม่ให้กำลังมากกว่าเดิม ตัวเก่าขับ 2 ยกสูง 144 แรงม้าแต่ NP300 ขึ้นมาถึง 163 แรงม้า นอกจากนั้นแรงบิดก็เยอะ 403 นิวตันเมตร ยิ่งถ้าตัว 4WD ด้วยแล้วจากเดิม 174 แรงม้า ถูกขยายกำลังเพิ่มมาถึง 190 แรงม้า ซึ่งผมถือว่าสเป็กเดิมๆ 163 แรงม้า จากเครื่องยนต์ตัวนี้ก็ถือว่าแรงเอาเรื่องเลย และแรงบิดระดับ 403 นิวตัน ผมว่าไม่ธรรมดาแล้วสำหรับการใช้งานเพราะแรงบิดขนาดนี้มีให้ใช้ตั้งแต่รอบเครื่องต่ำเพียง 2,000 รอบ/นาที

 

     ในด้านการขับล่ะก็บอกเลยไม่มีผิดหวังแรงใช้ได้แม้จะเป็นแค่ตัว 163 แรงม้า ออกตัวได้รวดเร็ว ตั้งแต่รอบต่ำที่จริงแรงบิดมันมาให้ใช้ตั้งแต่รอบเครื่องพันกว่าแล้วครับไม่ต้องรอถึง 2,000 รอบตามสเป็กบอก อัตราเร่งดีเติมคันเร่งนิดเดียวกำลังมาเลยจากรถติดๆ อยู่น่าจะประมาณเกียร์ 2 กดคันเร่งมิด เพื่อเร่งแซงรถมีกระชากออก ล้อดังเอี๊ยดให้ได้ยินซึ่งต้องระวังอย่ากดคันเร่งแรงเกินไปเชียว เอาเป็นว่าเรื่องพละกำลังนี่ไม่ต้องพูดกันมากแรงพอตัวอยู่แล้วกับรถกระบะใหม่ๆระดับนี้

     นอกจากนั้นการแบกของก็มีกำลังฉุดลากได้อย่างดี แต่ด้วยความที่เป็นเกียร์อัตโนมัติ บางจังหวะการส่งกำลังนั้น หากขนของหนักมากหน่อยอาจต้องสับเป็นเกียร์ธรรมดาเพื่อให้ตัวรถมีกำลังเพิ่ม สำหรับด้านความนุ่มนวลในการเปลี่ยนเกียร์นี่หายห่วงเลยเพราะเป็นเกียร์ 7 Speed ช่วยให้วิ่งทางไกลไม่กินรอบเครื่องมาก (ความเร็ว 100 กม./ชม. รอบเครื่องไม่ถึง 2000 รอบ/นาที) และขับเนียนๆ นี่เปลี่ยนเกียร์ได้นิ่มเหมือน SUVเลย (แต่ไม่เท่า Xtronic CVT นะ) คือต้องเรียกว่าขับง่ายคันเร่งควบคุมสบายเลย

     แม้จะปรับให้แรงขึ้นกว่าตัวก่อนพร้อมทั้งทนทานกว่าเดิมด้วย เนื่องจากมีการปรับลดกำลังอัดลงมาที่ 15:1 จากเดิม 16.5:1  สำหรับการวิ่งใช้งานของผมนั้นส่วนใหญ่จะอยู่ราว 13 กม./ลิตร ขับแบบชิลๆ ก็ 14-15 กม./ลิตรได้และช่วงที่ หนักๆ ก็ประมาณ 9-10 กม./ลิตร แบกของด้วยครับ ก็ ok นะ

 

     ด้านการควบคุมพวงมาลัยก็โอเค ต้องทำใจอย่างหนึ่งคือมันเป็นแบบแร็ค ซึ่งก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมายนัก เรื่องการผ่อนแรงหนักพอประมาณเลย ถ้าเป็นผู้หญิงขับแบบร่างเล็กๆ อาจมีเมื่อยเหนื่อย แต่สำหรับคนที่ชอยพวงมาลัยมีน้ำหนักดีไม่เบาแบบรถเก๋ง ตัวนี้ให้ความรู้สึกดูเป็นธรรมชาติดีกว่าพวกผ่อนแรงไฟฟ้านะครับ ดูตอบสนองได้ดีทีเดียว  น้ำหนักกำลังดี อาจต้องมีประคองพวงมาลัยให้ดีในจังหวะตอนกดคันเร่งพรวดเดียวออกตัวบ้าง

 

     สำหรับช่วงล่างผมว่ามันทำได้ดีระดับหนึ่ง แต่ถ้าขับเร็วระดับ 120 กม./ชม. ขึ้นไป จะเริ่มได้ยินเสียงลมมาประทะดังขึ้น และจะเริ่มรู้สึกมีลมวนใต้ท้องรถที่ระดับ 140 กม./ชม. ไป ซึ่งช่วงนี้อาจต้องประคับประคองให้ดีหากขับเร็ว แต่โดยรวมแล้วผมขับที่ความเร็ว ไม่เกิน 120 กม./ชม. โดยทั่วๆไป ก็ถือว่ายึดเกาะดีครับ

     นอกจากนี้การซับแรงกันสะเทือน ต้องบอกเลยว่ามันสุดยอดจริงๆ เพราะตั้งแต่ขับกระบะมาไม่เคยเจอคันไหนนั่งสบายเท่านี้มาก่อนแม้ยังไม่เท่ารถ SUV แต่ครอบครัวผมและผมนั่งด้วยกันไม่บ่นเท่าไรคือไม่เด้งจนปั่นป่วนท้องเวลาขับลุยทางขรุขระ สามารถขับผ่านได้อย่างพร้อมลุย

 

     เอาเป็นว่ารวมๆ แล้ว NP300 บอกเลยว่าไม่ถ้าใครตัดสินใจซื้อไม่ผิดหสังแน่นอน ที่ต้องยอมเสียค่าสินสอด 807,000 บาท จ่ายไปเพื่อเลือก Nissan NP300 NAVARA King Cab Calibre V 7AT คันนี้เป็นรถคู่ใจ ภายนอกดูโอ่อ่า หรูหรา แถมภายในนี่มันรถ SUV ชัดๆ ฟังก์ชั่นเยอะเกินใช้เลยล่ะ เครื่องก็แรงพอตัว แถมลูกเล่นที่เกียร์ใหม่ 7 Speed ไม่มีเจ้าไหนในตลาดให้มาก่อน แม้กระทั่งรถยนต์เก๋ง ถ้าจะว่าไป ก็มีจุดน่าปรับปรุงบ้างเล็กๆน้อย อย่างพวงมาลัยนิดหน่อย ผมคิดว่ามันลงตัวกว่าโฉมเก่ามากๆ ทั้งภายนอก และภายในที่ตัวก่อน ที่ดูรับไม่ได้เลย



     สุดท้ายนี้ใครมองหากระบะคู่ใจอยากให้ไปลอง Nissan NP300 NAVARA ดูครับ ชอบไม่ชอบค่อยว่ากันอีกทีครับ



 

 

     [Advertorial]

 

 

ติดตามSanook! Auto