Honda จับมือ Tata Technologies พัฒนารถยนต์ยุคใหม่ เน้นซอฟต์แวร์และ AI

Honda เดินหน้าปรับตัวเข้าสู่ยุครถยนต์อัจฉริยะอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดประกาศความร่วมมือกับ Tata Technologies บริษัทด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีจากอินเดีย เพื่อร่วมกันพัฒนาแพลตฟอร์มรถยนต์รุ่นใหม่ที่เน้นซอฟต์แวร์เป็นหัวใจสำคัญ พร้อมรองรับรถยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีในอนาคต
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่กำลังให้ความสำคัญกับ "ซอฟต์แวร์" มากพอ ๆ กับเครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อน เพราะรถยนต์ยุคใหม่ไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องสมรรถนะ แต่ยังรวมถึงประสบการณ์การใช้งาน การอัปเดตระบบ และบริการดิจิทัลภายในรถอีกด้วย
จากรถยนต์สู่ "Software-Defined Vehicle"
แนวคิดที่ Honda ต้องการผลักดันคือ Software-Defined Vehicle (SDV) หรือรถยนต์ที่สามารถเพิ่มความสามารถใหม่ผ่านซอฟต์แวร์ได้ แม้หลังจากส่งมอบรถให้ลูกค้าแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นการอัปเดตระบบช่วยขับ ฟีเจอร์ความปลอดภัย ระบบอินโฟเทนเมนต์ หรือการปรับปรุงประสิทธิภาพของรถ ก็สามารถทำผ่านการอัปเดตแบบ OTA (Over-the-Air) ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเข้าศูนย์บริการทุกครั้ง

Tata Technologies จะช่วยอะไร Honda?
Tata Technologies มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ วิศวกรรมยานยนต์ ซอฟต์แวร์ และการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์
รายงานระบุว่าบริษัทจะเข้ามาสนับสนุน Honda ในหลายด้าน ได้แก่
- การพัฒนาแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์รถยนต์
- สถาปัตยกรรมระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (E/E Architecture)
- การเชื่อมต่อระบบคลาวด์
- การพัฒนาฟีเจอร์ดิจิทัลภายในรถ
- รองรับรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์อัจฉริยะในอนาคต
เป้าหมายคือการลดระยะเวลาในการพัฒนารถรุ่นใหม่ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับผู้ผลิตที่เน้นซอฟต์แวร์อย่าง Tesla รวมถึงแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจากจีน
ตลาดรถยนต์กำลังเปลี่ยนจากฮาร์ดแวร์สู่ซอฟต์แวร์
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผู้ผลิตรถยนต์ทั่วโลกต่างลงทุนด้านซอฟต์แวร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้บริโภคเริ่มคาดหวังว่ารถยนต์จะสามารถอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ได้เหมือนสมาร์ทโฟน
นอกจากนี้ ระบบช่วยขับ ผู้ช่วย AI ภายในรถ ระบบนำทาง และบริการเชื่อมต่อออนไลน์ ยังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อรถยนต์ของผู้บริโภคยุคใหม่อีกด้วย
ความร่วมมือกับ Tata Technologies ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งของแผนระยะยาวของ Honda ที่ต้องการเร่งการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ โดยบริษัทมีเป้าหมายเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่หลายรุ่นภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์ 0 Series รวมถึงการยกระดับระบบปฏิบัติการและบริการดิจิทัลภายในรถให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ดียิ่งขึ้น แต่จะเป็นอย่างไรคงต้องรอติดตามกันต่อไป
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี




