รถหายต้องผ่อนต่อไหม? สัญญาเช่าซื้อระงับทันทีจริงหรือไม่ เปิดข้อกฎหมายควรรู้

รถหายต้องผ่อนต่อไหม? สัญญาเช่าซื้อระงับทันทีจริงหรือไม่ เปิดข้อกฎหมายควรรู้

รถหายต้องผ่อนต่อไหม? สัญญาเช่าซื้อระงับทันทีจริงหรือไม่ เปิดข้อกฎหมายควรรู้
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

รถหายต้องผ่อนต่อไหม? ซื้อรถใหม่ป้ายแดงแต่เคราะห์ร้ายโดนขโมย สัญญาเช่าซื้อระงับทันทีจริงหรือไม่ 

การซื้อรถยนต์คันใหม่มาครอบครองถือเป็นเรื่องน่ายินดี แต่หากเกิดเหตุไม่คาดฝันอย่างการถูกโจรกรรมหรือรถหายไปในขณะที่ยังผ่อนค่างวดไม่หมด สิ่งที่สร้างความทุกข์ใจให้เจ้าของรถซ้ำสองคือคำถามที่ว่า "เรายังต้องทนผ่อนกุญแจเปล่า ๆ ต่อไปหรือไม่?" ซึ่งคำว่าผ่อนกุญแจนั้นเป็นภาษาปากที่ใช้เรียกแทนภาวะที่ตัวรถไม่อยู่แล้วแต่หนี้ยังคงอยู่ วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกข้อเท็จจริงทางกฎหมายเพื่อเป็นแนวทางในการปกป้องสิทธิ์ของตัวคุณเอง

กางกฎหมายแพ่งฯ เมื่อรถหาย สัญญาเช่าซื้อระงับทันที!

ในทางกฎหมายแล้ว สัญญาเช่าซื้อรถยนต์คือสัญญาเช่าทรัพย์ประเภทหนึ่ง ซึ่งมีกฎหมายหลักรองรับอย่างชัดเจนตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 567 ที่ระบุไว้ว่า หากทรัพย์สินที่เช่าสูญหายไปทั้งหมด สัญญาเช่าดังกล่าวถือเป็นอันระงับลงทันที

ผลทางกฎหมาย: เมื่อรถยนต์ถูกขโมยไป (ทรัพย์สินสูญหายทั้งหมด) สัญญาเช่าซื้อระหว่างคุณกับไฟแนนซ์จะถูกยกเลิกโดยปริยายตามกฎหมาย ส่งผลให้ผู้เช่าซื้อ "ไม่มีหน้าที่ต้องส่งค่างวดตามปกติ" ให้กับไฟแนนซ์นับตั้งแต่วันที่รถหายเป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม คำว่าสัญญาตัดจบไม่ได้แปลว่าหนี้สินจะกลายเป็นศูนย์ทันที เพราะยังคงมีหน้าที่ต้องชดเชย "ค่าเสียหายตามจริง" ให้แก่ไฟแนนซ์ โดยแบ่งออกเป็น 2 กรณีหลัก ดังนี้ค่ะ

เปิดแผนรับมือแบ่งตามประเภทความคุ้มครอง

1. กรณีรถมีประกันภัย (ชั้น 1, ชั้น 2 หรือ 2 พลัส ที่คุ้มครองรถหาย)

  • บริษัทประกันรับหน้าที่จ่าย: บริษัทประกันภัยจะต้องจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนกรณีรถหายให้แก่ไฟแนนซ์ (ซึ่งเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รถ) ตามมูลค่าทุนประกันที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

  • เคลียร์ค่างวดตกค้าง: หากผู้เช่าซื้อมีรายการค้างชำระค่างวดก่อนวันที่รถจะหาย (เช่น ค้างอยู่ 1 หรือ 2 งวด) ผู้เช่าซื้อจำเป็นต้องเคลียร์จ่ายค่างวดที่ค้างนั้นให้แก่ไฟแนนซ์ให้ครบถ้วน

  • กรณีมีส่วนต่าง: หากเงินที่ประกันจ่ายให้ไฟแนนซ์ยังไม่ครอบคลุมหนี้ทั้งหมด และไฟแนนซ์เรียกเก็บส่วนต่างเพิ่ม ผู้เช่าซื้อไม่จำเป็นต้องจ่ายตามตัวเลขที่ไฟแนนซ์ตั้งมาในทันที แต่สามารถให้ศาลเป็นผู้พิจารณาตามดุลยพินิจว่าค่าเสียหายที่แท้จริงที่สมควรจ่ายเพิ่มคือเท่าใด

2. กรณีรถไม่มีประกันภัยคุ้มครองรถหาย

  • หยุดจ่ายค่างวดและแจ้งไฟแนนซ์: ผู้เช่าซื้อต้องหยุดส่งค่างวดรายเดือนทันที และต้องรีบแจ้งให้ทางไฟแนนซ์ทราบเรื่องอย่างเป็นทางการ

  • เข้าสู่กระบวนการชั้นศาล: ไฟแนนซ์จะดำเนินคดีฟ้องร้องเพื่อเรียกค่าเสียหายตามมูลค่ารถ ซึ่งในขั้นตอนนี้ศาลจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ย ตรวจสอบประวัติการผ่อนชำระ และคำนวณราคากลางของรถ ณ วันที่หาย เพื่อกำหนดจำนวนเงินส่วนต่างที่ผู้เช่าซื้อต้องชำระให้แก่ไฟแนนซ์อย่างเป็นธรรมที่สุด โดยที่ยอดหนี้มักจะลดลงกว่ายอดที่ไฟแนนซ์เรียกเก็บเองตอนแรกอย่างมาก

3 ขั้นตอนสำคัญที่ต้องทำทันทีเมื่อรู้ว่า "รถหาย"

  1. แจ้งความด่วนที่สุด: รีบเดินทางไปยังสถานีตำรวจท้องที่เกิดเหตุเพื่อลงบันทึกประจำวันและขอรับใบแจ้งความทันที

  2. ยื่นเอกสารให้ประกันและไฟแนนซ์: นำใบแจ้งความและเอกสารตัวจริงที่เกี่ยวข้องไปยื่นให้กับบริษัทประกันภัยและไฟแนนซ์ เพื่อเปิดเคลมค่าสินไหมและเป็นหลักฐานยืนยันการระงับสัญญา

  3. ห้ามเพิกเฉยเมื่อมีหมายศาล: หากได้รับจดหมายทวงหนี้หรือหมายศาลจากไฟแนนซ์ ห้ามละเลยเด็ดขาด ให้เตรียมหลักฐานใบแจ้งความไปแสดงต่อศาลเพื่อขอบารมีศาลช่วยดุลยพินิจลดหย่อนค่าเสียหายตามความเป็นจริง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง (References):
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 567 (ว่าด้วยการระงับแห่งสัญญาเช่า)
  • สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)
  • แนวคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับการระงับสัญญาเช่าซื้อกรณีทรัพย์สินสูญหาย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล