Ahmedabad มหานครมรดกโลก อารยธรรมเก่าแก่แห่งดินแดนภารตะ

Ahmedabad มหานครมรดกโลก อารยธรรมเก่าแก่แห่งดินแดนภารตะ

"อินเดียครั้งแรก ถ้าไม่เกลียดก็รักเลย" คำพูดเชิญชวนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความน่าค้นหาสำหรับนักเดินทางทุกคน ที่หวังอยากจะได้มาสัมผัสกับดินแดนแห่งอารยธรรมแห่งนี้สักครั้ง เช่นเดียวกับเราเองที่ได้มีโอกาสเดินทางไปเที่ยวอินเดียเป็นครั้งแรกเพื่อพิสูจน์คำพูดข้างต้นว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร จะเกลียดหรือจะรัก อินเดียจะทำให้เราประทับใจได้ขนาดไหนลองมาดูกัน

111162_191111_0036
73399746_2520579958023279_841

โดยเราเลือกปักหมุดไปที่เมือง Ahmedabad (อาห์เมดาบัด) อดีตเมืองหลวงของรัฐคุชราต เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองมรดกโลกที่มีอารยธรรมเก่าแก่โบราณซุกซ่อนอยู่มากมาย ซึ่งการเดินทางนั้นก็ง่ายดายกว่าแต่ก่อนมากเพราะสายการบิน THAI Smile เพิ่งจะทำการเปิดรูทเส้นทางบินใหม่ บินตรงจากเมืองไทยมาลงที่เมือง Ahmedabad เลย ได้ใช้บริการสายการบินแบบ Full Service ในราคาตั๋วที่ไม่แพงมากอีกด้วย เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวสายแบ็คแพ็คเกอร์จริงๆ โดยเส้นทางการบินใหม่ของ THAI Smile นี้จะมีเครื่องให้บริการ สัปดาห์ละ 4 เที่ยว (จันทร์ พุทธ พฤหัสบดี ศุกร์) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.thaismileair.com หรือโทร 1181

s__22790200

จากเมืองไทยใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงนิดๆ เพื่อวาร์ปมาสู่เมือง Ahmedabad โดยเวลาที่อินเดียนั้นจะช้ากว่าประเทศไทยประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที อากาศไม่ต่างจากเมืองไทยมากนัก ส่วนค่าเงินรูปีนั้นให้ตีง่ายๆ คือหาร 2 จะได้เท่ากับค่าเงินบาท สามารถแลกเงินไปได้จากเมืองไทย เมื่อเตรียมตัวทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางไปสำรวจความมหัศจรรย์ของอารยธรรมในเมือง Ahmedabad กัน 

111162_191111_0006

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับเมือง Ahmedabad กันก่อน เมือง Ahmedabad นั้น เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในรัฐคุชราต เคยเป็นอดีตเมืองหลวงประจำรัฐ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1411 มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 5.5 ล้านคน เรียกได้ว่าเป็นเมืองใหญ่อันดับต้นๆ ของอินเดียเลยทีเดียว และด้วยความเก่าแก่นี้ทำให้เมือง Ahmedabad เต็มไปด้วยร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่ยังคงสมบูรณ์และสวยงามอยู่มากมาย ในวันนี้เราจะพาทุกคนไปชมความยิ่งใหญ่อลังการของสถานที่เที่ยวใน Ahmedabad กันครับ

1. Adalaj Stepwell

111162_191111_0035

เริ่มต้นกันที่สถานที่แห่งแรกกับสระน้ำ Stepwell อันเลื่องชื่อของเมือง Adalaj ที่มีชื่อว่า Ruda Baoli ที่นี่ในอดีตนั้นใช้เป็นที่ประกอบพิธีทางศาสนาของศาสนาพราหมณ์ มีความสวยงามทางด้านสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นมาจากหินทรายลึกลงไปใต้ดิน

73271715_2519940878087187_623
111162_191111_0032

74667922_2519941068087168_268

เราสามารถเดินชมความยิ่งใหญ่และงดงามของสระขั้นบันไดนี้ลงไปได้เรื่อยๆ จนไปสุดที่บริเวณโถงเก็บน้ำด้านล่างสุด ซึ่ง ณ จุดนี้ถือได้ว่าเป็นมุมถ่ายภาพมหาชนเลยทีเดียว ภาพของโถงทรง 8 เหลี่ยมที่มีความสูงชันมองไปด้านบนจะเห็นแสงลอดลงมาเป็นแสงสีทองที่ส่องลงมาทำให้ภาพที่เราเห็นเบื้องหน้านั้นเต็มไปด้วยความอลังการอย่างแท้จริง แค่สถานที่แรกก็สร้างความประทับใจให้กับเราไปแบบเต็มๆ แล้ว

พิกัด : Google Map

2. Rani Ki Vav

111162_191111_0039

ไปต่อกันที่เมือง Patan เมืองที่ตั้งของสระน้ำขั้นบันไดมรดกโลก Rani Ki Vav สระน้ำแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระมเหสีของพระเจ้าภีมเทวะที่ 1 ผู้ปกครองเมือง Patan หรือเมือง Anahilvada ในอดีต ซึ่งสระน้ำแห่งนี้ก็ใช้ทำหน้าที่กักเก็บน้ำไว้ใช้ในยามแล้ง อีกทั้งยังเป็นที่พบปะสังสรรค์และประกอบพิธีทางศาสนาอีกด้วย 

111162_191111_0013
72939542_2520580228023252_527

เมื่อมองลงไปด้านล่างสระน้ำขั้นบันไดแห่งนี้ดูเหมือนจะถูกสร้างให้เป็นเมืองที่อยู่ใต้ดินเสียมากกว่า เพราะด้วยความยิ่งใหญ่อลังการของซากปรักหักพังที่ยังคงหลงเหลือมาจนถึงทุกวันนี้ ทำให้เราสามารถจินตนาการภาพของความยิ่งใหญ่ในอดีตของที่นี่ได้เลย ลวดลายที่สวยงามถูกสลักลงบนผนังหินได้อย่างน่ามหัศจรรย์ รวมไปถึงเหล่าเสาหินที่เรียงรายกันอยู่ในนี้ เป็นสถาปัตยกรรมที่ดูแปลกตา และงดงามมากๆ

111162_191111_0012
75594332_2520580444689897_561

เชื่อได้เลยว่าหากใครได้มีโอกาสลงมาเยือนที่นี่จะต้องตกตะลึงในความสวยงามนี้กันไปชั่วขณะแน่นอน และที่พลาดไม่ได้เลย ถ้าหากได้มีโอกาสมาเที่ยวที่นี่ นั่นก็คือบริเวณจุดชมวิวมุมสูงที่จะทำให้คุณสามารถมองเห็นโถงกักเก็บน้ำสุดอลังการที่ตั้งอยู่ด้านใน Rani Ka Vav ซึ่งแต่ละชั้นนั้นก็จะมีลวดลายการสลักหินลงไปอย่างวิจิตรงดงาม เป็นความมหัศจรรย์จากยุคอดีตที่รุ่งเรืองหลงเหลือมาให้เราได้สัมผัสกันในยุคปัจจุบันนี้

พิกัด : Google Map

3. Modhera Sun Temple

111162_191111_0020

Modhera Sun Temple หนึ่งในสามเทวาลัยแห่งสุริยเทพของประเทศอินเดีย เป็นวัดที่มีความศักดิ์สิทธิ์และได้รับการนับถือเป็นอย่างมากในเมือง Modhera อีกหนึ่งความโดดเด่นของวัดนี้ นอกจากเรื่องความศักดิ์สิทธิ์นั้นก็คือบริเวณสระน้ำหน้าเทวาลัย ที่มีรูปทรงเป็น Stepwell สวยงาม เชื่อมต่อกันเป็นขั้นๆ รอบสระน้ำ

111162_191111_0021
111162_191111_0023

และบริเวณด้านบนในส่วนของเทวาลัยนั้นยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความวิจิตรงดงามของการแกะสลักเสาหินและพื้นผนังเป็นรูปเทพเจ้าต่างๆ และตำนานของอินเดีย อีกทั้งสถาปัตยกรรมของเทวาลัยที่ยังคงสมบูรณ์อยู่นั้นได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้มาเยือนมากๆ เลยทีเดียว 

111162_191111_0062

111162_191111_0026

พิกัด : Google Map

4. Sidi Saiyyed Mosque

111162_191111_0001

Sidi Saiyyed Mosque มัสยิดโบราณที่ถูกยกให้เป็นมรดกโลก โดยองค์การ UNESCO ตั้งอยู่ใจกลางเขตเมืองเก่า Ahmedabad สร้างขึ้นในยุคของสุลต่านอาห์เมดชาห์ในศตวรรษที่ 15 เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่มีความสำคัญของชาวมุสลิมในกรุง Ahmedabad    

111162_191111_0002
111162_191111_0003

บริเวณด้านในมัสยิดแห่งนี้จะมีลวดลายฉลุสวยงามตามบานหน้าต่าง และสถาปัตยกรรมที่ดูวิจิตรตระการตา เมื่อได้มีโอกาสเข้ามาแล้วจะรู้สึกได้ถึงความเก่าแก่และน่าเคารพนับถือของมัสยิดแห่งนี้ นับเป็นหนึ่งในมรดกโลกที่ทรงคุณค่าเป็นอย่างมากของรัฐคุชราตเลยก็ว่าได้ หากมีโอกาสมาเที่ยวที่นี่ ควรมาชมด้วยตาตนเอง 

พิกัด : Google Map

5. Hutheesing Jain Temple

111162_191111_0005

เชื่อได้เลยว่าสำหรับคนไทยแบบเรานั้น น้อยมากที่จะมีโอกาสได้เคยเห็นวัดในศาสนาเชน ศาสนาที่เปรียบได้ว่าเป็นศาสนาพี่และศาสนาน้องกับศาสนาพุทธ แต่จะมีความแตกต่างกันในเรื่องของคำสอนบางอย่าง ซึ่งนี่ก็นับว่าเป็นครั้งแรกสำหรับเราที่จะได้มาเห็นวัดในศาสนาเชนของจริงที่ Hutheesing Jain Temple วัดเชนที่มีชื่อเสียงที่สุดใน Ahmedabad สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1845

111162_191111_0009
111162_191111_0053

ที่วัดแห่งนี้มีศิลปะทางสถาปัตยกรรมที่งดงามเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะบริเวณวิหารที่สร้างขึ้นได้อย่างยิ่งใหญ่อลังการ ยิ่งสำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปด้วยแล้ว รับรองว่าได้มุมถ่ายรูปสวยๆ อย่างแน่นอน

พิกัด : Google Map

6. Gandhi Ashram

111162_191111_0048
111162_191111_0049

ปิดท้ายกันด้วยอีกหนึ่งสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศอินเดีย อาศรมแห่งแรกของ มหาตมะ คานธี ผู้นำปลดแอกประเทศอินเดียจากอังกฤษ โดยอาศรมแห่งแรกนี้ตั้งอยู่ในเมือง Ahmedabad ปัจจุบันได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ให้คนรุ่นหลังได้เข้ามาศึกษาประวัติความเป็นมาของท่านมหาตมะ คานธี 

111162_191111_0043
111162_191111_0045

แต่ในส่วนของตัวอาศรมนั้นก็ยังมีการเก็บรักษาเอาไว้ในสภาพที่สมบูรณ์ ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำร่มรื่น เป็นทั้งสถานที่เที่ยว และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับชาวเมือง Ahmedabad ไปด้วยในตัว

พิกัด : Google Map

อาหารอินเดีย

111162_191111_0010
111162_191111_0066
111162_191111_0067

นอกจากสถานที่เที่ยวแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ทุกคนมักจะนึกถึงเวลามาเที่ยวที่อินเดียนั่นก็คืออาหาร ต้องบอกเลยว่าในเรื่องของรสอาหารนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถตัดสินกันได้อย่างแท้จริง เพราะแต่ละเชื้อชาติ แต่ละประเทศก็มีเอกลักษณ์และความชื่นชอบแตกต่างกันไป เวลาเราไปในต่างถิ่นจึงควรลบอคติทุกอย่างออกไปและเปิดรับอารยธรรมใหม่ๆ เพื่อเก็บเป็นประสบการณ์ในการเดินทาง สำหรับเราเองนั้นก็ได้มีโอกาสลองทานอาหารอินเดียด้วยเหมือนกัน ซึ่งเอาจริงๆ แล้วอาหารอินเดียนั้นก็ไม่ได้แย่อย่างที่ใครหลายๆ คนคิด เพียงแต่เราอาจจะไม่คุ้นชินกับรสชาติเท่านั้นเอง แต่ครั้งนี้ก็ถือได้ว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีเป็นอย่างมากเลยสำหรับเราที่ได้มาลองอาหารอินเดียแบบต้นฉบับถึงถิ่น และได้เก็บภาพอาหารอินเดียบางส่วนมาฝากทุกคนด้วยครับ

 คนอินเดีย

76695278_2522274137853861_254

73048928_2522301697851105_616
73498003_2522304194517522_381
ผู้คนในอินเดียนั้นสำหรับที่เมืองอื่นๆ เราไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร แต่ที่ Ahmedabad เรากล้ายืนยันเลยว่าผู้คนน่ารักมาก!!! ทุกคนดูเฟรนด์ลี่ ยิ้มแย้มแจ่มใสให้กับนักท่องเที่ยว ที่สำคัญคนอินเดียชอบถ่ายรูปมากๆ ในชนิดที่ว่าเดินมาสะกิดให้เราถ่ายรูปเลยทีเดียว หรือบางคนก็เข้ามาขอถ่ายเซลฟีคู่กับเรา เป็นเมืองที่สามารถเที่ยวได้อย่างสบายใจโดยไม่มีความวิตกกังวลใดๆ เลยจริงๆ พอเมื่อจบทริปแล้วย้อนมาดูในกล้องตัวเอง ปรากฏว่าเต็มไปด้วยรูปภาพของคนอินเดียหลากหลายอิริยาบถ เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้เราประทับใจ โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบการถ่ายภาพบอกได้เลยว่า มาอินเดียคุณควรเตรียมเมมโมรี่การ์ดมาหลายๆ ใบหน่อย เพราะเพียงคุณเดินตามท้องถนนนั้นก็จะมีสิ่งที่น่าสนใจให้คุณได้ยกกล้องขึ้นมาถ่าย ทั้งผู้คนและสถานที่ตลอดทางเลยทีเดียว

74303709_2522301314517810_918

"อินเดียครั้งแรก ถ้าไม่เกลียดก็รักเลย" สุดท้ายแล้วเราก็ได้คำตอบจากประโยคนี้ อินเดียกลายเป็นอีกหนึ่งประเทศที่เราหลงรักเข้าอย่างจัง ทั้งวิถีชีวิตของผู้คน ความแปลกใหม่ทางวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนใครในโลก สถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องยอมรับเลยว่ายิ่งใหญ่อลังการและสวยงามมากๆ อาหารการกินที่ช่วยเปิดประสบการณ์ทางด้านอาหารให้เรา และรอยยิ้มอย่างจริงใจของผู้คนที่เดินผ่านกัน อีกทั้งยังมีมุมถ่ายภาพสวยๆ ให้เราได้ยกกล้องขึ้นมารัวชัตเตอร์กันตลอดเวลา เป็นประเทศที่เติมเต็มทุกรสชาติของการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง