ยลโฉมรถครอสโอเวอร์ 3 รุ่นมาแรงในตลาดตอนนี้

ยลโฉมรถครอสโอเวอร์ 3 รุ่นมาแรงในตลาดตอนนี้
S! Auto

สนับสนุนเนื้อหา

     ถือเป็นแนวโน้มในตลาดก็ว่าได้สำหรับรถยนต์ประเภทยกสูง ที่ใช้พื้นฐานเดียวกับรถเก๋งหรือครอสโอเวอร์ โดยในปีนี้ เทรนด์ของรถครอสโอเวอร์ขนาดเล็ก ถือว่ามาแรงแบบสุดๆ จะเห็นจากการเปิดตัวที่ใกล้เคียงกันหลายๆค่ายในตลาด ลองไปดูกันว่าจะมีรุ่นใดบ้าง



     1. Nissan Juke

     Nissan Juke เรียกไดว่าเป็นผู้บุกเบิกเซ็กเม้นต์ใหม่ในตลาดคอมแพ็คครอสโอเวอร์ของโลกเลยก็ว่าได้ มาพร้อมรูปลักษณ์สุดแปลกตาโดนใจวัยรุ่น ที่ชอบความแปลกใหม่ จนถือว่าเป็นรถขายดีรุ่นหนึ่งของทางค่ายเลยทีเดียว

     นิสสัน จู๊ค มีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่นย่อย ทั้งคู่ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.6 ลิตร 4 สูบ Twin C-VTC รหัส HR16 ให้กำลังสูงสุด 116 แรงม้า (PS) ที่ 5,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 154 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Xtronic CVT

 

     ติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานที่น่าสนใจได้แก่ ไฟหน้าแบบซีนอนพร้อมระบบปรับสูง-ต่ำอัตโนมัติ ไฟหน้าและที่ปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ ตกแต่งภายในด้วยสีดำ ระบบควบคุมการทำงานอัจฉริยะ I-CON ที่สามารถควบคุมระบบปรับอากาศ และโหมดการขับขี่ทั้งแบบ Sport, Normal และ Eco ได้

     ติดตั้งระบบปรับอากาศอัตโนมัติ, ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมกุญแจอัจฉริยะ เครื่องเสียงแบบหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว สามารถใช้แยกเป็นแท็บเล็ตได้ รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต, สมาร์ทโฟน, บลูทูธ และระบบสั่งการด้วยเสียงได้

 

     ระบบความปลอดภัยมีทั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้า, สัญญาณเตือนกะระยะหลัง, กล้องมองหลัง, ระบบเบรก ABS/EBD และ BA แต่ยังคงขาดระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวไป

     มีสีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีแดง, สีดำ, สีเทา, สีเงิน, สีน้ำเงิน, และสีขาว ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 819,000 บาท ไปจนถึง 858,000 บาท

 

 

     2. Ford EcoSport

     สำหรับตลาดบ้านเรานั้น Ford EcoSport คือผู้บุกเบิกรายแรกตัวจริงเสียงจริงสำหรับรถยนต์ในเซ็กเม้นต์นี้ ซึ่งแม้ว่าจะถูกทำตลาดแบบไม่ค่อยหวือหวาสักเท่าไหร่ แต่ก็กลายเป็นรถยนต์ขายดีรุ่นหนึ่งในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป2014 เมื่อปลายปีที่ผ่านมา จนนับได้ว่าเป็นรถที่ครองใจผู้บริโภคอยู่ไม่น้อย

     Ford EcoSport ทำตลาดทั้งหมด 4 รุ่นย่อย มีให้เลือกทั้งรุ่นเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบ Ti-VCT ที่ให้กำลังสูงสุด 110 แรงม้า ที่ 6,300 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ PowerShift 6 สปีด และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด

 

     ติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานที่น่าสนใจได้แก่ ไฟหน้าฮาโลเจนพร้อมไลท์ไกด์, ไฟหน้าและที่ปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ, หลังคาซันรูฟ ตกแต่งภายในด้วยสีดำ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ, ปุ่มสตาร์ททำงานคู่กับกุญแจอัจฉริยะ, ไฟส่องสว่างภายในรถหน้า-หลัง พร้อมไฟอ่านแผนที่, คอนโซลทำความเย็น

     ระบบเครื่องเสียงผ่านจอแสดงผลข้อมูลอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ รองรับการสั่งงานด้วยเสียง SYNC พร้อมการเชื่อมต่อ Bluetooth, รองรับ USB/AUX

 

     ระบบความปลอดภัยติดตั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมเสถียรภาพ ESP, ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HLA, ระบบไฟฉุกเฉินอัตโนมัติ และสัญญาณเตือกะระยะถอยหลัง

     มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีแดง, สีขาว, สีน้ำตาล, สีเทา, สีเงิน และสีดำ ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 674,000 บาท ไปจนถึง 844,000 บาท

 

     3. Honda HR-V

     Honda HR-V ถือเป็นรถยนต์คอมแพ็คครอสโอเวอร์รุ่นล่าสุดในตลาด ที่ถูกวางตำแหน่งการตลาดสูงกว่าทั้ง 2 รุ่นก่อนหน้านี้ ด้วยเครื่องยนต์ขนาดใหญ่กว่า และราคาที่ฉีกเหนือคู่แข่งไปพอสมควร แต่ด้วยยอดจองที่ผ่านมาของเอชอาร์-วี ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในตลาดเลยทีเดียว

     ฮอนด้า เอชอาร์-วี มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ทุกรุ่นติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินความจุ 1.8 ลิตร 4 สูบ i-VTEC ที่ให้กำลังสูงสุด 141 แรงม้า (PS) ที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 172 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT

 

     ติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานที่น่าสนใจ ได้แก่ ไฟหน้าแบบ LED ปรับสูง-ต่ำอัตโนมัติ พร้อม Daytime Running Light แบบ LED, หลังคาแบบ Panoranic Sunroof, ไฟท้าย LED, ระบบไฟหน้าและที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ

     ภายในตกแต่งด้วยสีดำ, ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ทำงานคู่กับกุญแจอัจฉริยะ, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบสัมผัส, ระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย, ระบบ Cruise Control, มาตรวัดเรืองแสงปรับได้ 7 สี, ระบบ Eco Coaching, พนักพิงเบาะหลังปรับเอนได้ 1 จังหวะ, ไฟอ่านหนังสือหลังแบบ LED

     ติดตั้งเครื่องเสียงพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน, บลูทูธ, SIRI พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB/AUX

 

     ระบบความปลอดภัยติดตั้งเบรกมือแบบไฟฟ้า พร้อมระบบ Auto Hold Brake, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมการทรงตัว VSA, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA, สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติ ESS, กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ

     มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีเงิน, สีดำ, สีขาว, สีเทา และสีน้ำเงิน ราคาเริ่มต้นที่ 890,000 บาท ไปจนถึง 1,045,000 บาท