ต่อประกันชั้น 1 ควรทำถึงรถอายุเท่าไหร่? วิธีเช็กความคุ้มค่าที่ต้องรู้

"ประกันรถยนต์ชั้น 1" ควรทำต่อจนถึงรถอายุเท่าไหร่? แนะวิธีเลือกให้คุ้มค่าเงินในกระเป๋ามากที่สุด
สำหรับคนมีรถยนต์ การเลือกทำ "ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1" ถือเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ เพราะให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุแบบมีคู่กรณี ชนเสา ขูดฟุตบาท หรือแม้แต่เหตุสุดวิสัยไฟไหม้ น้ำท่วม และรถหาย
แต่เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยเกิดคำถามในใจว่า เมื่อใช้รถไปนานๆ เข้า การจ่ายเบี้ยประกันชั้น 1 ราคาเต็มทุกปีเริ่มจะไม่ค่อยคุ้มค่ากับสภาพรถ แล้วตกลงเราควรทำประกันชั้น 1 ไปจนถึงรถอายุเท่าไหร่ดี? วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกัน
รถยนต์ทั่วไป ทำประกันชั้น 1 ได้ถึงอายุเท่าไหร่?
โดยทั่วไปแล้ว ตามเงื่อนไขของบริษัทประกันภัยส่วนใหญ่ จะแบ่งเกณฑ์การรับประกันออกเป็น:
-
รถใหม่ป้ายแดง: ส่วนใหญ่บริษัทประกันมักจะรับทำประกันชั้น 1 สำหรับรถที่มีอายุ ไม่เกิน 7 ปี
-
การต่ออายุต่อเนื่อง: สามารถต่อประกันชั้น 1 กับบริษัทเดิมได้ยาวๆ จนถึง อายุรถประมาณ 15 ปี (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประวัติการเคลมของเจ้าของรถด้วย หากปีไหนเคลมบ่อยหรือมีค่าสินไหมสูง บริษัทอาจพิจารณาปรับลดประเภทประกันลง)
เช็กลิสต์ 5 ข้อ! ควรถือประกันชั้น 1 ต่อ หรือพอแค่นี้?
เนื่องจากไม่มีกฎตายตัวว่ารถอายุต้องกี่ปีถึงควรเลิกทำประกันชั้น 1 คุณสามารถใช้ปัจจัยเหล่านี้ในการตัดสินใจได้เลย
-
มูลค่าปัจจุบันของตัวรถ: รถยิ่งเก่ามูลค่าทางราคายิ่งลดลง หากค่าเบี้ยประกันชั้น 1 เริ่มใกล้เคียงหรือสูงเกินไปเมื่อเทียบกับราคารถในตลาด อาจจะไม่คุ้มค่าที่จะจ่ายต่อ
-
สภาพรถและการใช้งาน: หากรถเริ่มมีอายุมาก มีปัญหาจุกจิกต้องซ่อมบ่อย หรือคุณยังเป็นมือใหม่ที่กังวลเรื่องอุบัติเหตุ การต่อประกันชั้น 1 อาจช่วยเซฟเงินค่าซ่อมก้อนโตได้ดีกว่า
-
ปรับลดระดับความคุ้มครอง: หากรู้สึกว่าเบี้ยประกันชั้น 1 สูงเกินงบ แต่ยังอยากได้ความคุ้มครองเวลาเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ลองเปลี่ยนใจขยับมามอง ประกันชั้น 2+ หรือ 3+ ที่คุ้มครองรถชนรถ ก็เป็นทางเลือกที่ประหยัดขึ้นและตอบโจทย์ได้ดี
-
งบประมาณในกระเป๋า: ค่าเบี้ยประกันคือค่าใช้จ่ายประจำปีที่ต้องวางแผนให้ดี เลือกแพ็กเกจที่จ่ายไหวโดยไม่สร้างภาระทางการเงิน
-
ความต้องการและความมั่นใจส่วนบุคคล: บางคนขับรถระมัดระวังและมั่นใจมาก แต่อีกหลายคนชอบความอุ่นใจแบบครอบคลุม จัดเต็มทุกสถานการณ์
บทสรุปส่งท้าย: การตัดสินใจต่อประกันชั้น 1 ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว สิ่งสำคัญที่สุดคือการ "เปรียบเทียบข้อเสนอจากหลายๆ บริษัทประกัน" สำรวจพฤติกรรมการขับรถของตัวเอง เช็กประวัติการเคลม และเลือกแผนที่คุ้มค่าและตอบโจทย์กระเป๋าเงินของคุณมากที่สุดในแต่ละปีครับ!
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)



