เวียดนาม ไปฮานอยเยือนถิ่นท่านโฮจิมินห์

เวียดนาม ไปฮานอยเยือนถิ่นท่านโฮจิมินห์

เวียดนาม มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เป็นประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พรมแดนทางทิศเหนือติดกับ ประเทศจีน ลาว และกัมพูชา เป็นประเทศที่มีประชากรอาศัยอยู่มากเป็นอันดับที่ 13 ของโลก คำว่า "เวียด" มาจากภาษาจีน แปลว่า "ไกลออกไป" อาจเป็นเพราะว่า เวียดนามเป็นประเทศที่อยู่ห่างไกลออกไปจากประเทศจีนในครั้งประวัติศาสตร์ ส่วนคำว่า "นาม" นั้นแปลว่าทิศใต้ ดังนั้น เวียดนาม จึงแปลได้ว่า ดินแดนทางตอนใต้ที่ชาวเวียดนามอาศัยอยู่

จุดหมายปลายทางวันนี้ ลงจอดที่ฮานอยเป็นด่านแรก หมุนซ้ายแลขวา มองหาเจ้าหน้าที่ของทางโรงแรมที่จองไว้ บอกว่าจะมารับที่สนามบิน สายตาก็ไปปะทะกับชายหนุ่มใส่สูทสีดำ แถมใส่ถุงมือขาวจั๊วยังกะในหนังฝรั่งกำลังเรียกหา อุ๊ยตาย...นี่คนขับรถเราหรือนี่ ก็เลยเดินตามไปพร้อมคนรู้ใจแบบว่าง่าย โอ้แม่เจ้า... BMW Series 5 จอดเทียบท่าอยู่ที่ประตูทางออก เลยหันไปถามว่า นี่เค้ามารับแก๊งค์เราแน่หรือ มันช่างดูไฮโซจริงๆ ช่างต่างกับภาพที่วางไว้ในใจ ถามไปถามมาปรากฎว่า พ่อคุณจองโรงแรมเก่าแก่ระดับห้าดาวในตัวเมืองฮานอยให้เลย เพราะเพื่อนบอกว่าอยากพักผ่อนแบบคุณนายสักครั้ง เออดีแฮะ เราก็พลอยสบายไปด้วย โรงแรมที่ฮานอยมีมากมายหลายราคา และก็สะดวกสบายไม่แพ้กัน แต่คืนนี้ขอพักแบบคุณนายสักครั้งใน โซฟิเทล เลเจนด์ เมโทรโพล ฮานอย ซึ่งเป็นโรงแรมเก่าแก่สไตล์โคโลเนียลอายุกว่าร้อยปี ภายในตกแต่งได้สวยงามทุกซอกทุกมุม สร้างความตื่นตาตื่นใจเป็นที่สุด เนื่องจากของตกแต่งแต่ละชิ้นนั้นเป็นของโบราณเก่าแก่ที่หายาก ยังกับพิพิธภัณฑ์ ทันใดนั้นก็เหลือบไปเห็นกระเป๋าเดินทางหลุยส์วิตตองใบแรก แหม...เป็นบุญตาจริงๆ ห้องอาหารก็แบ่งโซนแบบยุโรปและคอกเทนเลาน์จแบบเอเชีย อาหารเช้าก็มีสารพัดชาติให้เลือกลิ้มตามรสนิยม เลยจัดเต็มทุกสัญชาติ เล่นซะพุงกาง ขอบอกว่าอาหารที่นี่อร่อยเป็นที่สุด ถูกปากนักเปิบอย่างเรายิ่งนัก

อิ่มแล้วก็ต้องออกกำลังกายกันหน่อย ก่อนออกสัญจรเยือนท่านโฮ เพราะสระว่ายน้ำที่นี่มันเชิญชวนเสียเหลือเกิน ความสะดวกสบาย และการบริการของโรงแรมนี้ ทำให้แทบไม่อยากจะออกไปไหน แต่มาถิ่นลุงโฮทั้งที ก็ต้องไปคารวะกันก่อน สถานที่แรกคือ พิพิธภัณฑ์โฮจิมินห์ (Ho Chi Minh's Museum) จัดแสดงเกี่ยวกับสงครามเวียดนาม และประวัติการต่อสู้ของท่านโฮจิมินห์ มีข้าวของเครื่องใช้ อาวุธโบราณ จัดแสดงมากมาย หากใครที่ชอบเรื่องประวัติศาสตร์ มาที่นี่จะได้ความรู้แบบเต็มเปี่ยม เพราะเค้ามีเอกสารอธิบายอย่างละเอียดยิบ เรือนหลังนี้ คือบ้านไม้สักโบราณ ซึ่งเป็นที่อยู่ของลุงโฮตอนบั้นปลายชีวิต ช่างดูเรียบง่ายและแสนร่มเย็น เดินลัดเลาะออกมาตามถนนด้วยความอยากซึมซับเอาบรรยากาศ แต่ก็รู้สึกเมื่อย เลยต้องใช้บริการรถสามล้อถีบที่เรียกว่า ซิโคล่(Cyclo) ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้กันสักหน่อย เดี๋ยวจะมาไม่ถึงฮานอย คนขับพาเราผ่านการจราจรแบบตัวใครตัวมันที่แสนวุ่นวาย เพราะที่นี่ไม่ใช้ไฟจราจร ถ้าผ่านสี่แยก รถก็จะมาจากทุกทิศทุกทาง ซึ่งใครอยากไปไหนก็ไปเลย ไม่ต้องหยุดรอใครทั้งนั้น อาศัยว่าใครไวก็ไปก่อน วุ้ย...ลองคิดดู หากมันชนขึ้นมา เราอ่ะไปก่อนคนขับอีกนะ เพราะอยู่ด้านหน้า แต่ก็ทั้งสนุกทั้งเสียว แต่ขอบอกว่าเมืองนี้ไม่เคยปลอดจากเสียงแตรรถเลย พี่แกเล่นบีบแตรกันทั้งวันทั้งคืน ตลอดเวลา ช่างเป็นเมืองแห่งเสียงแตรจริงๆ

สุสานโฮจิมินห์ (Ho Chi Minh's Mausoleum) เป็นสถานที่เก็บศพของลุงโฮ มีทหารเฝ้ายามตลอดเวลา แต่เค้าไม่ให้เข้าไปข้างใน เลยได้แต่มองดูด้านนอกด้วยตาปริบๆ รอบนอกเป็นลานกว้างเปิดโล่ง ไม่มีสิ่งกีดขวางใดๆ ทำให้รู้สึกว่าเมืองนี้มันช่างกว้างใหญ่เสียจริง อีกสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวคือ วัดเนินหยก (Ngoc Son) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองฮานอย ตั้งอยู่ติดกับทะเลสาปกลางเมือง ต้องเดินข้ามสะพานแสงอาทิตย์ (The Huc) เป็นสะพานไม้สีแดงที่โดดเด่น ทอดยาวลงไปตรงประตูทางเข้าของวัด เป็นอีกจุดหนึ่งที่ผู้มาเยือนฮานอยต้องเก็บเป็นภาพประทับใจ รอบๆ ทะเลสาบจะเห็นร้านขายของที่ระลึกหลายร้าน แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ เค้าจะขายหุ่นไม้แกะสลักจำนวนมาก ซึ่งเป็นตัวละครเด่นของการแสดงหุ่นกระบอกน้ำ เป็นการแสดงที่ไม่ควรพลาดชมหากมาเยือนฮานอย เพราะทั้งสนุกและน่ารักน่าชัง แต่เค้าห้ามถ่ายรูป ก็เลยมีมาฝากกันแค่นี้

หากอยากสัมผัสกับวิถีชาวบ้านของเมืองนี้ ต้องตื่นมาตอนเช้าๆ แล้วออกมาเดินยืดเส้นยืดสาย ก็จะได้เห็นสภากาแฟร้านเล็กๆ แบบนี้ตลอดสองข้างทาง ซึ่งมีเหล่าบรรดาผู้ชายทั้งอ่อนแก่นั่งกันเต็มทุกร้าน  วิถีเอเชียสไตล์เวียดนาม มีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมายที่ยังรอการไปเยือน ตอนหน้าจะพาไปสัมผัสบรรยากาศสุดโรแมนติก ลงเรือสวีท ท่องฮาลองเบย์

Article by Omyim

(คลิกที่ภาพ เพื่อชมภาพขนาดใหญ่)