พาชม Hamarikyu Gardens สวนสาธารณะเก่าแก่ตั้งแต่สมัยเอโดะ

พาชม Hamarikyu Gardens สวนสาธารณะเก่าแก่ตั้งแต่สมัยเอโดะ
Anngle

สนับสนุนเนื้อหา

โตเกียวแม้จะมีประชากรหนาแน่น แต่ก็จัดสรรพื้นที่สีเขียวไว้ให้คนญี่ปุ่นได้เห็นสีเขียวและสูดอากาศบริสุทธิ์ ในโตเกียวมีสวนสาธารณะหลายที่ถูกอนุรักษ์ไว้ตั้งแต่สมัยเอโดะตั้งแต่เมื่อประมาณ 300-400 ปีที่แล้ว วันนี้จะพาทุกคนมาชม Hamarikyu Gardens สวนสาธารณะเก่าแก่ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโตเกียวกันนะคะ

สวนสาธารณะ Hamarikyu Gardens และความเป็นมา

สวนสาธารณะแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เขตชูโอในโตเกียวและอยู่ติดกับอ่าวโตเกียว สร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1654 โดยคนในสกุลโชกุนโทกุงาวะ มีพื้นที่ 250,216 ตารางเมตร แบ่งเป็นพื้นที่สวนและสระล้อมรอบ โดยสระนั้นมีทั้งสระน้ำเค็มขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับอ่าวโตเกียว และสระน้ำจืดขนาดเล็ก สวนสาธารณะแห่งนี้เคยเป็นสถานที่แปรพระราชฐานของราชวงค์ในสมัยเมจิ และกลายเป็นสวนสาธารณะเมื่อปี ค.ศ. 1946 ในชื่อ Hamarikyu Gardens

img_2685-scaled
img_2693-scaled

เราไปชมอะไรได้บ้างในสวนสาธารณะแห่งนี้

ด้วยเป็นสวนสาธารณะที่อยู่กลางกรุงโตเกียว เมื่อเข้าไปแล้วก็จะได้เห็นสีเขียวขจีของต้นไม้ใบหญ้าพร้อมกับทัศนียภาพของเมืองสมัยใหม่ที่เห็นจากไกลๆ ใกล้ทางเข้าของสวนสาธารณะมีต้นสนอายุประมาณ 300 ปีที่มีกิ่งก้านหนาโน้มต่ำลงมา

img_2689-scaled

เมื่อเดินเข้าไปเรื่อยๆ จะเห็นแปลงดอกไม้ที่ปลูกดอกไม้สีสันสดใสตามฤดูกาล ผู้เขียนไปในช่วงฤดูใบไม้ร่วงก็เห็นทุ่งคอสมอสสีสันสดใส หากเป็นฤดูใบไม้ผลิก็จะเป็นทุ่งดอกเรปซีดสีเหลืองอร่ามตา ถัดจากแปลงดอกไม้เป็นสวนดอกโบตั๋น และมีดอกไม้หลากหลายชนิดตามฤดูกาลให้ชม ได้แก่ ดอกบ๊วย ดอกพีช แมกโนเลีย และนาร์ซิสซัสในฤดูใบไม้ผลิ ไฮเดรนเยียและไอริสในต้นฤดูร้อน คอสมอสและหอมหมื่นลี้ในฤดูใบไม้ร่วง

img_2708-scaled
img_2709-scaled
img_2711-scaled
img_2724-scaled
เมื่อเดินลึกเข้าไปอีกก็จะเจอโรงน้ำชา 4 หลังที่สร้างไว้ข้างสระน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งในอดีตถูกสร้างไว้เพื่อให้โชกุนและแขกรับเชิญพักมารับประทานอาหาร ส่วนโรงน้ำชาที่เห็นในปัจจุบันเป็นโรงน้ำชาที่สร้างขึ้นมาใหม่โดยคงรูปแบบของโรงน้ำชาเดิมไว้  ทั้งนี้มีโรงน้ำชากลางสระน้ำที่เปิดให้นักท่องเที่ยวนั่งพักดื่มชาและรับประทานขนมหวานญี่ปุ่นไปพร้อมกับการชมทัศนียภาพอันสงบและสวยงามของสวนสาธารณะด้วย

 img_2733-scaled
img_2734-scaled

 ใกล้ๆ โรงน้ำชามีที่สำหรับล่าเป็ดซึ่งเป็นกีฬาในยามว่างของโชกุนในสมัยก่อน โดยมีวิธีการล่าที่น่าสนใจคือ มีเพิงหลบสำหรับสั่นกระดิ่งเพื่อให้เป็ดที่ฝึกไว้ว่ายมาตามสระแคบๆ ซึ่งจะนำเป็ดป่าให้ตามมาด้วย จากนั้นคนจะใช้ตาข่ายหรือปล่อยนกอินทรีไปจับเป็ดป่าเหล่านั้น

img_2749-scaled

เมื่อเดินชมความงามของสวนสาธารณะเสร็จแล้วก็สามารถเดินต่อไปชมความสวยงามของอ่าวโตเกียวได้ด้วย

 img_2746-scaled

การเดินทาง

โดยรถไฟใต้ดินสาย Toei Oedo ลงที่สถานี Shiodome สถานี Tsukiji-Shijo หรือสถานี Yurikamome Shiodome และเดินไปประมาณ 7 นาที

โดยรถไฟสาย Yamanote สาย Keihin Tohoku สาย Tokyo Metro Ginza และสาย Toei Asakusa ลงที่สถานี Shimbashi และเดินไปประมาณ 12 นาที

สวนสาธารณะปิดเฉพาะช่วงปีใหม่ตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม ถึง 1 มกราคม และมีค่าเข้าสำหรับผู้ใหญ่ราคา 300 เยน

หากชอบความเขียวขจี สีสันของดอกไม้ตามฤดูกาล บรรยากาศความเก่าแก่ของป่าในเมือง พร้อมกับต้องการชมอ่าวโตเกียวก็ขอแนะนำให้ลองไปสวนสาธารณะแห่งนี้ดูซักครั้งค่ะ