5 เคล็ดลับขับรถทางไกลอย่างไรให้ "ประหยัดน้ำมัน" สูงสุด ช่วยเซฟเงินในกระเป๋า!

5 เคล็ดลับขับรถทางไกลอย่างไรให้ "ประหยัดน้ำมัน" สูงสุด เซฟเงินในกระเป๋าเพียบ!
การเดินทางไกลนอกจากเรื่องความปลอดภัยและความสะดวกสบายแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่คนมีรถให้ความสำคัญไม่แพ้กันคือ "การประหยัดน้ำมัน" เพราะค่าน้ำมันแต่ละทริปไม่ใช่เล่นๆ เลย วันนี้ Sanook Auto เลยมี 5 เคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณขับรถเที่ยวทางไกลได้อย่างประหยัดน้ำมันสูงสุดมาฝากกันครับ!
1. รักษาความเร็วให้คงที่และเหมาะสม
การเร่งเครื่องสลับกับเบรกบ่อยๆ คือตัวการสำคัญที่ทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักและซดน้ำมันมากกว่าปกติ พยายามขับรถด้วยความเร็วที่สม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการเร่งแซงโดยไม่จำเป็น และรักษาระยะห่างเพื่อลดการเบรกกะทันหัน
-
ความเร็วประหยัด: ส่วนใหญ่มจะอยู่ในช่วง 80-90 กม./ชม. (หรือความเร็วคงที่ตามกฎหมายกำหนดที่เหมาะสมกับรอบเครื่องยนต์ของรถแต่ละรุ่น)
2. ใช้คันเร่งอย่างนุ่มนวลและค่อยเป็นค่อยไป
การกระทืบคันเร่งหรือออกตัวกระชาก จะส่งผลให้เครื่องยนต์ฉีดน้ำมันปริมาณมากเข้ามาเผาไหม้ทันที ทางที่ดีควรค่อยๆ เหยียบคันเร่งอย่างนุ่มนวล ฝึกนิสัยมองการณ์ไกล คาดเดาสภาพการจราจรข้างหน้า หากเห็นสัญญาณไฟแดงหรือรถชะลอตัว ให้ใช้วิธี "ถอนคันเร่งปล่อยไหล" แทนการขับไปเบรกกะทันหันตอนท้าย ซึ่งช่วยประหยัดพลังงานได้เยอะมาก
3. ใช้เกียร์ให้เหมาะกับรอบเครื่องและสภาพถนน
-
เกียร์ธรรมดา: ควรเปลี่ยนเกียร์ขึ้นเมื่อรอบเครื่องยนต์อยู่ในช่วงที่เหมาะสม และใช้เกียร์ต่ำเฉพาะตอนขึ้นทางชันเพื่อเรียกแรงบิด ไม่ลากรอบสูงนานเกินไป
-
เกียร์อัตโนมัติ: แม้ระบบจะเปลี่ยนเกียร์ให้อัตโนมัติ แต่การขับขี่แบบไม่กระชากและคุมความเร็วให้สม่ำเสมอ ก็ช่วยให้เกียร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเช่นกัน
4. เคลียร์ของไม่จำเป็นออกจากรถ (ลดภาระน้ำหนัก)
น้ำหนักที่มากเกินไปทำให้เครื่องยนต์ต้องออกแรงลากเยอะขึ้น ส่งผลให้กินน้ำมันมากขึ้นโดยใช่เหตุ ก่อนออกเดินทางไกลลองสำรวจท้ายรถแล้วนำของที่ไม่จำเป็นออก นอกจากนี้ แร็คหลังคาหรือกล่องสัมภาระภายนอก ที่ไม่ได้ใช้งาน ควรถอดออกด้วยเช่นกัน เพราะมันเพิ่มแรงต้านลมทำให้รถกินน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
5. เช็กลมยางและบำรุงรักษารถตามระยะ
ยางรถยนต์คือด่านแรกที่สัมผัสกับพื้นถนน หาก ลมยางอ่อนเกินไป หน้าสัมผัสยางจะกว้างขึ้น เกิดแรงเสียดทานสูง ทำให้เครื่องยนต์ต้องใช้กำลังมากขึ้นจนเปลืองน้ำมัน
-
สิ่งที่ควรทำ: ตรวจเช็กและเติมลมยางให้ได้ตามค่ามาตรฐานก่อนเดินทางไกลเสมอ พร้อมทั้งตรวจสภาพรถยนต์เบื้องต้น เช่น ไส้กรองอากาศ และเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะ เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานเต็มประสิทธิภาพและประหยัดน้ำมันที่สุด
ลองนำ 5 เคล็ดลับนี้ไปปรับใช้กับการเดินทางครั้งต่อไป รับรองว่าช่วยเซฟค่าน้ำมันในกระเป๋าได้เพียบ แถมยังช่วยถนอมรถยนต์คันโปรดให้อยู่กับเราไปนานๆ ด้วยครับ!
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



