ไม่ผ่านบัตรสวัสดิการฯ เพราะมีรถ? ยังมีโอกาสได้สิทธิ ทำตามนี้

ผู้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ที่ตรวจสอบผลแล้วพบว่าไม่ผ่านเกณฑ์ เนื่องจากมีกรรมสิทธิ์รถเกินจำนวนที่กำหนด ยังสามารถยื่นทบทวนหรืออุทธรณ์สิทธิได้ โดยกรมการขนส่งทางบกเปิดให้ตรวจสอบข้อมูลกรรมสิทธิ์รถฟรี เพื่อใช้ประกอบการยื่นคำร้อง
ปัญหาที่พบมีทั้งกรณีเคยขายรถไปแล้วแต่ยังไม่ได้โอนเปลี่ยนชื่อ รถถูกขายแบบโอนลอย รวมถึงบางคนเพิ่งทราบว่าญาติหรือลูกหลานนำชื่อไปใช้ซื้อรถ จนข้อมูลในระบบยังแสดงว่าเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์
เกณฑ์การครอบครองรถของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ตามเงื่อนไขโครงการ ผู้ลงทะเบียนต้องไม่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถ ยกเว้นรถบางประเภทที่อนุญาตให้ถือครองได้ประเภทละไม่เกิน 1 คัน ได้แก่
- รถจักรยานยนต์ที่มีขนาดกระบอกสูบไม่เกิน 300 ซีซี
- รถยนต์สามล้อ
- รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง
- รถใช้งานเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์
หากระบบตรวจพบว่ามีกรรมสิทธิ์รถเกินจำนวนหรือประเภทที่กำหนด ผู้ลงทะเบียนอาจถูกแจ้งว่าไม่ผ่านคุณสมบัติ แม้ปัจจุบันจะไม่ได้ใช้หรือครอบครองรถคันนั้นแล้วก็ตาม

วิธียื่นอุทธรณ์กรณีมีกรรมสิทธิ์รถเกินเกณฑ์
ผู้ที่ต้องการทบทวนหรืออุทธรณ์ผล สามารถดำเนินการได้ระหว่างวันที่ 17-31 กรกฎาคม 2569 ผ่าน 4 ช่องทาง ดังนี้
- เว็บไซต์โครงการ
เว็บไซต์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือเว็บไซต์ welfare.mof.go.th - แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”
- แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
- หน่วยรับลงทะเบียนของธนาคาร 5 แห่ง
- ธนาคารกรุงไทย
- ธนาคารออมสิน
- ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
- ธนาคารอาคารสงเคราะห์
- ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
ผู้ที่พบว่าข้อมูลรถไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ควรยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนดไว้ก่อน จากนั้นจึงรวบรวมหลักฐานและดำเนินการแก้ไขข้อมูลทะเบียนรถให้ถูกต้อง
ตรวจสอบกรรมสิทธิ์รถได้ฟรีที่สำนักงานขนส่ง
กรมการขนส่งทางบกเปิดให้ผู้ลงทะเบียนตรวจสอบข้อมูลกรรมสิทธิ์รถได้ฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม โดยสามารถ Walk-in ไปยังสำนักงานขนส่งจังหวัดหรือสำนักงานขนส่งสาขาทั่วประเทศ
เอกสารเบื้องต้นที่ควรเตรียม ได้แก่
- บัตรประจำตัวประชาชน
- เอกสารเกี่ยวกับรถที่มีอยู่ เช่น สำเนาคู่มือจดทะเบียนรถ
- สัญญาซื้อขายหรือเอกสารโอนรถ
- หลักฐานการขายซากหรือการส่งมอบรถ
- เอกสารอื่นที่แสดงว่ารถไม่ได้อยู่ในความครอบครองแล้ว
เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูลผ่านระบบฐานข้อมูลกลางของกรมการขนส่งทางบก หากพบว่าข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริง จะดำเนินการปรับปรุงข้อมูลหรือแนะนำขั้นตอนทางทะเบียนตามระเบียบต่อไป
กรณีไหนควรรีบไปตรวจสอบข้อมูล?
ขายรถแล้วแต่ยังไม่ได้โอน
กรณีขายรถแบบโอนลอย หรือมอบเอกสารให้ผู้ซื้อไปดำเนินการเอง หากผู้ซื้อยังไม่ได้เปลี่ยนชื่อในทะเบียน ระบบก็ยังอาจแสดงชื่อเจ้าของเดิมอยู่
รถพังหรือขายเป็นเศษเหล็ก
รถที่ชำรุดหรือขายเป็นซากจะไม่ถูกลบออกจากระบบโดยอัตโนมัติ หากเจ้าของไม่ได้ดำเนินการทางทะเบียนให้เรียบร้อย
ถูกนำชื่อไปซื้อรถโดยไม่ทราบ
บางกรณีญาติ พี่น้อง หรือลูกหลานอาจนำชื่อไปใช้ในการซื้อหรือจดทะเบียนรถ ทำให้ผู้มีชื่อเป็นเจ้าของเพิ่งทราบเมื่อถูกตรวจสอบสิทธิ์
เคยมีรถแต่จำไม่ได้ว่าปิดเรื่องทะเบียนแล้วหรือไม่
ผู้ที่เคยมีรถหลายคันหรือขายรถไปนานแล้ว ควรตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง เพราะแม้รถจะไม่ได้ใช้งาน แต่ข้อมูลกรรมสิทธิ์อาจยังคงอยู่ในระบบ
ขั้นตอนแนะนำให้ทำตามนี้
- ตรวจสอบผลลงทะเบียนว่าตกเกณฑ์ในหัวข้อกรรมสิทธิ์รถหรือไม่
- ยื่นทบทวนหรืออุทธรณ์ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569
- นำบัตรประชาชนไปตรวจสอบกรรมสิทธิ์รถที่สำนักงานขนส่ง
- รวบรวมสัญญาซื้อขาย ใบรับซื้อซาก หรือเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง
- ขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลทะเบียนตามข้อเท็จจริง
- เก็บใบคำร้องหรือหลักฐานการติดต่อ เพื่อนำไปประกอบการอุทธรณ์

ตรวจสอบข้อมูลรถ เสียเงินไหม?
กรมการขนส่งทางบกระบุว่า การตรวจสอบข้อมูลกรรมสิทธิ์รถเพื่อประกอบโครงการนี้ไม่มีค่าธรรมเนียม อย่างไรก็ตาม หากตรวจพบว่าต้องดำเนินการทางทะเบียนเพิ่มเติม
เช่น การโอน การเปลี่ยนแปลงรายการ หรือแก้ไขสถานะรถ อาจต้องพิจารณาตามขั้นตอนและค่าธรรมเนียมปกติของแต่ละกรณี
ดังนั้น ควรสอบถามเจ้าหน้าที่ให้ชัดเจนว่า ขั้นตอนไหนเป็นการตรวจสอบฟรี และขั้นตอนไหนเป็นการทำธุรกรรมทางทะเบียนที่อาจมีค่าใช้จ่าย
ปิดท้ายก่อนจนก
ผู้ที่ไม่ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพราะมีกรรมสิทธิ์รถเกินเกณฑ์ ควรรีบยื่นอุทธรณ์ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 และนำบัตรประชาชนไปตรวจสอบข้อมูลรถได้ฟรีที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ หากพบว่ารถถูกขายไปแล้ว รถพังเป็นซาก หรือมีผู้นำชื่อไปใช้ซื้อรถ ควรรวบรวมหลักฐานให้ครบและดำเนินการแก้ไขข้อมูลทะเบียนโดยเร็ว เพื่อใช้ประกอบการรักษาสิทธิของตนเอง
อ่านเพิ่มเติม
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี




