วิธีต่อใบขับขี่ออนไลน์ปี 2569 อบรมที่บ้านได้ ใช้เอกสารอะไรบ้าง?

วิธีต่อใบขับขี่ออนไลน์ปี 2569 อบรมที่บ้านได้ ใช้เอกสารอะไรบ้าง?

วิธีต่อใบขับขี่ออนไลน์ปี 2569 อบรมที่บ้านได้ ใช้เอกสารอะไรบ้าง?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ใบขับขี่ถือเป็นเอกสารที่สำคัญมากสำหรับคนที่อยากจะใช้รถ ไม่มีคือไม่ได้ เลยทีเดียวและเรื่องที่ต้องรู้ต้อมาคือ การต่ออายุใบอนุญาตขับรถ หรือ "ต่อใบขับขี่" ปัจจุบันสะดวกกว่าเดิม เพราะสามารถต่อแบบออนไลน์ได้แล้วแต่ว่าต้องทำอย่างไรน

วันนี้ Sanook Auto จะมาสรุปขั้นตอนการต่อใบขับขี่ออนไลน์ปี 2569 พร้อมเอกสารที่ต้องเตรียม ค่าธรรมเนียม และข้อควรรู้ก่อนเข้ารับบริการ

chatgptimagejul15,2026,0

ใครสามารถต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้?

การต่อใบขับขี่แบบออนไลน์ หมายถึง การอบรมผ่านระบบ DLT e-Learning ก่อนเข้าดำเนินการที่สำนักงานขนส่ง ไม่ใช่การรับใบขับขี่ใหม่ผ่านออนไลน์ทั้งหมด

ผู้ที่สามารถอบรมออนไลน์ได้ ได้แก่

  • ผู้ที่ถือใบขับขี่ส่วนบุคคลชนิด 5 ปี และต้องการต่ออายุ
  • ผู้ที่ถือใบขับขี่ชั่วคราว 2 ปี เพื่อเปลี่ยนเป็นใบขับขี่ 5 ปี
  • ผู้ที่ใบขับขี่หมดอายุไม่เกิน 1 ปี

หากใบขับขี่หมดอายุเกินกำหนด จะมีเงื่อนไขเพิ่มเติมตามระยะเวลาที่ขาดอายุ 

ขั้นตอนการต่อใบขับขี่ออนไลน์

1. อบรมผ่าน DLT e-Learning

เข้าเว็บไซต์ DLT e-Learning ลงทะเบียนด้วยข้อมูลส่วนตัว จากนั้นเลือกประเภทใบอนุญาตขับรถที่ต้องการต่ออายุ

เมื่อเข้าสู่ระบบแล้ว ให้รับชมวิดีโอการอบรมจนจบ ทำแบบทดสอบ และบันทึกผลการอบรมหรือ QR Code ไว้เป็นหลักฐาน เพื่อนำไปใช้ในวันดำเนินการที่สำนักงานขนส่ง 

2. จองคิวล่วงหน้า

หลังผ่านการอบรม สามารถจองคิวผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือระบบจองคิวออนไลน์ของกรมการขนส่งทางบก เพื่อเลือกวันและเวลาที่สะดวกเข้ารับบริการ 

3. เตรียมเอกสาร

เอกสารที่ต้องใช้ ได้แก่

  • บัตรประชาชนตัวจริง
  • ใบขับขี่ฉบับเดิม
  • ใบรับรองแพทย์ อายุไม่เกิน 1 เดือน
  • หลักฐานผ่านการอบรม DLT e-Learning

4. เข้าสำนักงานขนส่ง

เมื่อถึงวันนัด เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสาร จากนั้นผู้ขอต่อใบขับขี่จะต้องเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย เช่น

  • ทดสอบการมองเห็นสี
  • ทดสอบสายตาทางลึก
  • ทดสอบสายตาทางกว้าง
  • ทดสอบปฏิกิริยาทางเท้า

เมื่อผ่านการทดสอบ จะเข้าสู่ขั้นตอนถ่ายภาพ ชำระค่าธรรมเนียม และรับใบขับขี่ใบใหม่ 

ค่าธรรมเนียมต่อใบขับขี่ปี 2569

ใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล (5 ปี)

  • ค่าคำขอ 5 บาท
  • ค่าธรรมเนียมใบขับขี่ 500 บาท
  • รวม 505 บาท

ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (5 ปี)

  • ค่าคำขอ 5 บาท
  • ค่าธรรมเนียมใบขับขี่ 250 บาท
  • รวม 255 บาท

หากต่อทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์พร้อมกัน จะต้องชำระค่าธรรมเนียมแยกตามประเภทใบอนุญาต 

ใบขับขี่หมดอายุ ต่อได้หรือไม่?

  • หมดอายุไม่เกิน 1 ปี สามารถต่ออายุได้ตามปกติ
  • หมดอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ต้องอบรมที่สำนักงานขนส่ง และสอบข้อเขียนใหม่
  • หมดอายุเกิน 3 ปี ต้องสอบข้อเขียนใหม่ และสอบขับรถใหม่

ดังนั้น หากใบขับขี่ใกล้หมดอายุ ควรดำเนินการต่ออายุโดยเร็ว เพื่อหลีกเลี่ยงขั้นตอนเพิ่มเติม 

ทำไมถึงยังออนไลน์สมบูรณ์ไม่ได้

ทำไมตอนนี้ยังต้องไปที่สำนักงานขนส่ง?

หลายคนอาจสงสัยว่า ในเมื่อมีการอบรมผ่านระบบออนไลน์แล้วแบบสมบูรณ์ได้ เหตุใดจึงยังต้องเดินทางไปที่สำนักงานขนส่งทางบก คำตอบคือ ปัจจุบันการต่อใบขับขี่ยังไม่สามารถดำเนินการผ่านออนไลน์ได้ 100% ในทุกกรณี

สาเหตุสำคัญมาจากระบบเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกรมการขนส่งทางบกกับกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะข้อมูล ใบรับรองแพทย์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ยังเชื่อมต่อกันไม่สมบูรณ์ ทำให้ผู้ขอต่อใบขับขี่ยังคงต้องเดินทางไปยื่นเอกสาร ยืนยันตัวตน และดำเนินการตามขั้นตอนที่สำนักงานขนส่งก่อน

ก่อนหน้านี้ กรมการขนส่งทางบกมีแผนเปิดให้บริการต่ออายุใบขับขี่แบบออนไลน์เต็มรูปแบบ พร้อมจัดส่งใบขับขี่ทางไปรษณีย์ แต่ได้มีการเลื่อนการใช้งานออกไป เนื่องจากระบบเชื่อมโยงข้อมูลด้านสุขภาพยังไม่พร้อมใช้งาน จึงยังไม่สามารถให้บริการได้ตามกำหนดเดิม ออกไปอย่างไม่มีกำหนด ว่าจะพร้อมเมื่อไหร่ 

ดังนั้น ในปัจจุบันผู้ที่ต้องการต่อใบขับขี่ยังคงต้องดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้

  • อบรมผ่านระบบ DLT e-Learning
  • จองคิวล่วงหน้า
  • เตรียมเอกสารให้ครบ
  • เดินทางไปสำนักงานขนส่งเพื่อตรวจสอบเอกสาร ยืนยันตัวตน (ถ้ามี) ทดสอบสมรรถภาพร่างกายตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ถ่ายภาพ และชำระค่าธรรมเนียมก่อนรับใบขับขี่ฉบับใหม่

หากในอนาคตระบบเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานแล้วเสร็จ กรมการขนส่งทางบกอาจเปิดให้บริการต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์แบบเต็มรูปแบบอีกครั้ง ในอนาคตอันใกล้

ปิดท้ายก่อนจาก

แม้จะเรียกว่า "ต่อใบขับขี่ออนไลน์" แต่ปัจจุบันเป็นการอบรมผ่านระบบ DLT e-Learning ก่อน จากนั้นยังต้องเดินทางไปสำนักงานขนส่งเพื่อยื่นเอกสาร ทดสอบสมรรถภาพ ถ่ายภาพ และรับใบขับขี่ใบใหม่ อย่างไรก็ตาม ระบบดังกล่าวช่วยลดเวลาการดำเนินการได้มาก และทำให้การต่ออายุใบขับขี่สะดวกกว่าที่ผ่านมา

อ่านเพิ่มเติม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล