Toyota เผยค่ายรถญี่ปุ่นต้องจับมือกัน ลดต้นทุน เร่งพัฒนาเทคโนโลยีรับมือรถจีน

Toyota เผยค่ายรถญี่ปุ่นต้องจับมือกัน ลดต้นทุน เร่งพัฒนาเทคโนโลยีรับมือรถจีน

Toyota เผยค่ายรถญี่ปุ่นต้องจับมือกัน ลดต้นทุน เร่งพัฒนาเทคโนโลยีรับมือรถจีน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ท่ามกลางการแข่งขันเรื่องอุตสาหกรรมยานยนต์ที่สูงโดยการมาของรถยนต์จากประเทศจีนที่บุกตลาดหลายประเทศ จนล่าสุดก็มีการไปสู่การร่วมมือกันมากขึ้น หลัง โคจิ ซาโตะ รองประธาน Toyota และประธานสมาคมผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น หรือ JAMA เสนอให้ผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศแบ่งปันมาตรฐานของชิ้นส่วนพื้นฐานบางประเภท เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความเร็วในการพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่

แนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันจากผู้ผลิตรถยนต์จีนที่สามารถพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า ซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยีใหม่ออกสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ค่ายรถญี่ปุ่นจำเป็นต้องหาวิธีใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

screenshot2569-07-22at17.4โคจิ ซาโตะ รองประธาน Toyota และประธานสมาคมผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น หรือ JAMA  

Toyota เสนอให้รถญี่ปุ่นร่วมมือ แทนการทำทุกอย่างแยกกัน

ซาโตะมองว่า ผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นอย่าง Toyota, Honda, Nissan, Mazda และ Subaru ควรกำหนด “พื้นที่แห่งความร่วมมือ” โดยเริ่มจากชิ้นส่วนที่ผู้บริโภคไม่ได้มองว่าเป็นเอกลักษณ์สำคัญของรถแต่ละแบรนด์

ชิ้นส่วนที่อาจนำมาใช้มาตรฐานร่วมกันได้ เช่น ชุดสายไฟ ระบบระบายความร้อน ขั้วต่อ นอต และอุปกรณ์พื้นฐานภายในรถ ซึ่งปัจจุบันแต่ละค่ายอาจต้องออกแบบ จัดหา และทดสอบแยกจากกัน แม้จะมีหน้าที่ใช้งานใกล้เคียงกันก็ตาม

หากสามารถลดจำนวนมาตรฐานที่แตกต่างกันลงได้ ผู้ผลิตจะมีห่วงโซ่อุปทานที่เรียบง่ายขึ้น สั่งซื้อชิ้นส่วนในปริมาณมากขึ้น และลดต้นทุนทั้งด้านการพัฒนา การผลิต และการจัดเก็บอะไหล่

ร่วมมือ แต่ไม่ได้ทำให้เหมือนกัน

แนวคิดนี้ไม่ได้หมายถึงการทำให้รถจากทุกแบรนด์มีเครื่องยนต์ แพลตฟอร์ม หรือบุคลิกเหมือนกันทั้งหมด แต่เป็นการร่วมมือเฉพาะส่วนที่ไม่ได้สร้างความแตกต่างโดยตรงต่อประสบการณ์ของผู้ขับขี่

ตัวอย่างเช่น Honda ยังสามารถพัฒนาเครื่องยนต์และเทคโนโลยีในแบบของตัวเอง ขณะที่ Subaru ยังคงเอกลักษณ์ด้านระบบขับเคลื่อนและการควบคุม หรือ Mazda ยังสามารถให้ความสำคัญกับดีไซน์และความสนุกในการขับได้เช่นเดิม

เมื่อประหยัดงบประมาณจากชิ้นส่วนพื้นฐาน ผู้ผลิตก็สามารถนำเงินไปลงทุนกับส่วนที่ลูกค้าสัมผัสได้จริงมากขึ้น เช่น ซอฟต์แวร์ ระบบช่วยขับ แบตเตอรี่ที่ชาร์จเร็วขึ้น ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และระบบขับเคลื่อนรูปแบบใหม่

yaris_cross_33

รถจีนกำลังกดดันอุตสาหกรรมญี่ปุ่น

หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้เกิดข้อเสนอนี้คือความรวดเร็วของอุตสาหกรรมรถยนต์จีน โดยเฉพาะผู้ผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ที่สามารถพัฒนารถ เปิดตัวเทคโนโลยี และปรับปรุงซอฟต์แวร์ได้ในระยะเวลาสั้นกว่ากระบวนการแบบดั้งเดิมของค่ายญี่ปุ่น

การแข่งขันในปัจจุบันจึงไม่ได้วัดกันเพียงคุณภาพการประกอบหรือความทนทานของเครื่องยนต์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงระบบปฏิบัติการภายในรถ ฟีเจอร์ออนไลน์ ระบบช่วยขับ และความสามารถในการอัปเดตรถหลังการขาย

หากแต่ละบริษัทต้องลงทุนพัฒนาชิ้นส่วนพื้นฐานทั้งหมดด้วยตัวเอง อาจทำให้เหลืองบประมาณและบุคลากรสำหรับเทคโนโลยีใหม่ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะผู้ผลิตขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีทรัพยากรน้อยกว่า Toyota หรือ Honda

ค่ายเล็กอาจได้ประโยชน์มากที่สุด

การใช้มาตรฐานร่วมกันอาจเป็นประโยชน์กับผู้ผลิตอย่าง Mazda, Subaru, Suzuki และ Mitsubishi ที่มีปริมาณการผลิตน้อยกว่าค่ายรายใหญ่ เพราะช่วยให้เข้าถึงชิ้นส่วนที่มีต้นทุนต่ำลง โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนพัฒนาทุกอย่างใหม่ตั้งแต่ต้น

แม้แต่บริษัทขนาดใหญ่อย่าง Nissan ซึ่งกำลังปรับโครงสร้างธุรกิจ ก็อาจลดภาระต้นทุนได้จากการแชร์การพัฒนาและระบบจัดซื้อกับผู้ผลิตรายอื่น

ในความเป็นจริง ค่ายรถญี่ปุ่นมีการร่วมมือกันอยู่แล้วในหลายรูปแบบ เช่น การถือหุ้น การใช้โรงงานร่วมกัน การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี หรือการพัฒนารถบนพื้นฐานเดียวกัน แต่ข้อเสนอครั้งนี้ต้องการขยายความร่วมมือให้ครอบคลุมอุตสาหกรรมมากขึ้น

ผู้ซื้อรถจะได้อะไรจากความร่วมมือครั้งนี้?

หากแนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ผู้บริโภคอาจได้รับประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ตั้งแต่ราคาจำหน่ายที่ควบคุมได้ดีขึ้น ความพร้อมของอะไหล่ ไปจนถึงการซ่อมบำรุงที่ง่ายขึ้นในระยะยาว

นอกจากนี้ ค่ายรถอาจเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ได้เร็วขึ้น เพราะไม่ต้องเสียเวลาและงบประมาณไปกับการออกแบบชิ้นส่วนพื้นฐานที่ไม่ได้สร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์

อย่างไรก็ตาม การใช้ชิ้นส่วนร่วมกันมากขึ้นก็มีความเสี่ยงเช่นกัน หากชิ้นส่วนมาตรฐานเกิดปัญหา อาจส่งผลกระทบต่อรถหลายแบรนด์พร้อมกัน รวมถึงอาจทำให้ผู้ผลิตต้องพึ่งพาซัพพลายเออร์รายเดียวมากเกินไป จึงต้องมีการควบคุมคุณภาพและกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม

รถญี่ปุ่นอาจต้องร่วมมือเพื่อรักษาความแตกต่าง

จากข้อเสนอของ Toyota อาจดูขัดแย้งในตอนแรก เพราะการร่วมมือกันมากขึ้นอาจทำให้หลายคนกังวลว่ารถแต่ละแบรนด์จะมีความคล้ายกัน แต่ในอีกมุมหนึ่ง การแชร์ชิ้นส่วนที่ผู้ใช้มองไม่เห็นอาจช่วยให้ค่ายรถเหลืองบประมาณไปพัฒนาสิ่งที่สร้างเอกลักษณ์ได้มากกว่าเดิม

ท่ามกลางการแข่งขันจากรถจีน ต้นทุนเทคโนโลยีที่สูงขึ้น และการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้ากับรถที่ควบคุมด้วยซอฟต์แวร์ การร่วมมืออาจไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญที่จะช่วยให้อุตสาหกรรมรถยนต์ญี่ปุ่นยังคงแข่งขันในตลาดโลกได้ต่อไป

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล