วาฬเพชฌฆาตโผล่เล่นน้ำใกล้อ่าวหินงาม อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา สร้างความฮือฮาให้ผู้พบเห็น

วาฬเพชฌฆาตโผล่เล่นน้ำใกล้อ่าวหินงาม อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา สร้างความฮือฮาให้ผู้พบเห็น

เมื่อวันที่ 22 เมษายน ที่ผ่านมา ทางสำนักอุทยานแห่งชาติได้ออกมาเผยแพร่คลิปผ่านทาง Facebook ของสำนักงานอุทยานแห่งชาติ โดยเป็นคลิปที่สามารถจับภาพวาฬเพชฌฆาตที่กำลังแหวกว่ายอวดโฉมอยู่ใกล้ๆ กับอ่าวหินงามอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา

โดยสำนักอุทยานได้โพสต์คลิปน่าอัศจรรย์นี้พร้อมกับอธิบายว่า นับตั้งแต่ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ประกาศปิดการท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติและวนอุทยานทุกแห่ง จากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2563 เป็นต้นมา พบว่าทรัพยากรธรรมชาติได้รับการฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัด มีการปรากฏตัวของสัตว์ป่าเพิ่มมากขึ้น บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของทรัพยากรธรรมชาติหลังจากไม่มีการรบกวนจากการท่องเที่ยว

ล่าสุด!! วันนี้ (22 เม.ย. 63) เวลา 17.00 น. ขณะเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จ.กระบี่ นั่งเรือออกไปลาดตระเวนตามปกติ ได้พบเจอฝูงวาฬเพชฌฆาตดำฝูงใหญ่ 10-15 ตัว แต่ละตัวความยาวประมาณ 3-4 เมตร แหวกว่ายอวดโฉมบริเวณอ่าวหินงาม เกาะรอกในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ซึ่งห่างจากฝั่งเพียง 400 เมตร โดยฝูงวาฬเพชฌฆาตดำที่ปรากฏตัวขึ้นมาฝูงใหญ่ เจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกภาพและวิดีโอ ขณะที่ฝูงวาฬเพชฌฆาตดำเล่นน้ำอยู่บริเวณดังกล่าวนานประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการพบเจอวาฬเพชฌฆาตดำในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา

โดยวาฬเพชฌฆาตดำเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลชนิดหนึ่ง ในวงศ์โลมามหาสมุทร (Delphindae) เป็นวาฬมีฟัน จัดเป็นเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่อยู่ในสกุล Pseudorca ที่ยังสืบเผ่าพันธุ์มาจนถึงปัจจุบัน มีลักษณะลำตัวยาวสีดำคล้ายกันมากกับวาฬนำร่องครีบสั้น (Globicephala macrorhynchus) ต่างกันที่ลักษณะครีบหลังตั้งอยู่กึ่งกลางลำตัว (วาฬนำร่องครีบสั้นจะตั้งเยื้องมาทางส่วนหัว) และส่วนหัวไม่โหนกมากปลาวาฬนำร่องครีบสั้นสีดำทั้งตัว ส่วนท้องจะเทาจางเล็กน้อยครีบข้างโค้งหักข้อศอกเรียวยาวค่อนข้างแหลม หน้าผากกลมมนไม่มีจะงอยปาก มีจำนวนฟันทั้งหมด 7-12 คู่ ในปาก ซึ่งอาหารของวาฬเพชฌฆาตดำ คือ ปลาและหมึก มีขนาดโตเต็มที่ยาวถึง 6 เมตร ลูกแรกเกิดยาว 1.5-2 เมตร การตั้งท้องใช้เวลา 12-14 เดือน เป็นโลมาที่พบกระจายพันธุ์ทั่วทั้งโลก โดยมากจะอยู่รวมเป็นฝูงในทะเลใกล้ชายฝั่ง ในประเทศไทยมีรายงานพบในหลายจังหวัดทั้งในอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามัน และจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทที่ 1