Porsche Cayenne S E-Hybrid 416 แรงม้า หรู แรง ประหยัด 30 กม./ลิตร

Porsche Cayenne S E-Hybrid 416 แรงม้า หรู แรง ประหยัด 30 กม./ลิตร
Grandprix

สนับสนุนเนื้อหา

     ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการในประเทศไทย จัดกิจกรรม “Porsche Cayenne S E-Hybrid Driving Experience 2015”  โดยได้เชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมทดสอบสมรรถนะของ ปอร์เช่ คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริดคันนี้

Porsche Cayenne S E-Hybrid 34

     รูปลักษณ์ภายนอกของ คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด โด่ดเด่นสวยสะดุดตาด้วย เบรกคาลิปเปอร์คำว่า “Porsche” และเข็มหน้าปัดรถต่างๆ ที่มาพร้อมด้วยสีเขียว Acid ภายนอกได้รับการออกแบบที่ยังคงเส้นสายอันแข็งแกร่งเป็นเอกลักษณ์ของคาเยนน์ไว้ แต่ที่เปลี่ยนไปจากเดิมคือ ไฟหน้า Bi-Xenon แบบ Floating four-point LED daytime running lights ไฟท้ายแบบ 4 ชิ้นส่วน Four Part design

     ด้านข้างจะพบกับไฟเลี้ยวติดกระจกมองข้าง พร้อมล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ด้านหลังมาพร้อมไฟท้าย LED สีเข้มดุดัน  มิติตัวถังมีความยาว 4,855 มิลลิเมตร กว้าง 1,939 มิลลิเมตร สูง 1,705 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,895 มิลลิเมตร ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,655/1,669 มิลลิเมตร น้ำหนัก 2,350 กิโลกรัม

 

Porsche Cayenne S E-Hybrid 11

     ส่วนภายในยังจัดเต็มความหรูหราและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอย่างครบครัน เปลี่ยนลุคเพิ่มความสปอร์ตเข้ามาตั้งแต่เบาะหนังและคอนโซลหุ้มหนัง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น (Multi-Function) พร้อม Paddle Shift ดีไซน์เดียวกันกับรุ่น ปอร์เช่ 918 สไปเดอร์ (Porsche 918 Spyder) มาตรวัดแบบวงกลม 5 วง พร้อมจอแสดงผลข้อมูลอันเป็นเอกลักษณ์ของปอร์เช่ แหมมมันช่างหรูหรา นั่งสบายจริงครับพี่น้อง

 

Porsche Cayenne S E-Hybrid 10

     มาดูกันที่เครื่องยนต์เจ้า คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คันนี้ ออกแบบให้เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานในแบบ Parallel Full Hybrid แบบ Plug-in โดยใช้เครื่องยนต์เบนซิน V6 DOHC 24 วาล์ว มีระบบแปรผันวาล์ว VarioCam Plus จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบไดเร็คอินเจ็คชั่น พร้อมซูเปอร์ชาร์จ ความจุ 3,000 ซีซี กำลังสูงสุด 333 แรงม้า ที่ 5,500-6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 44.83 กก.-ม. ที่ 3,000-5,250 รอบต่อนาที

     ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous เก็บประจุไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่แบบลิเธียม-ไอออน มีกำลังสูงสุด 95 แรงม้า ที่ 2,200-2,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 31.58 กก.-ม. ที่ 0-1,700 รอบต่อนาที

 

Porsche Cayenne S E-Hybrid 03

     และเมื่อเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานร่วมกัน จะมีกำลังสูงสุดถึง 416 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 60.12 กก.-ม. ที่ 1,250-4,000 รอบต่อนาที แต่มีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยเพียง 30 กิโลเมตรต่อลิตร ประหยัดจริงขอบอก

     แถมค่าคาร์บอนไดอ๊อคไซด์ในไอเสีย 79 กรัมต่อกิโลเมตร ผ่านมาตรฐานไอเสีย EU 6 ถังน้ำมันจุ 80 ลิตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Tiptronic S ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมลิมิเต็ดสลิป กระจายแรงขับหน้าและหลัง 42 และ 58 เปอร์เซ็นต์

 

Porsche Cayenne S E-Hybrid 25

     ในการทดสอบครั้งนี้เรามีผู้เชี่ยวชาญด้านการขับรถยนต์ ปอร์เช่ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการขับรถยนต์ ปอร์เช่ อย่างถูกต้อง และปลอดภัยด้วย โดยการทดสอบแบ่งออกเป็น 4 สถานี ประกอบด้วย  การทดลองอัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่ง,  เครื่องยนต์หยุดการทำงานอัตโนมัติเมื่อยกคันเร่ง ช่วยประหยัดพลังงาน , ทดสอบประสิทธิภาพการเบรก และการทำงานของระบบไฮบริดเมื่อมีการเบรกหรือชะลอความเร็ว และ ทดสอบเรื่องการทรงตัวและการควบคุมรถ

 

Porsche Cayenne S E-Hybrid 26

     ในการทดลองขับได้ทดลองใช้ 2 โหมดหลัก คือ E-Power กับ E-Charge ซึ่งมีสวิตช์เปิด-ปิดระบบที่คอนโซลกลาง เมื่อเปิดใช้งาน ระบบจะยังไม่ทำงานในทันที แต่จะทำงานเมื่อมีเงื่อนไขที่เหมาะสมทั้งลักษณะการขับและกำลังไฟฟ้าในแบตเตอรี่ โดย E-Power จะให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเป็นหลัก ส่วน E-Charge จะเน้นการชาร์จไฟฟ้ากลับเข้าไปเก็บในแบตเตอรี่ ซึ่งติดตั้งไว้ใต้พื้นห้องเก็บสัมภาระด้านหลัง ในการใช้งานไม่จำเป็นต้องกดสวิตช์ใดๆ เพียงขับไปตามปกติ แล้วระบบจะจัดการให้เองทั้งหมด

 

Porsche Cayenne S E-Hybrid 27

     มาเริ่มทดสอบกันเลย แค่กดคันเร่งก็รู้สึกได้ถึงพลังที่อยู่ใต้ฝากระโปรง รถพุ่งทยานออกไปอย่างรวดเร็ว และสัมผัสได้ถึงแรงดึงที่หนักหน่วง ทำให้ลืมไปเลยว่านี้คือรถ suv รู้สึกเหมือนขับรถสปอร์ตยังไงอย่างงั้น อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.9 วินาที อัตราการเร่งแซง 80-120 กม./ชม.ใน 3.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 243 กม./ชม.

     และถ้าขับด้วยโหมดไฟฟ้าล้วนๆ จะขับได้ระยะทางประมาณ 18-36 กิโลเมตร และทำความเร็วสูงสุด 125 กม./ชม. และเมื่อยกคันเร่งหมดประมาณ 3 วินาที เครื่องยนต์จะหยุดการทำงาน แต่ระบบต่างๆ ยังคงทำงานตามปกติ ทั้งเบรก พวงมาลัย และระบบปรับอากาศยังคงเย็นฉ่ำเหมือนเดิม

 

Porsche Cayenne S E-Hybrid 28

     สำหรับระบบกันสะเทือนนั้นด้านหน้าเป็นแบบปีกนกคู่ พร้อมโช็คอัพแก็สและคอยซ์สปริงค์ ด้านหลังแบบ Multi-link พร้อมระบบปรับแรงดันการสั่นสะเทือนแบบแปรผัน Porsche Active Suspension Management (PASM) ยังคงให้ความไว้ใจได้อย่างเต็มที่ ขับง่ายและนุ่มนวล สามารถดูดซับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นผิวของถนนได้ดีแทบไม่รู้สึกว่าขับรถคันใหญ่ทรงสูง เนื่องจากช่วงล่างมีความนุ่มหนึบและเฉียบคมใกล้เคียงรถเก๋ง

 

Porsche Cayenne S E-Hybrid 20

     ปอร์เช่ คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด เอสยูวีระดับพรีเมียม ที่สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งความสนุกสนานในการขับ ความสะดวกสบาย หรูหรา และประหยัด เพราะติดตั้งระบบไฮบริดที่สามารถชาร์จไฟได้ทั้งจากไฟบ้าน และชาร์จด้วยระบบไฮบริดเอง และถึงแม้จะเป็นรถไฮบริดแต่สมรรถนะยังคงยอดเยี่ยมเช่นเดียวกับ ปอร์เช่ ทุกรุ่น ที่เพิ่มเติมมาคือ อัตราสิ้นเปลืองที่ต่ำ ซึ่งน่าจะถูกใจเศรษฐีที่มองหาความประหยัด มาพร้อมความกว้างขวางเอนกประสงค์ตามสไตล์รถเอสยูวี

     ตั้งราคาไว้น่าสนใจ 7.99 ล้านบาท  

 

     เรื่อง  ณัฐพล  เดชสิงห์ เรียบเรียงข้อมูลโดย www.gpinews.com ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถจักรยานต์ รถใหม่ ได้ที่ www.grandprix.co.th