ปวดไหล่ เอื้อมไปข้างหลังลำบาก สัญญาณอันตราย "ไหล่ติด"

ปวดไหล่ เอื้อมไปข้างหลังลำบาก สัญญาณอันตราย "ไหล่ติด"

ปวดไหล่ เอื้อมไปข้างหลังลำบาก สัญญาณอันตราย "ไหล่ติด"
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า อาการปวดไหล่เป็นปัญหาที่พบได้มากและบ่อยขึ้น โดยอาจเกิดเป็นครั้งคราวหรือเรื้อรัง หากมีอาการปวดไหล่ระหว่างเอื้อมหยิบของจากที่สูง เอื้อมมือไปรูดซิปด้านหลังเสื้อไม่ได้ ล้วงกระเป๋ากางเกงด้านหลังลำบาก ยกแขนเพื่อสวมเสื้อผ่านทางศีรษะไม่ได้ หรือยกแขนขึ้นสระผมตัวเองลำบาก ฯลฯ เป็นสัญญาณอันตรายเสี่ยงภาวะไหล่ติด

ภาวะ "ไหล่ติด" คืออะไร?

นพ.สมศักดิ์กล่าวต่อว่า ภาวะไหล่ติด เกิดจากเส้นเอ็นหุ้มข้อไหล่อักเสบ เกิดการบวมและหนาตัวขึ้น เมื่อยกแขน หรือไขว้มือด้านหลังจะทำให้เส้นเอ็นถูกยืดและกระตุ้นให้เกิดความเจ็บปวด จนผู้ป่วยไม่กล้ายกแขนขึ้นเหนือศีรษะ หรือเคลื่อนไหวหัวไหล่ ซึ่งยิ่งหลีกเลี่ยงจะยิ่งทำให้เอ็นรอบข้อไหล่หนาตัวมากขึ้น องศาการเคลื่อนไหวจะน้อยลง และหากไม่ใช้แขนข้างที่เป็นไหล่ติดเป็นเวลานานกล้ามเนื้อแขนข้างนั้นจะฝ่อลีบลง

 

ผู้ที่เสี่ยงภาวะไหล่ติด

ภาวะไหล่ติดมักพบในผู้ที่มีอายุระหว่าง 40 ถึง 60 ปี โดยเกิดกับเพศหญิงมากกว่า เพศชาย ผู้ที่เกิดอุบัติเหตุที่หัวไหล่ แขนหัก ผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีก ผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดที่หัวไหล่ รวมถึงผู้ที่เป็นโรคเบาหวานซึ่งมีแนวโน้มเกิดอาการไหล่ติดมากเป็น 2 เท่าของคนปกติ

 

อาการของภาวะไหล่ติด

นพ.สมพงษ์ ตันจริยภรณ์ ผอ.โรงพยาบาลเลิดสิน กล่าวว่า อาการของภาวะไหล่ติด แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ

ระยะที่ 1 มีอาการเจ็บหรือปวดขณะเคลื่อนไหวหัวไหล่ และปวดมากขึ้นเมื่อพยายามยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ แต่ยังไม่รู้สึกถึงภาวะข้อไหล่ติด โดยเป็นมากในเวลา กลางคืนและเวลาล้มตัวนอน

ระยะที่ 2 อาการปวดจะค่อยๆ ลดลง ข้อไหล่ติดแข็ง การเคลื่อนไหวของหัวไหล่ลำบาก รู้สึกตึงรั้งกล้ามเนื้อรอบๆ หัวไหล่จนถึงต้นคอ

ระยะที่ 3 การเคลื่อนไหวของข้อไหล่น้อยลง จนส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน แต่เมื่อถึงระยะที่ไหล่ติดมากๆ ร่างกายจะเริ่มฟื้นฟูอาการไหล่ติดจะค่อยๆ ลดลง

 

การรักษาภาวะไหล่ติด

นพ.สมพงษ์ กล่าวต่อว่า โดยปกติอาการไหล่ติดสามารถหายได้เองภายใน 2-3 ปี แต่สร้างความลำบากต่อการใช้ชีวิตและทำให้รู้สึกทรมานจากอาการปวด จึงไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ให้อาการหายไปได้เอง การรักษาจะรักษาตามอาการ โดยระยะที่ 1 จะให้ทานยาหรือฉีดยา ระยะที่ 2 และระยะที่ 3 ใช้วิธีกายภาพบำบัดภายใต้คำแนะนำของนักกายภาพบำบัด ทั้งนี้หากอาการรุนแรงและรักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผลนานกว่า 6 เดือน แพทย์อาจจะรักษาโดยการผ่าตัด เพื่อทำให้ข้อไหล่ขยับได้มากขึ้น ลดอาการเจ็บปวด ลดการยึดของข้อไหล่ และผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook