“เที่ยวศรีลังกา” เก็บภาพเมืองกอลล์ ลุ้นเจอเสือดาว ชมวิถีคนเท่ตกปลาบนไม้ค้ำ

“เที่ยวศรีลังกา” เก็บภาพเมืองกอลล์ ลุ้นเจอเสือดาว ชมวิถีคนเท่ตกปลาบนไม้ค้ำ

เวลาพูดถึงศรีลังกา หลายคนคงจินตนาการภาพไว้หลากหลายทั้งวัดวาอาราม ไร่ชา หรือผู้คนที่มีลักษณะใกล้เคียงกับคนอินเดีย แต่การเที่ยวศรีลังกาครั้งนี้ทางเคทีซีจัดทริปพิเศษ “Journey to Sri Lanka with KTC” ตั้งใจสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับนักเดินทางที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงว่าเที่ยวศรีลังกาต้องไปไหว้พระเท่านั้น

เพราะแพคเกจทริปครั้งนี้จะพาทุกคนไปสัมผัสเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ๆ ในระยะเวลา 4 วัน 3 คืน เห็นโปรแกรมแล้วไม่ลังเล เตรียมจัดกระเป๋า และไม่ต้องกังวลเรื่องวีซ่าเพราะช่วงเวลานี้ยังอยู่ในช่วงยกเลิกค่าธรรมเนียมวีซ่าท่องเที่ยวให้กับนักเดินทางกว่า 40 ประเทศจากทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย โดยเบื้องต้นได้เริ่มทดลองแผนยกเลิกค่าธรรมเนียมวีซ่าท่องเที่ยวเป็นเวลา 5 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2562 ไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2563 ดังนั้นถ้าช่วงนี้ใครกำลังลังเลว่าช่วงปีใหม่จะไปเที่ยวไหน รีบตัดสินใจได้เลย ว่าแต่ศรีลังกาที่ไม่ได้มีแค่วัดนั้นมีอะไรบ้าง เราคงต้องไปสำรวจกันแล้ว

นั่งตุ๊ก ตุ๊กเก็บภาพเมืองกอลล์

บริเวณป้อมปราการเมืองกอลล์ และประภาคารกอลล์ เป็นที่เที่ยวแรกของทริปที่เดินทางไปถึง กอลล์เป็นเมืองชายทะเลอันสวยงามของศรีลังกา ที่ในอดีตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เคยพักระหว่างเสด็จประภาสยุโรป อีกหนึ่งไฮไลท์ที่อยากให้ทำคู่กันไปคือลองนั่งตุ๊ก ตุ๊ก พาหนะยอดฮิตแล้วเก็บภาพบริเวณรอบป้อมปราการ ไปจนถึงประภาคาร ตัวอาคาร ความสวยงามของสถาปัตยกรรมโดยรอบ ทำให้รู้สึกถึงเมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบ และมีเสน่ห์น่ารัก โดยเฉพาะความสวยงามของสุเหร่ามีรา ที่มีอายุราว 300 ปี เป็นมัสยิดที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในกอลล์ อีกหนึ่งความน่าประทับใจคือป้อมปราการสุดอลังการนี้สร้างขึ้นครั้งแรกโดยชาวโปรตุเกส สมัยปกครองศรีลังกา ปัจจุบันป้อมปราการขนาดใหญ่ที่สุดและยังหลงเหลืออยู่ในเอเชีย และถูกบรรจุให้เป็นหนึ่งในมรดกโลกของยูเนสโก

มหัศจรรย์ทะเลสองสี ลุ้นชมวาฬสีน้ำเงิน

น่าจะเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่รอคอยของทริปศรีลังกา เพราะเราจะได้นั่งเรือออกไปบริเวณนอกชายฝั่งมาตาระของเมืองมิริสซ่า ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ใต้สุดของศรีลังกา ช่วงเวลาที่อยู่บนเรือน่าจะประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งเห็นจะได้ เรือแล่นเป็นเส้นทางวงกลม เรือที่นั่งออกไปลำใหญ่ไม่อันตราย สำหรับใครที่เมาคลื่นได้ง่าย แนะนำว่าให้ทานยาแก้เมาเรือไปล่วงหน้า แต่ต้องบอกว่าทะเลสวยมาก ยิ่งแล่นออกไปไกลจากชายฝั่งมากเท่าไร ลมทะเลพัดเย็นสดชื่นไม่เหนียวตัว ภารกิจชมวาฬและโลมานั้นต้องเข้าใจว่าเป็นเรื่องธรรมชาติที่คาดการณ์ไม่ได้ว่าจะเห็นหรือเปล่า แต่เจ้าหน้าที่บนเรือนั้นน่ารักมาก จะพยายามแล่นเรือไปบริเวณจุดที่เรือพานักท่องเที่ยวก่อนหน้านั้นส่งสัญญาณมาว่าพบกลุ่มโลมาหรือวาฬ เวลาเห็นเพียงแค่ครีบหรือปลายหางโลมากับวาฬก็ทำเอาตื่นเต้นมากแล้ว นอกจากความตื่นเต้นที่ได้เห็นโลมาและวาฬแล้ว ยิ่งเรือแล่นไปไกลเท่าไรจะมีเส้นแบ่งน้ำทะเลสีเข้มกับสีอ่อนแยกออกจากกันอย่างชัดเจน เห็นแล้วรู้สึกมหัศจรรย์มาก

ผจญภัยบนรถจิ๊ปซาฟารีแบบโอเพ่น ที่ อุทยานแห่งชาติยาลา

บางคนที่ชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยวแบบได้ผจญภัย ได้เห็นชีวิตสัตว์ป่าแบบใกล้ชิด น่าจะชอบ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีโอกาสได้นั่งรถจิ๊ปซาฟารีแบบเปิดโล่ง ความน่าตื่นเต้นของการผจญภัยครั้งนี้คือ “เสือดาว” ใครๆ ก็อยากเห็นเสือดาวแบบที่ไม่ได้ดูผ่านกรง ผ่านภาพถ่าย เราลุ้นกันเหลือเกินว่าจะได้เห็นเสือดาว หนึ่งในสัตว์สุดป๊อปของอุทยานแห่งชาติยาลา ตอนที่ไปถึงเป็นเวลาบ่ายแก่ๆ แล้ว แต่แดดยังคงแรงอยู่ จึงต้องเตรียมทั้งหมวก ผ้าบัฟปิดจมูกกันฝุ่น และที่ขาดไม่ได้คือกล้องถ่ายรูปใครที่เลนส์ซูเปอร์ซูม ก็อาจได้เห็นสัตว์ที่อยู่ไกลออกไป แต่สำหรับเรานั้นอุปกรณ์ไม่ค่อยพร้อมสักเท่าไร ได้แต่ภาพสัตว์ที่อยู่ไม่ไกลมาก แต่ก็รู้สึกตื่นเต้นดีที่ลุ้นว่าจะได้เห็นสัตว์อะไรในตลอดสองข้างทางที่ Ranger หรือผู้ควบคุมรถชาวศรีลังกาขับพาเราไป จากบ่ายคล้อยไปสู่ช่วงเย็น เวลาอันน่าสนุกสนานผ่านไปเร็วมาก เมื่อเริ่มค่ำ เราจำเป็นต้องออกจากเส้นทางชมสัตว์ป่า เนื่องจากน่าจะเป็นเวลาหากินของสัตว์บางชนิด ตลอดทางเราได้เจอทั้งนกยูง กวาง ควายป่า ช้าง นกอินทรี กระต่าย จระเข้ ส่วนเสือดาวนั้นมีนะ แต่อยู่ไกลมาก ต้องใช้กล้องส่องทางไกล หรือใครที่มีเลนส์ซูมระยะไกล จะได้เห็นความสง่างามของเสือดาว

วิถีคนเท่ ตกปลาบนไม้ค้ำ ที่เมืองค็อกคาลา

จะบอกว่านี่เป็นจุดหมายที่ชื่นชอบที่สุดของทริป เพราะมีโอกาสได้ไปชมการตกปลาดั้งเดิมสไตล์ศรีลังกานั่นคือ การตกปลาบนไม้ค้ำ ซึ่งชาวประมงศรีลังกา จะนั่งทรงตัวอยู่บนไม้ค้ำที่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2 เมตร ซึ่งจากที่ไกด์เล่าให้ฟังก็คือ การตกปลาแบบดั้งเดิมนี้ทำกันมาเนิ่นนานและถ่ายทอดกันแบบรุ่นสู่รุ่น บ้านไหนตระกูลไหนมีพื้นที่สำหรับตกปลาอยู่ก็จะจองกันแบบข้ามรุ่นว่าตระกูลนี้เป็นเจ้าของพื้นที่นี้ ถ้าบ้านอื่นจะมาตกปลาในบริเวณนี้ก็ไม่ได้ ถึงกับเป็นเรื่องเป็นราวทะเลาะกันได้เลย ส่วนเรื่องการตกปลานั้นจะมีการสอนจากรุ่นเก่าๆ ส่งต่อมายังรุ่นหลัง มีการสอนให้ทำเหล็กแหลมที่ใช้เหมือนเป็นเหยื่อจนเชี่ยวชาญ เห็นตกปลาแบบนี้ไม่มีเหยื่อล่อเป็นพวกกบ เขียดเหมือนบ้านเรานะคะใช้แค่เหล็กแหลมๆ และทักษะความชำนาญส่วนตัวล้วนๆ แบบนี้ไม่เรียกว่าเท่ แล้วจะให้เรียกว่าอะไร

ปิดท้ายสายบุญ ที่วัดคงคาราม

อย่างไรเสียมาถึงศรีลังกาแล้ว ถ้าไม่แวะชมความสวยงามของวัดวาอารามของบ้านนี้เมืองนี้ก็ดูจะแปลกๆ ไปหน่อยหรือเปล่า ที่เมืองโคลัมโบเมืองหลวงของศรีลังกามีวัดสวยๆ หลายวัด แต่ที่เราแวะไหว้สักการะคือวัดคงคาราม ซึ่งภายในมีหลายจุดน่าสนใจ เริ่มต้นจากการเข้าร่วมพิธีรับพระธาตุ ซึ่งพระสงฆ์ประจำวัดจะนำพระธาตุมาเทินบนศีรษะพร้อมสวดมนต์ ซึ่งมีความเชื่อว่าพิธีกรรมนี้จะทำให้หมดเคราะห์ ช่วยตัดกรรม แต่ที่ถือว่าเป็นสิริมงคลกับชีวิตที่สุดของทริปนี้คือการได้เข้าห้องประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุพร้อมได้เข้าไปสักการะพระธาตุอย่างใกล้ชิด โดยไกด์บอกว่าปกติห้องนี้จะไม่เปิดให้เข้าชม นอกจากนั้นภายในวัดยังมีพระอุโบสถหลังใหญ่ที่ภายในยังมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยสีเหลืองสดใส อีกหนึ่งความเชื่อเมื่อใครก็ตามที่มาวัดคงคารามก็คือการอธิษฐานขอให้ใบโพธิ์จากต้นพระศรีมหาโพธิ์ล่วงหล่นลงมาหากพรนั้นจะเป็นจริง

สำหรับนานาที่เที่ยวที่เล่ามานี้เรียกว่า “Unseen Sri Lanka Safari” 4 วัน 3 คืน มีราคาเริ่มต้นเพียง 27,400 บาทต่อคน (สามารถเดินทางได้ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป) ซึ่งราคานี้รวมบัตรโดยสารชั้นประหยัดสายการบินศรีลังกาออนไลน์ ที่พักตลอดทริป สถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมต่างๆ