10 ภูเขายิ่งใหญ่และแปลกตาจากทั่วโลก

10 ภูเขายิ่งใหญ่และแปลกตาจากทั่วโลก
Passport

สนับสนุนเนื้อหา

ภูเขา น่าจะเป็นคำที่ช่วยกระตุ้นให้เราอยากออกไปผจญภัย ไม่ว่าจะด้วยรูปร่างอันตระการตา อากาศแสนบริสุทธิ์ และทิวทัศน์อันน่าทึ่ง เราขอรวม 10 ภูเขาจากทั่วโลกที่ท้าทายนักท่องเที่ยวสายแอดเวนเจอร์และสายถ่ายภาพที่สุด มาให้คุณเก็บไว้ในลิสต์สำหรับการเดินทางในครั้งต่อไป

1.Vinicunca, เปรู

12088

รู้จักกันในชื่อภูเขาสายรุ้ง ซึ่งความมหัศจรรย์ของสีสันนี้เกิดขึ้นจากการก่อตัวทางธรณีวิทยาที่เกิดจากส่วนผสมของแร่ธาตุจากทะเลทะเลสาบและแม่น้ำ เมื่อโดนลมและความชื้นเป็นเวลานานทำให้เกิดการออกซิเดชั่นจนกลายเป็นสีรุ้งอย่างที่เห็นในทุกวันนี้ Vinicunca ตั้งอยู่ใน Cordillera de Vilcanota ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมือง Cusco-Vinicunca แน่นอนว่าต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมเพราะต้องใช้เวลาเดินเท้ากว่า 5 ชั่วโมงเพื่อเข้าชมภูเขาสุดแปลกนี้

2.Kirkjufell,ไอซ์แลนด์

12089

Kirkjufell หรือ 'Church Mountain' ด้วยยอดเขาที่มีรูปร่างโดดเด่นคล้ายกับยอดโบสถ์แหลม ตั้งอยู่ทางชายฝั่งทางเหนือของคาบสมุทรสไนล์แฟลซเนสของไอซ์แลนด์ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองกรุนดาร์ฟเยร์ชูร์ไปไม่ไกลเท่าไร ที่นี่มักถูกเรียกว่า ‘ภูเขาที่ถูกถ่ายภาพมากที่สุดในไอซ์แลนด์' ด้วยลักษณะสุดแปลกตา ซึ่งใกล้ ๆ กันก็มีน้ำตก Kirkjufellsfoss ที่เงียบสงบ ที่พอถ่ายภาพออกมาแล้วดูเหมาะเจาะกับยอดเขาพอดี ถ้ามาถูกฤดูกาลก็จะได้ภาพพร้อมแสงเหนือสวย ๆ อีกด้วย

3. Three Sisters, ออสเตรเลีย

12090

ตั้งอยู่ในบริเวณเทือกเขาบลูเมาเทนส์ที่อยู่ห่างจากซิดนีย์ไปเพียง 2-3 ชั่วโมง สาเหตุที่ได้ชื่อว่าสามพี่น้องก็มาจากยอดเขาหินทรายสามยอดผุกร่อนตามกาลเวลา โดยจุดชมวิวทิวทัศน์ที่ดีที่สุดที่จะได้เห็นทั้งป่าเขียวชอุ่มหุบเขาสีน้ำเงิน ให้ไปที่จุดชมวิว Echo Point ที่ Katoomba

4. Matterhorn, สวิตเซอร์แลนด์

12091

ยอดเขาสามเหลี่ยมพีระมิดนี้เป็นหนึ่งในภูเขาที่มีชื่อเสียงที่สุดในยุโรป ตั้งอยู่ที่ชายแดนทางตะวันตกของสวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างเซอร์แมทและ Breuil-Cervinia ในอิตาลี จะเรียกว่าเป็นสวรรค์สำหรับสกีรีสอร์ตก็ว่าได้ เพราะโดยรอบของแมทเทอร์ฮอร์นนั้นล้วนเป็นพื้นที่สำหรับเล่นสกีในฤดูร้อนที่สูงที่สุดในยุโรปและเปิดให้บริการ 365 วันต่อปี

5. Ama Dablam, เนปาล

12092

เป็นภูเขาในเทือกเขาหิมาลัยตะวันออกที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในภูเขาที่งดงามที่สุดในโลกและเป็นความฝันของนักปีนเขาทุก ๆ คนเลยก็ว่าได้ ยอดเขาหลักนั้นมีความสูงถึง 6,812 เมตร เส้นทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ Southwest Ridge นักปีนเขาต้องการตั้งค่ายต้องมีใบอนุญาตปีนเขาและเจ้าหน้าที่ติดตามไปด้วยเนื่องจากเคยมีประวัติหิมะถล่มในปี 2006 ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาเยือนที่สุดคือเดือนเมษายน - พฤษภาคม (ก่อนมรสุม) และเดือนกันยายน - ตุลาคม เพราะสภาพอากาศยังไม่รุนแรงมากนัก

6. Mount Roraima, เวเนซูเอลา

12093

เป็นภูเขาโต๊ะความสูงประมาณ 2,800 เมตร บนชายแดนของสามประเทศคือ เวเนซุเอลา บราซิล และกายานา ชื่อของมันมาจาก ‘Roroi-ma' ซึ่งหมายถึงสีเขียว-น้ำเงินอันยิ่งใหญ่ วิธีเดียวที่ผู้เยี่ยมชมจะปีนขึ้นไปด้านบนได้คือจากฝั่ง Gran Sabana ในเวเนซุเอลา หากใครเป็นคอภาพยนตร์อาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดีจาก The Lost World ในปี 1912 และยังเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจสำหรับแอนิเมชันเรื่อง UP อีกด้วย

7. Table Mountain, แอฟริกาใต้

12094

Table Mountain เป็นไอคอนของเคปทาวน์มาเนิ่นนาน นอกจากจะมีเคเบิลคาร์ที่ดึงดูดผู้คนนับล้านให้ขึ้นไปบนยอดเขาแล้ว ภาพมุมกว้างสุดตื่นตายังดึงดูดช่างภาพจากทั่วโลกอีกด้วย นอกเหนือจากหุบเขาและลำธารมากมาย ยังมีความน่าทึ่งของธรรมชาติด้วยพืชเฉพาะถิ่น 2,200 ชนิดและดอกไม้อีกกว่า 1,470 ชนิด ทำให้สถานที่แห่งนี้ได้ชื่อว่ามีความหลากหลายทางชีวภาพที่หาได้ยากในที่อื่น ๆ บนโลก ที่สำคัญยังอยู่ใกล้กับตัวเมืองสุด ๆ สามารถเดินทางไปเยี่ยมชมได้สบาย ๆ

8. Cerro Torre, อาร์เจนตินาและชิลี

12095

หนึ่งในภูเขาของ Southern Patagonian Ice Field แห่งดินแดนอเมริกาใต้ ตั้งอยู่ในภูมิภาคที่เป็นข้อพิพาทระหว่างอาร์เจนตินาและชิลี บนยอดเขามักจะมีน้ำแข็งรูปเห็ดที่เกิดจากลมพัดแรงอย่างต่อเนื่อง จึงไม่ใช่เพราะความสูงแต่เป็นสภาพอากาศที่เลวร้ายต่างหากที่ทำให้ยอดเขาแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นภูเขาที่ท้าทายที่สุดแห่งหนึ่งบนโลก

9. Zhangjiajie, จีน

12096

จางเจียเจี้ยเป็นป่ากึ่งเขตร้อนและเขตอบอุ่นทางตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลหูหนาน ความโดดเด่นที่สุดคือการก่อตัวของหินทรายควอร์ตไซต์ที่ไม่พบที่ใดในโลก ที่ทำให้เกิดยอดเขา 243 ยอดและยอดแหลมมากกว่า 3,000 แห่ง นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของพันธุ์พืชที่แตกต่างกันมากกว่า 3,000 ชนิดรวมถึงสัตว์หลากหลายชนิด โดยเฉพาะลิงแสมที่จะมีเยอะเป็นพิเศษ ว่ากันว่าพบร่องรอยสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ เช่น ซาลาแมนเดอร์ยักษ์จีน กวางน้ำจีน และเสือดาวลายเมฆที่ยังแฝงตัวอาศัยอยู่ในป่าแห่งนี้อีกด้วย ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือตอนเช้าตรู่เพื่อชมทะเลหมอก

10. Dolomites, อิตาลี

12097
ยอดเขาขรุขระนี้ทอดตัวข้ามจังหวัด Trentino และ Alto Adige แถมยังยื่นเข้าไปใน Veneto ที่อยู่ใกล้เคียง ชาวยุโรปแห่กันมาที่นี่ในช่วงฤดูหนาวเพื่อหารีสอร์ตดี ๆ ในวันหยุดยาว ด้วยสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่ไม่เป็นรองใคร ที่นี่จึงเป็นอีกสวรรค์สำหรับกีฬาฤดูหนาว ไม่ว่าจะเป็นสกีหรือสโนว์บอร์ด แต่ในฤดูร้อนก็มีเส้นทางเดินป่ากับทิวทัศน์อันงดงามให้ได้ชมเช่นกัน