ลงเขา ทำไมต้องปล่อยรอบเครื่องสูง? ยิ่งปลอดภัยกว่าที่คิด

ลงเขา ทำไมต้องปล่อยรอบเครื่องสูง? ยิ่งปลอดภัยกว่าที่คิด

ลงเขา ทำไมต้องปล่อยรอบเครื่องสูง? ยิ่งปลอดภัยกว่าที่คิด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หลายคนที่ขับรถขึ้น-ลงเขาเป็นครั้งแรกอาจตกใจ เมื่อเห็นรอบเครื่องยนต์พุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 3,000-4,000 รอบต่อนาที หรือบางครั้งสูงกว่านั้น ทั้งที่ไม่ได้เหยียบคันเร่ง จนเผลอคิดว่ารถกำลังมีปัญหา

แต่ความจริงแล้ว อาการนี้ถือเป็นเรื่องปกติของรถยนต์ส่วนใหญ่ และยังเป็นวิธีที่ช่วยให้ขับลงเขาได้ปลอดภัยกว่าการปล่อยรถไหลแล้วเหยียบเบรกเพียงอย่างเดียว

ลงเขาแล้วทำไมต้องรอบเครื่องถึงสูง?

เมื่อรถวิ่งลงทางลาดชัน น้ำหนักของรถจะดันให้ความเร็วเพิ่มขึ้นตลอดเวลา หากปล่อยเกียร์ให้อยู่ในตำแหน่งที่ต่ำ หรือรถมีระบบเปลี่ยนเกียร์ลงอัตโนมัติ เครื่องยนต์จะช่วยต้านแรงหมุนของล้อ หรือที่เรียกว่า Engine Brake

เมื่อเครื่องยนต์ทำหน้าที่หน่วงความเร็ว รอบเครื่องจึงสูงขึ้นตามความเร็วของรถ แม้ว่าผู้ขับจะไม่ได้เหยียบคันเร่งก็ตาม

รอบสูงถึงปลอดภัยกว่าจริงไหม?

ต้องบอกว่ามีส่วนเพราะการใช้ Engine Brake ช่วยลดภาระของระบบเบรก ทำให้ไม่ต้องเหยียบเบรกตลอดเวลาระหว่างลงเขา ซึ่งมีข้อดีหลายด้าน ได้แก่

  • ลดโอกาสเบรกร้อนจัด (Brake Fade) เมื่อเบรกทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน ผ้าเบรกและจานเบรกจะสะสมความร้อนจนประสิทธิภาพลดลง
  • ควบคุมความเร็วได้สม่ำเสมอ รถจะไม่ไหลเร็วขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนการปล่อยเกียร์สูงแล้วใช้เบรกอย่างเดียว
  • ลดความเสี่ยงเบรกไหม้ โดยเฉพาะการลงเขาระยะยาว เช่น ดอยอินทนนท์ ภูทับเบิก หรือเขาค้อ
  • ทำให้รถทรงตัวดีขึ้น เพราะเครื่องยนต์ช่วยหน่วงความเร็วอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ชะลอเป็นจังหวะจากการเหยียบเบรกเพียงอย่างเดียว

รอบเครื่องขึ้น 4,000-5,000 รอบ อันตรายไหม?

หลายคนมองว่าลงเข้ารอบสูงอาจจะสูงถึง 4,000 - 5,000 รอบเลยจะทำเครื่องพังไหมคำตอบคือ โดยทั่วไป หากรอบเครื่องยังไม่เข้าสู่โซนสีแดง (Redline) ที่ผู้ผลิตกำหนด ถือว่าอยู่ในช่วงที่เครื่องยนต์สามารถทำงานได้ตามปกติ โดยเฉพาะในช่วงลงเขา

รถยนต์รุ่นใหม่จำนวนมากยังมีระบบเลือกเกียร์อัตโนมัติเมื่อตรวจพบว่ารถกำลังลงทางลาดชัน เพื่อให้เกิด Engine Brake และช่วยลดภาระของระบบเบรกอีกด้วย

เกียร์อัตโนมัติควรใช้ตำแหน่งไหน?

หากเป็นทางลาดชัน ควรเลือกใช้เกียร์ต่ำตามที่รถรองรับ เช่น

  • L หรือ Low สำหรับทางชันมาก
  • 2 หรือ S สำหรับทางลาดปานกลาง
  • B (Brake) ในรถ Hybrid หรือรถไฟฟ้าหลายรุ่น เพื่อเพิ่มแรงหน่วง
  • โหมด Manual (+/-) หากรถรองรับ สามารถเลือกเกียร์เองได้ โดยรถบางคันสามารถกดที่เกียร์หรือปุ่มปรับเกียร์ที่พวงมาลัยหรือ Paddle Shift ได้เช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ ควรเลือกเกียร์ก่อนเริ่มลงเขา ไม่ควรรอจนรถมีความเร็วสูงแล้วจึงค่อยเปลี่ยนเกียร์

สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อลงเขา

นอกจากเรื่องที่ใช้รอบสูงแล้วแต่จริงๆ มีเรื่องที่ไม่ควรทำระหว่างลงเข้าคือ

  • ไม่ควรเหยียบเบรกแช่ตลอดทาง
  • ไม่ควรเข้าเกียร์ N แล้วปล่อยรถไหล เพราะจะไม่มี Engine Brake ช่วยหน่วงรถ
  • ไม่ควรดับเครื่องยนต์ขณะลงเขา เพราะระบบช่วยเบรกและพวงมาลัยอาจทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ
  • ไม่ควรเร่งเครื่องสลับกับเบรกแรง ๆ ตลอดเวลา

แล้วควรเบรกตอนไหน?

วิธีที่ปลอดภัยคือใช้ Engine Brake เป็นตัวช่วยหลัก และใช้เบรกเป็นช่วงสั้น ๆ เมื่อต้องการลดความเร็วเพิ่มเติม จากนั้นปล่อยให้เบรกคลายความร้อน ไม่ควรเหยียบค้างไว้ตลอดทาง

ปิดท้ายอยากให้ลงเขาปลอดภัยไม่เกิดเหตุ

หากขับรถลงเขาแล้วเห็นรอบเครื่องยนต์สูงกว่าปกติ ไม่ต้องตกใจ เพราะเป็นผลจากการทำงานของ Engine Brake ที่ช่วยชะลอรถแทนการใช้เบรกเพียงอย่างเดียว

การปล่อยให้รอบเครื่องสูงในระดับที่ผู้ผลิตกำหนด ไม่เพียงไม่ทำให้รถพัง แต่ยังช่วยลดความร้อนของระบบเบรก เพิ่มความปลอดภัย และควบคุมรถได้ดีกว่า โดยเฉพาะการขับลงเขาหรือทางลาดชันเป็นระยะทางยาว 

และหลังจากเดินทางไกลลงเขาเอารถเข้าศูนย์ หรือ เช็คเรื่องน้ำมันเครื่องเพื่อคืนสภาพรถให้พร้อมใช้งานก็เป็นสิ่งที่ควรทำนะ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล