“ชีวิตเป็นสิ่งล้ำค่า” กฎเหล็กก่อนเที่ยว ป่าอาโอกิงาฮาระ ตำนานป่าอาถรรพณ์ที่เชื่อมโยงเหตุฆ่าตัวตาย

“ชีวิตเป็นสิ่งล้ำค่า” กฎเหล็กก่อนเที่ยว ป่าอาโอกิงาฮาระ ตำนานป่าอาถรรพณ์ที่เชื่อมโยงเหตุฆ่าตัวตาย
Sarakadeelite

สนับสนุนเนื้อหา

หลังจากที่โปสเตอร์ภาพยนตร์สยองขวัญ Suicide Forest Village จากทีมผู้สร้าง Ju-On (2002) ถูกปล่อยออกมา ตำนาน ป่าอาโอกิงาฮาระ (Aokigahara Forest) ซึ่งถูกใช้เป็นฉากสำคัญของเรื่องก็ถูกพูดถึงอีกครั้ง เพราะ ป่าอาโอกิงาฮาระ ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่เที่ยวยอดนิยมของสายเทรคกิ้ง กับฉายาความสวยงามที่ว่า ท้องทะเลแห่งผืนป่า (The Sea of trees) เปรียบผืนป่าแห่งนี้ดั่งท้องทะเลสีเขียวครึ้มที่ผืนแผ่นดินถูกปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่ แต่ป่าอาโอกิงาฮาระยังได้ฉายาในอีกด้านว่า ป่าฆ่าตัวตาย

aokigahara-forest-2
ท้องทะเลแห่งผืนป่าอาโอกิงาฮาระครอบคลุมพื้นที่กว่า 30 ตารางกิโลเมตร บริเวณเชิงเขาฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของภูเขาไฟภูจิ แม้จะเป็นผืนป่าที่สวยงาม ทว่าในอีกด้าน ป่าอาโอกิงาฮาระ ก็ถูกผูกไว้กับตำนานพื้นบ้านด้านจิตวิญญาณและความอาถรรพณ์ฉบับญี่ปุ่น พร้อมความจริงในด้านมืดที่ว่าความเงียบสงบอ้างว้างของผืนป่าที่สมบูรณ์แห่งนี้ดึงดูดให้คนญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งเลือกป่าแห่งนี้เป็นสถานที่ฆ่าตัวตายจนได้ฉายาที่ไม่น่าจดจำว่า ป่าฆ่าตัวตาย ว่ากันว่าจำนวนคนที่เลือกมาฆ่าตัวตาย ณ ป่าแห่งนี้ติดอันดับโลก เป็นรองก็แค่สะพานโกลเดนเกท สัญลักษณ์ของแคลิฟอร์เนีย สหรัฐเมริกา

aokigahara-forest-5

ป่าอาโอกิงาฮาระ จัดเป็นป่าที่สมบูรณ์แห่งหนึ่งในญี่ปุ่น  อีกทั้งยังมีลักษณะเฉพาะเพราะเป็นต้นไม้ที่นี่ขึ้นปกคลุมชั้นหินลาวาที่ถูกพ่นออกมาจากภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งรูพรุนของหินลาวาที่มีคุณสมบัติดูดซับเสียง ทำให้บรรยากาศการเดินป่าเทรคกิ้งที่นี่ค่อนข้างสงบเงียบ บวกด้วยอากาศที่เย็นสบายทั้งปีทำให้ผืนดินของป่าแห่งนี้ถูกปกคลุมด้วยมอสสีเขียว จึงไม่น่าแปลกใจหากป่าแห่งนี้จะถูกผูกโยงเข้ากับตำนานเรื่องลี้ลับต่างๆ และแม้ที่นี่จะเป็นป่าสมบูรณ์และอุดมไปด้วยสัตว์ป่า แต่ก็มักจะเป็นสัตว์ป่าที่มีนิสัยสันโดษ อาทิ มิงค์ญี่ปุ่น หมูป่า ตัวตุ่นญี่ปุ่น แต่ที่ต้องระวังคือ หมีดำ ก็ออกหากินที่ป่าอาโอกิงาฮาระด้วยเช่นกัน

aokigahara-forest-4

ความลี้ลับของป่าอาโอกิงาฮาระยังไม่หมดแค่นี้ ด้วยความที่พื้นดินส่วนใหญ่ถูกปกคลุมด้วยหินลาวาซึ่งมีคุณสมบัติของแม่เหล็กธรรมชาติ เข็มทิศ โทรศัพท์  หรือ GPS จึงอาจใช้การไม่ได้ในบางจุด ทำให้การเดินป่าที่นี่จึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก ทางที่ดีควรเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติเส้นทางหลักที่มีการจัดเตรียมไว้ให้เท่านั้น และลาวานี่เองที่ทำให้ผืนดินใต้ผืนป่ามีความแข็งเป็นพิเศษ อุปกรณ์ไต่เขา หรือขวานไม่สามารถเจาะทะลุได้เลยทีเดียว

นอกจากธรรมชาติเหนือผืนดินแล้ว ใต้ผืนดินของป่าอาโอกิงาฮาระยังพิเศษด้วยการค้นพบโถงถ้ำต่างๆ ไฮไลต์คือ ถ้ำน้ำแข็งนารุซาวา (Narusawa Ice Cave) ซึ่งเป็นถ้ำน้ำแข็งใต้ดินประกอบด้วยเสาน้ำแข็งสูงถึง 30 เมตร ส่วนจุดต่ำสุดของถ้ำอยู่ลึกลงไปถึง 21 เมตร แม้จะแวะเข้ามาชมในฤดูร้อนก็ยังคงต้องพกเสื้อผ้ากันหนาวติดตัวลงมาด้วย

aokigahara-forest-3

โดยรวมแล้วป่าอาโอกิงาฮาระถือเป็นสวรรค์ของนักเดินป่าที่ไม่ควรพลาดหากไปเยือนญี่ปุ่น แต่ด้วยสถิติคนจากท้องถิ่นอื่นๆ ที่เข้ามาฆ่าตัวตายในป่าแห่งนี้ถึงปีละ 100 คน นั่นจึงทำให้ระหว่างทางจะมีป้ายเตือนใจให้เห็นความสำคัญของชีวิต ตระหนักถึงคุณค่าของการได้เกิดและเติบโตมาติดไว้ พร้อมมีการตั้งทีมลาดตระเวนคอยสอดส่องในป่าเพิ่มขึ้นซึ่งที่ผ่านมาก็เคยมีกรณีที่สามารถช่วยคนที่พยายามฆ่าตัวตายเอาไว้ได้ และจากตำนานพื้นบ้าน เรื่องล่าถึงความลึกลับอาถรรพณ์ก็ได้กลายมาเป็นฉากในวรรณกรรม และภาพยนตร์อยู่หลายเรื่อง เช่นที่โด่งดังมากๆ คือเรื่อง Tower of Waves  ของ Seicho Matsumoto (ค.ศ.1960) และ The Complete Manual of Suicide โดย Wataru Tsurumi ซึ่งได้เลือกความโดดเดี่ยวของ ป่าอาโอกิงาฮาระ เป็นสถานที่สำหรับฆ่าตัวตาย และมีการให้ความหมายการฆ่าตัวตายที่ป่าอาโอกิงาฮาระ ไว้ว่า… “ที่นั่นคุณจะไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไป”

Fact File

- Suicide Forest Village หนังสยองขวัญเรื่องล่าสุดที่อิงจากป่าอาโอกิงาฮาระซึ่งมีอยู่จริงในญี่ปุ่น กำกับโดย ทาคาชิ ชิมิซึ (Ju-On) ที่เคยฝากความสั่นประสาทไว้ในเรื่อง  Ju-On (2002)  Suicide Forest Village เล่าถึงกลุ่มเพื่อนรัก 5 คนที่เจอกล่องประหลาดทำจากไม้ของป่าอาโอกิงาฮาระ  แต่หลังจากนั้นก็เริ่มมีคนใกล้ตัวตายทีละคน ทั้งหมดจึงตัดสินใจออกเดินทางไปยังป่าแห่งอาโอกิงาฮาระเพื่อหาคำตอบ (เข้าฉายในไทย 13 ตุลาคม 2021)

- การเดินทางไปยัง ป่าอาโอกิงาฮาระ นั้นค่อนข้างสะดวก ใช้รถไฟสาย Chuo Line  ไปยังทะกะโอะ (Takao) เมื่อมาถึงโอสึกิ (Otsuki,) ให้เปลี่ยนไปใช้บริการสาย Fuji Kyuko Line  เพื่อตรงสู่สถานีคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko Station) จากสถานีคาวากุจิโกะจะใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์ 30 ถึง 40 นาที