เช็กด่วน! 10 นิสัยที่ทำให้รถพังไว ขับแบบนี้ค่าซ่อมมาแน่

รถยนต์สมัยใหม่ถูกออกแบบให้ใช้งานได้หลายแสนกิโลเมตร แต่ในความเป็นจริง รถหลายคันกลับเริ่มมีปัญหาก่อนเวลาอันควร ซึ่งส่วนหนึ่งไม่ได้เกิดจากคุณภาพรถ แต่เกิดจาก "พฤติกรรมการใช้งาน" ของผู้ขับเอง
บางอย่างทำเพราะเคยชิน บางอย่างคิดว่าช่วยถนอมรถ แต่ความจริงกลับเร่งให้เครื่องยนต์ เกียร์ ช่วงล่าง หรือระบบเบรกเสื่อมเร็วขึ้น
วันนี้ Sanook Auto รวมพฤติกรรมที่ควรเลี่ยง หากอยากให้รถอยู่กับคุณไปอีกนาน
1. เหยียบคันเร่งทันทีหลังสตาร์ตรถ
หลายคนรีบออกรถทันที โดยเฉพาะช่วงเช้า ทั้งที่น้ำมันเครื่องยังไหลเวียนไม่ทั่วระบบ ทำให้ชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ยังหล่อลื่นไม่เต็มที่
วิธีที่เหมาะสมคือสตาร์ตรถประมาณ 20-30 วินาที แล้วขับออกอย่างนุ่มนวลในช่วงแรก หลีกเลี่ยงการเร่งรอบสูงจนกว่าเครื่องยนต์จะเข้าสู่อุณหภูมิการทำงาน
2. ขับลุยหลุม ลูกระนาด หรือถนนขรุขระโดยไม่ชะลอ
การปล่อยรถกระแทกแรง ๆ ทุกวัน ส่งผลโดยตรงต่อโช้กอัพ ลูกหมาก บูชปีกนก รวมถึงยางและล้อ หากทำเป็นประจำ ช่วงล่างจะหลวมเร็วกว่าปกติ และอาจมีเสียงดังตามมา

3. เบรกแรงทุกครั้งที่ขับ
การเบรกหนักบ่อย ๆ ไม่เพียงทำให้ผ้าเบรกหมดเร็ว แต่ยังทำให้จานเบรกร้อนจัด เกิดการบิดตัวหรือสึกไม่สม่ำเสมอได้
หากมองสภาพการจราจรล่วงหน้าและค่อย ๆ ผ่อนคันเร่ง จะช่วยยืดอายุเบรกได้มากกว่า
4. ปล่อยน้ำมันเหลือน้อยจนไฟเตือนขึ้นประจำ
หลายคนคิดว่าไม่มีปัญหา แต่การปล่อยให้ระดับน้ำมันต่ำบ่อย ๆ ทำให้ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงต้องทำงานหนัก เพราะใช้น้ำมันช่วยระบายความร้อน นอกจากนี้ยังมีโอกาสดูดตะกอนจากก้นถังเข้าสู่ระบบเชื้อเพลิงได้อีกด้วย
5. บรรทุกของหนักเกินความจำเป็น
ของที่อยู่ท้ายรถตลอดเวลา แม้จะไม่ได้ใช้งาน ก็เพิ่มภาระให้เครื่องยนต์ เกียร์ ช่วงล่าง และยาง ส่งผลให้กินน้ำมันมากขึ้นและชิ้นส่วนสึกหรอเร็วขึ้น
หากมีสัมภาระที่ไม่ได้ใช้งานเป็นประจำ ควรนำออกจากรถเพื่อลดน้ำหนัก
6. ไม่ตรวจเช็กลมยาง
ยางอ่อนหรือยางแข็งเกินไป ทำให้การเกาะถนนลดลง ระยะเบรกยาวขึ้น และทำให้ยางสึกผิดปกติ รวมถึงเพิ่มภาระให้ระบบช่วงล่างและทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิง
ควรตรวจลมยางอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง หรือก่อนเดินทางไกล
7. ละเลยการเปลี่ยนถ่ายของเหลวตามระยะ
น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำยาหล่อเย็น น้ำมันเบรก และของเหลวต่าง ๆ มีอายุการใช้งาน หากปล่อยให้เสื่อมสภาพ จะทำให้ระบบทำงานหนักและอาจเกิดความเสียหายที่มีค่าซ่อมสูง
การเข้าศูนย์หรืออู่ตามระยะที่ผู้ผลิตกำหนด ยังเป็นวิธีที่คุ้มค่ากว่าการรอให้ชิ้นส่วนเสียแล้วค่อยซ่อม
8. เปลี่ยนเกียร์ D ไป N ระหว่างรถยังเคลื่อนที่
หลายคนเข้าใจว่าการเปลี่ยนเกียร์จาก D ไป N ขณะรถกำลังไหล จะช่วยประหยัดน้ำมันหรือทำให้เกียร์ทำงานเบาลง แต่ความจริงแล้วรถยนต์รุ่นใหม่แทบไม่ได้ช่วยประหยัดเชื้อเพลิงอย่างมีนัยสำคัญ
การสลับเกียร์ไปมาระหว่าง D และ N ขณะที่รถยังไม่หยุด อาจทำให้ชุดคลัตช์ภายในเกียร์อัตโนมัติทำงานมากกว่าปกติ โดยเฉพาะหากต้องเปลี่ยนกลับเป็น D ขณะที่รถยังมีความเร็วอยู่ ส่งผลให้ชุดเกียร์สึกหรอเร็วกว่าการปล่อยให้รถอยู่ในตำแหน่ง D ตามปกติ
หากต้องหยุดรถเพียงช่วงสั้น ๆ เช่น ติดไฟแดง ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเป็น N ในรถยนต์ส่วนใหญ่ เพียงเหยียบเบรกค้างไว้ก็เพียงพอ เว้นแต่เป็นการหยุดนานตามคำแนะนำของผู้ผลิต
9. เปลี่ยนเกียร์ขณะรอบเครื่องยนต์ยังสูง
การเปลี่ยนเกียร์จาก R ไป D หรือ D ไป R ทั้งที่รถยังเคลื่อนที่ หรือรอบเครื่องยนต์ยังสูง เป็นพฤติกรรมที่เพิ่มภาระให้ชุดเกียร์โดยตรง เพราะชิ้นส่วนภายในต้องรับแรงกระชากมากกว่าปกติ
ควรปล่อยให้รถหยุดนิ่งก่อนทุกครั้ง จากนั้นจึงเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ วิธีนี้จะช่วยลดการสึกหรอของชุดเกียร์ เพลาขับ และระบบส่งกำลัง รวมถึงทำให้การเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวลกว่าเดิม
10. ใส่ของเต็มตลอดเวลา
ไม่ว่าจะเป็นการบรรทุกสัมภาระ ผู้โดยสาร หรือการลากพ่วงเกินกว่าค่าที่ผู้ผลิตกำหนด ล้วนทำให้เครื่องยนต์ เกียร์ ระบบเบรก และช่วงล่างทำงานหนักกว่าที่ออกแบบไว้ นอกจากอัตราเร่งจะลดลงและสิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้นแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อความร้อนสะสมของเกียร์ ระยะเบรกที่ยาวขึ้น รวมถึงยางและช่วงล่างสึกหรอเร็วกว่าปกติ หากต้องบรรทุกหนักเป็นประจำ ควรตรวจสอบค่าพิกัดน้ำหนักบรรทุก (GVWR) และน้ำหนักลากจูง (Towing Capacity) ตามคู่มือรถทุกครั้ง
และการบรรทุกนี้ก็รวมถึงรถนั่งที่มีของเต็มรถด้วยนะ อย่าลืมเอาออกบ้างเพราะจะทำให้โช้คพังและรถกินน้ำมันเพิ่มได้
เตือนถึงคนใช้รถ
แม้รถยนต์จะถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ยาวนาน แต่พฤติกรรมเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันสามารถลดอายุการใช้งานของรถได้โดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นการเร่งเครื่องทันทีหลังสตาร์ต ขับผ่านหลุมแรง ๆ เบรกหนัก ปล่อยน้ำมันใกล้หมด หรือไม่เปลี่ยนของเหลวตามระยะ ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้ค่าซ่อมเพิ่มขึ้นในระยะยาว
หากปรับเปลี่ยนนิสัยการใช้รถเพียงเล็กน้อย นอกจากจะช่วยให้รถอยู่กับเราได้นานขึ้น ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง และทำให้การขับขี่ปลอดภัยมากขึ้นอีกด้วย
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



