วิธีต่อใบขับขี่ออนไลน์ปี 2569 อบรมที่บ้านได้ ใช้เอกสารอะไรบ้าง?

ใบขับขี่ถือเป็นเอกสารที่สำคัญมากสำหรับคนที่อยากจะใช้รถ ไม่มีคือไม่ได้ เลยทีเดียวและเรื่องที่ต้องรู้ต้อมาคือ การต่ออายุใบอนุญาตขับรถ หรือ "ต่อใบขับขี่" ปัจจุบันสะดวกกว่าเดิม เพราะสามารถต่อแบบออนไลน์ได้แล้วแต่ว่าต้องทำอย่างไรน
วันนี้ Sanook Auto จะมาสรุปขั้นตอนการต่อใบขับขี่ออนไลน์ปี 2569 พร้อมเอกสารที่ต้องเตรียม ค่าธรรมเนียม และข้อควรรู้ก่อนเข้ารับบริการ

ใครสามารถต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้?
การต่อใบขับขี่แบบออนไลน์ หมายถึง การอบรมผ่านระบบ DLT e-Learning ก่อนเข้าดำเนินการที่สำนักงานขนส่ง ไม่ใช่การรับใบขับขี่ใหม่ผ่านออนไลน์ทั้งหมด
ผู้ที่สามารถอบรมออนไลน์ได้ ได้แก่
- ผู้ที่ถือใบขับขี่ส่วนบุคคลชนิด 5 ปี และต้องการต่ออายุ
- ผู้ที่ถือใบขับขี่ชั่วคราว 2 ปี เพื่อเปลี่ยนเป็นใบขับขี่ 5 ปี
- ผู้ที่ใบขับขี่หมดอายุไม่เกิน 1 ปี
หากใบขับขี่หมดอายุเกินกำหนด จะมีเงื่อนไขเพิ่มเติมตามระยะเวลาที่ขาดอายุ
ขั้นตอนการต่อใบขับขี่ออนไลน์
1. อบรมผ่าน DLT e-Learning
เข้าเว็บไซต์ DLT e-Learning ลงทะเบียนด้วยข้อมูลส่วนตัว จากนั้นเลือกประเภทใบอนุญาตขับรถที่ต้องการต่ออายุ
เมื่อเข้าสู่ระบบแล้ว ให้รับชมวิดีโอการอบรมจนจบ ทำแบบทดสอบ และบันทึกผลการอบรมหรือ QR Code ไว้เป็นหลักฐาน เพื่อนำไปใช้ในวันดำเนินการที่สำนักงานขนส่ง
2. จองคิวล่วงหน้า
หลังผ่านการอบรม สามารถจองคิวผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือระบบจองคิวออนไลน์ของกรมการขนส่งทางบก เพื่อเลือกวันและเวลาที่สะดวกเข้ารับบริการ
3. เตรียมเอกสาร
เอกสารที่ต้องใช้ ได้แก่
- บัตรประชาชนตัวจริง
- ใบขับขี่ฉบับเดิม
- ใบรับรองแพทย์ อายุไม่เกิน 1 เดือน
- หลักฐานผ่านการอบรม DLT e-Learning
4. เข้าสำนักงานขนส่ง
เมื่อถึงวันนัด เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสาร จากนั้นผู้ขอต่อใบขับขี่จะต้องเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย เช่น
- ทดสอบการมองเห็นสี
- ทดสอบสายตาทางลึก
- ทดสอบสายตาทางกว้าง
- ทดสอบปฏิกิริยาทางเท้า
เมื่อผ่านการทดสอบ จะเข้าสู่ขั้นตอนถ่ายภาพ ชำระค่าธรรมเนียม และรับใบขับขี่ใบใหม่
ค่าธรรมเนียมต่อใบขับขี่ปี 2569
ใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล (5 ปี)
- ค่าคำขอ 5 บาท
- ค่าธรรมเนียมใบขับขี่ 500 บาท
- รวม 505 บาท
ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (5 ปี)
- ค่าคำขอ 5 บาท
- ค่าธรรมเนียมใบขับขี่ 250 บาท
- รวม 255 บาท
หากต่อทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์พร้อมกัน จะต้องชำระค่าธรรมเนียมแยกตามประเภทใบอนุญาต
ใบขับขี่หมดอายุ ต่อได้หรือไม่?
- หมดอายุไม่เกิน 1 ปี สามารถต่ออายุได้ตามปกติ
- หมดอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ต้องอบรมที่สำนักงานขนส่ง และสอบข้อเขียนใหม่
- หมดอายุเกิน 3 ปี ต้องสอบข้อเขียนใหม่ และสอบขับรถใหม่
ดังนั้น หากใบขับขี่ใกล้หมดอายุ ควรดำเนินการต่ออายุโดยเร็ว เพื่อหลีกเลี่ยงขั้นตอนเพิ่มเติม
ทำไมถึงยังออนไลน์สมบูรณ์ไม่ได้
ทำไมตอนนี้ยังต้องไปที่สำนักงานขนส่ง?
หลายคนอาจสงสัยว่า ในเมื่อมีการอบรมผ่านระบบออนไลน์แล้วแบบสมบูรณ์ได้ เหตุใดจึงยังต้องเดินทางไปที่สำนักงานขนส่งทางบก คำตอบคือ ปัจจุบันการต่อใบขับขี่ยังไม่สามารถดำเนินการผ่านออนไลน์ได้ 100% ในทุกกรณี
สาเหตุสำคัญมาจากระบบเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกรมการขนส่งทางบกกับกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะข้อมูล ใบรับรองแพทย์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ยังเชื่อมต่อกันไม่สมบูรณ์ ทำให้ผู้ขอต่อใบขับขี่ยังคงต้องเดินทางไปยื่นเอกสาร ยืนยันตัวตน และดำเนินการตามขั้นตอนที่สำนักงานขนส่งก่อน
ก่อนหน้านี้ กรมการขนส่งทางบกมีแผนเปิดให้บริการต่ออายุใบขับขี่แบบออนไลน์เต็มรูปแบบ พร้อมจัดส่งใบขับขี่ทางไปรษณีย์ แต่ได้มีการเลื่อนการใช้งานออกไป เนื่องจากระบบเชื่อมโยงข้อมูลด้านสุขภาพยังไม่พร้อมใช้งาน จึงยังไม่สามารถให้บริการได้ตามกำหนดเดิม ออกไปอย่างไม่มีกำหนด ว่าจะพร้อมเมื่อไหร่
ดังนั้น ในปัจจุบันผู้ที่ต้องการต่อใบขับขี่ยังคงต้องดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้
- อบรมผ่านระบบ DLT e-Learning
- จองคิวล่วงหน้า
- เตรียมเอกสารให้ครบ
- เดินทางไปสำนักงานขนส่งเพื่อตรวจสอบเอกสาร ยืนยันตัวตน (ถ้ามี) ทดสอบสมรรถภาพร่างกายตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ถ่ายภาพ และชำระค่าธรรมเนียมก่อนรับใบขับขี่ฉบับใหม่
หากในอนาคตระบบเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานแล้วเสร็จ กรมการขนส่งทางบกอาจเปิดให้บริการต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์แบบเต็มรูปแบบอีกครั้ง ในอนาคตอันใกล้
ปิดท้ายก่อนจาก
แม้จะเรียกว่า "ต่อใบขับขี่ออนไลน์" แต่ปัจจุบันเป็นการอบรมผ่านระบบ DLT e-Learning ก่อน จากนั้นยังต้องเดินทางไปสำนักงานขนส่งเพื่อยื่นเอกสาร ทดสอบสมรรถภาพ ถ่ายภาพ และรับใบขับขี่ใบใหม่ อย่างไรก็ตาม ระบบดังกล่าวช่วยลดเวลาการดำเนินการได้มาก และทำให้การต่ออายุใบขับขี่สะดวกกว่าที่ผ่านมา
อ่านเพิ่มเติม
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี




