เปิดราคา Honda Super-ONEในเมืองไทย 990,000 บาท สายซิ่งตัวจิ๋วต้องรีบคว้า
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/au/0/ud/20/100843/super-one.jpgเปิดราคา Honda Super-ONEในเมืองไทย 990,000 บาท สายซิ่งตัวจิ๋วต้องรีบคว้า

เปิดราคา Honda Super-ONEในเมืองไทย 990,000 บาท สายซิ่งตัวจิ๋วต้องรีบคว้า

แชร์เรื่องนี้
google ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google

Honda Super-ONE ใหม่ ประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยที่ 990,000 บาท โดยเป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ผลิตและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นแบบ CBU และที่สำคัญ Honda จัดสรรเข้ามาจำหน่ายในปี 2569 เพียง 30 คันเท่านั้น

Honda จะเปิดให้ผู้สนใจลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ในการจองพร้อมกันในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 - 17.00 น. เพียงวันเดียว ผ่านช่องทางออนไลน์ของ Honda ก่อนเริ่มส่งมอบรถตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป

hondasuper-one_executivepho

Honda Super-ONE ราคาเท่าไหร่?

Honda Super-ONE ราคา 990,000 บาท มีสีตัวถัง Luminous Gray พร้อมหลังคาสีดำแบบทูโทน ขณะที่ภายในใช้สีแบบ Three Tone ประกอบด้วยสีขาว เทา และฟ้า พร้อมตกแต่งด้วยด้ายสีฟ้า

นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์ตกแต่งให้เลือกทั้งสไตล์ BULLDOG และ MUGEN สำหรับลูกค้าที่ต้องการเพิ่มคาแรกเตอร์ให้แตกต่างจากรถมาตรฐาน

Honda Super-ONE คือรถแบบไหน?

Super-ONE เป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ Honda พัฒนาต่อยอดจากรถในกลุ่ม N Series แต่ปรับสัดส่วนมาในแนวทาง Low & Wide พร้อมตัวถังทรง Boxy และโป่งล้อ Blister Fenders ทำให้รถคันเล็กดูเตี้ย กว้าง และมีบุคลิกสปอร์ตมากขึ้น

ภายนอกยังมี Side Sill Garnish เชื่อมต่อกับซุ้มล้อ, Tech Lower Intake, Offset Power Bulge, Dynamic Aero Wing และ Rear Breather Duct ที่ช่วยจัดการการไหลเวียนของอากาศ พร้อมล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว ดีไซน์ 8 ก้าน, ไฟหน้า LED ทรงกลม และไฟท้าย LED

รายละเอียดดีไซน์และข้อมูลเบื้องต้นของ Honda Super-ONE สามารถ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

hondasuper-one_int_maincons

ปุ่ม BOOST Mode ที่โดดเด่น

สิ่งที่ทำให้ Super-ONE แตกต่างจากรถ EV ขนาดเล็กทั่วไปคือ Honda ไม่ได้เน้นเพียงความประหยัดหรือการใช้งานในเมือง แต่พยายามสร้างประสบการณ์การขับที่สนุกขึ้น โดยรถรองรับโหมดการขับขี่ทั้งหมด 5 รูปแบบ ได้แก่ ECON, CITY, NORMAL, SPORT และ BOOST

ไฮไลต์คือ BOOST Mode ที่พัฒนาขึ้นมาเฉพาะรุ่น สามารถเรียกใช้งานจากปุ่มบนพวงมาลัย โดยเมื่อเปิดใช้งานจะเพิ่มคาแรกเตอร์การตอบสนองของรถ พร้อมระบบจำลองการเปลี่ยนเกียร์ และ Active Sound Control ที่สร้างเสียงเครื่องยนต์เสมือน เพื่อเพิ่มอารมณ์แบบรถสปอร์ตให้กับรถยนต์ไฟฟ้า

ขุมพลัง Honda Super-ONE แรงแค่ไหน?

Honda Super-ONE ให้กำลังสูงสุด 70 กิโลวัตต์ เมื่อใช้งาน BOOST Mode หรือประมาณ 95 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 162 นิวตันเมตร

ตัวรถใช้แพลตฟอร์มน้ำหนักเบาที่พัฒนาต่อยอดจาก N Series พร้อมเพิ่มความกว้างของช่วงล้อและใช้ยางหน้ากว้าง เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการควบคุมรถทั้งขณะเข้าโค้งและการขับด้วยความเร็วสูง

ผู้ขับยังสามารถใช้ Deceleration Paddle Selectors ที่พวงมาลัยเพื่อช่วยควบคุมการชะลอความเร็ว ส่วนมาตรวัดเป็นหน้าจอ TFT ขนาด 7 นิ้ว สามารถแสดงตำแหน่งเกียร์เสมือนและข้อมูลการขับขี่ในรูปแบบ Triple Meter Design

hondasuper-one_ext_bulldog(

แบตเตอรี่ / ระยะทาง

ด้านพลังงานติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนความจุ 29.6 kWh สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุด 253 กิโลเมตรต่อการชาร์จ ตามมาตรฐาน NEDC จึงมีแนวทางการใช้งานค่อนข้างชัดว่าเป็นรถ EV ขนาดเล็กสำหรับการเดินทางในเมืองและระยะใกล้เป็นหลัก

ภายในเล็กแต่ฟีเจอร์ไม่ธรรมดา

แม้ตัวรถมีขนาดกะทัดรัด แต่ Honda จัดอุปกรณ์ภายในมาไม่น้อย เบาะคู่หน้าเป็นแบบ Bucket Seat ทรงสปอร์ต ส่วนเบาะหลังสามารถแยกพับ 50:50 ได้

ภายในมี Ambient Light บริเวณคอนโซลที่เปลี่ยนจากสีน้ำเงินเป็นสีม่วงเมื่อเปิด BOOST Mode พร้อมพวงมาลัยหุ้มหนังตกแต่ง Blue Stitching และเบาะคู่หน้าพร้อมระบบทำความร้อน

ระบบ Infotainment ใช้หน้าจอสัมผัส Advanced Touch ขนาด 9 นิ้ว รองรับ Wireless Apple CarPlay และ Android Auto พร้อม Google Built-in, Honda CONNECT เจเนอเรชันที่ 4 และระบบเครื่องเสียง BOSE พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง นอกจากนี้ยังมี USB Type-C ด้านหน้า 2 ช่อง รองรับกำลังไฟ 60W

Honda SENSING ให้มา 6 ระบบหลัก

ระบบความปลอดภัย Honda SENSING ทำงานผ่านกล้องมุมกว้างด้านหน้า โดยมีฟังก์ชันหลัก 6 ระบบ ได้แก่ ระบบเตือนการชนพร้อมช่วยเบรก CMBS, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง LKAS, ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทาง RDM with LDW, ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ AHB, Adaptive Cruise Control พร้อม Low-Speed Follow และระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ LCDN

นอกจากนี้ ยังมีเซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุดและหลัง 4 จุด, กล้องมองหลังปรับมุมได้ 3 ระดับ, Walk Away Auto Lock, เบรกมือไฟฟ้า, Auto Brake Hold, ABS & EBD, HSA และ VSA รวมถึงถุงลมคู่หน้า ถุงลมด้านข้างคู่หน้า และม่านถุงลมด้านข้าง

อยากแต่งเพิ่ม มีทั้ง BULLDOG และ MUGEN

อีกจุดที่น่าสนใจของ Super-ONE คือ Honda เปิดทางให้แต่งรถได้ค่อนข้างจริงจัง โดยมีชุด BULLDOG Style ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Honda City Turbo II ภายใต้แนวคิด “REIWA BULLDOG”

BULLDOG Full Package ราคา 110,000 บาท ประกอบด้วยชุดสติกเกอร์ BULLDOG, ลายคาดกลางตัวรถ, ล้ออัลลอย ME-027 ขนาด 15 นิ้ว และสปอยเลอร์หลัง หรือสามารถแยกซื้อชุดสติกเกอร์ 20,000 บาท, ชุดล้อ 70,000 บาท และสปอยเลอร์หลัง 30,000 บาทได้เช่นกัน

ส่วนสายสปอร์ตมีชุดแต่ง MUGEN ให้เลือก โดย MUGEN Car for Super-ONE Package ราคา 640,000 บาท ได้ทั้งชุด Aero, สปอยเลอร์หลังคาร์บอน, โป่งซุ้มล้อ, ฝาครอบกระจกลายคาร์บอน, ล้อ MUGEN FC5 พร้อมยาง และฟิล์มเปลี่ยนสีพร้อมกราฟิก MUGEN ขณะที่ MUGEN Aero Part Package ราคา 400,000 บาท

โปรโมชั่น Honda Super-ONE

สำหรับผู้ที่จองตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม - 30 กันยายน 2569 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2569 จะได้รับข้อเสนอพิเศษตามเงื่อนไขที่ Honda กำหนด ได้แก่

  • ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.69%
  • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี
  • ฟรี Honda Ultimate Care รวมการรับประกันเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กม. แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน
  • รับประกันแบตเตอรี่ EV และระบบขับเคลื่อน EV ทั้งระบบ 8 ปี หรือ 160,000 กม. แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน

จอง Honda Super-ONE อย่างไร?

เนื่องจาก Honda Super-ONE มีจำนวนเพียง 30 คันในปี 2569 Honda จะเปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ในการจองผ่านระบบออนไลน์ในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 - 17.00 น. เพียงวันเดียว

อย่างไรก็ตาม การลงทะเบียนไม่ได้หมายความว่าจะได้รับรถทันที เนื่องจากบริษัทจะพิจารณาและติดต่อลูกค้าที่ลงทะเบียนเพื่อยืนยันสิทธิ์และเงื่อนไขการจองตามลำดับการลงทะเบียน โดยมีกำหนดเริ่มส่งมอบรถตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป

hondasuper-one_ext(2)_batch

Honda Super-ONE น่าสนใจตรงไหน?

เห็นแบบนี้ต้องบอกว่า Honda Super-ONE อาจไม่ได้เกิดมาเพื่อแข่งขันว่าใครให้แบตเตอรี่ใหญ่ที่สุดหรือวิ่งได้ไกลที่สุด แต่จุดขายอยู่ที่การพยายามทำให้ รถ EV คันเล็กยังมีความสนุกในการขับ ผ่าน BOOST Mode, ระบบจำลองการเปลี่ยนเกียร์, Active Sound Control และการปรับช่วงล้อให้เน้นการควบคุมมากขึ้น

เมื่อรวมกับราคา 990,000 บาท การนำเข้าจากญี่ปุ่นแบบ CBU และจำนวนเพียง 30 คันในปีแรก ทำให้ Super-ONE กลายเป็นรถ EV ที่มีตำแหน่งค่อนข้างเฉพาะตัว เหมาะกับคนที่อยากได้รถไฟฟ้าคันเล็กสำหรับใช้งานในเมือง แต่ยังต้องการคาแรกเตอร์และความสนุกแบบ Honda อยู่ครบ