ล่าสุด! รถเก่าเกิน 20 ปี มีชื่อเป็นเจ้าของรถ เตรียมได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ล่าสุด! รถเก่าเกิน 20 ปี มีชื่อเป็นเจ้าของรถ เตรียมได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ล่าสุด! รถเก่าเกิน 20 ปี มีชื่อเป็นเจ้าของรถ เตรียมได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

 

ผู้ที่ไม่ผ่านการพิจารณาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 เพราะติด เงื่อนไขการถือครองรถ อาจยังมีโอกาสได้รับสิทธิ หลังกระทรวงคมนาคมเสนอปรับหลักเกณฑ์ใหม่ให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เช่น กรณีรถเก่า รถสิ้นสภาพ รถโอนลอย หรือถูกสวมชื่อซื้อรถ ซึ่งจะนำเสนอให้กระทรวงการคลังและคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา

ข้อเสนอที่อยู่ระหว่างการพิจารณา ได้แก่ การยกเว้นรถยนต์อายุเกิน 20 ปี รถจักรยานยนต์อายุเกิน 15 ปี รวมถึงการใช้ข้อมูลการโอนลอยและการถือครองรถตามสภาพการใช้งานจริง เพื่อประกอบการพิจารณาอุทธรณ์และลดปัญหาผู้ที่ถูกตัดสิทธิโดยไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง

เตรียมปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 รถเก่า-โอนลอย-ถูกสวมชื่อ ลุ้นไม่ตัดสิทธิ

ปัจจุบัน โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกำหนดว่า ผู้ได้รับสิทธิ์ต้องไม่มีกรรมสิทธิ์รถ เว้นแต่รถบางประเภทที่กฎหมายกำหนด เช่น รถจักรยานยนต์ไม่เกิน 300 ซีซี รถสามล้อ รถรับจ้าง และรถเพื่อการเกษตร

แต่จากปัญหาที่เกิดขึ้น กระทรวงคมนาคมเสนอให้ปรับหลักเกณฑ์ใหม่ ดังนี้

chatgptimagejul20,2026,0

1. รถยนต์อายุเกิน 20 ปี อาจไม่นำมาพิจารณาเหมือนเดิม

ข้อเสนอใหม่กำหนดให้รถยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 20 ปี เป็นอีกปัจจัยหนึ่งในการพิจารณา เพราะรถหลายคันมีสภาพเก่า ใช้งานไม่ได้ หรือมีมูลค่าต่ำมาก ไม่สะท้อนฐานะทางเศรษฐกิจของผู้ถือกรรมสิทธิ์

2. รถจักรยานยนต์เกิน 15 ปี ก็อาจได้รับการผ่อนปรน

รถจักรยานยนต์ที่มีอายุเกิน 15 ปี ก็เป็นอีกกลุ่มที่กระทรวงคมนาคมเสนอให้พิจารณาใหม่ เนื่องจากหลายคันยังมีชื่ออยู่ในระบบ แต่ไม่ได้ใช้งานจริงแล้ว

3. มีมอเตอร์ไซค์ 2 คัน แต่ยังผ่อนอยู่ อาจไม่เสียสิทธิ์

อีกข้อเสนอที่น่าสนใจคือ หากผู้ลงทะเบียนมีรถจักรยานยนต์ไม่เกิน 300 ซีซี จำนวน 2 คัน และยังอยู่ระหว่างผ่อนชำระ จะเสนอให้ไม่ถือว่าขัดคุณสมบัติของโครงการ

เหตุผลคือหลายครอบครัวอาจจำเป็นต้องใช้รถจักรยานยนต์มากกว่า 1 คันในการเดินทางไปทำงานหรือประกอบอาชีพ

กรณีรถพัง ขายแล้ว หรือโอนลอย จะทำอย่างไร?

หากรถยังมีชื่ออยู่ในระบบ แต่ความเป็นจริงไม่ได้อยู่ในความครอบครองแล้ว กรมการขนส่งทางบกยืนยันว่าจะช่วยตรวจสอบและจัดทำบันทึกข้อมูล เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการอุทธรณ์ เช่น

  • รถพังจนใช้งานไม่ได้
  • รถสิ้นสภาพ
  • รถไม่ได้ต่อทะเบียนมานาน
  • ขายรถแล้วแต่ยังโอนลอย
  • ถูกนำชื่อไปใช้ซื้อรถโดยไม่ทราบ

ผู้ที่มีหลักฐานการซื้อขายหรือหลักฐานอื่น ๆ ควรนำไปแสดงต่อสำนักงานขนส่ง เพราะจะช่วยให้การตรวจสอบทำได้ง่ายขึ้น หากไม่มีหลักฐาน เจ้าหน้าที่สามารถบันทึกถ้อยคำประกอบการพิจารณาได้เช่นกัน

ไม่ได้เดินทางไปขนส่ง ทำอย่างไร?

กระทรวงคมนาคมระบุว่า จะจัดทำแบบฟอร์มร่วมกับกรมการปกครอง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่เดินทางไปสำนักงานขนส่งไม่สะดวก โดยสามารถยื่นเรื่องผ่านหน่วยงานในพื้นที่ ก่อนส่งข้อมูลให้กรมการขนส่งทางบกตรวจสอบต่อไป

เกณฑ์ใหม่มีผลแล้วหรือยัง?

สำหรับเรื่องนี้อาจจะต้องบอกว่า ยังไม่ได้เริ่มในเวลานี้ แต่เป็นเพียงข้อเสนอของกระทรวงคมนาคม ที่จะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) หากได้รับความเห็นชอบ จึงจะมีการประกาศหลักเกณฑ์ใหม่อย่างเป็นทางการอีกครั้ง

ดังนั้น ผู้ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติในรอบปัจจุบัน ยังควรดำเนินการยื่นอุทธรณ์ภายในระยะเวลาที่กระทรวงการคลังกำหนด และติดต่อกรมการขนส่งทางบกเพื่อตรวจสอบข้อมูลทะเบียนรถให้ถูกต้องก่อน ว่าตรงกัรหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม คุณก็ควรเช็กความถูกต้องระหว่างที่ รัฐฯ กำลังจะแก้ไขเงื่อนไขให้คุณได้รับการอนุมัติ เช่นกันนะ

อ่านเพิ่มเติม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล