กิน นอน เที่ยว ที่เดียวที่บ้านห้วยปลาหลด

กิน นอน เที่ยว ที่เดียวที่บ้านห้วยปลาหลด
นายรอบรู้

สนับสนุนเนื้อหา

ชื่อหรือไม่! ว่าคนเราอยู่แบบพึ่งพาธรรมชาติได้จริง? เชื่อไหมว่า ความสุขง่ายๆ เกิดจากการใช้ชีวิตแบบพอเพียง  คุณอาจจะมีคำถามในใจมากมาย…ลองหาคำตอบเหล่านั้นที่ บ้านห้วยปลาหลด ดูสิ แล้วคุณอาจได้พบกับความสุขท่ามกลางธรรมชาติ พบความอิ่มเอิบหัวใจจากวิถีชีวิตคนที่นี่

บ้านห้วยปลาหลดอยู่ไม่ไกลจากตลาดมูเซอ อ. แม่สอด  จ. ตาก หากคุณนั่งรถกระบะ 4WD เข้าไป แต่ถ้าย้อนเวลากลับไปในสมัยที่พี่น้องที่นี่ยังไม่มีรถกระบะและถนนยังเข้าไม่ถึง คุณอาจต้องใช้เวลาเป็นวันๆ ในการเดินเท้าเข้ามาถึงที่นี่

167991
225516
477033

หมู่บ้านท่ามกลางขุนเขาและสายหมอกแห่งนี้ได้รับรางวัล รางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 7 ปี 2548 และ รางวัล “สิปปนนท์ เกตุทัต รางวัลแห่งความยั่งยืน” ในปี 2560 จากพื้นที่ปลูกฝิ่นกลายเป็นชุมชนต้นแบบในการอยู่ร่วมกับป่า ด้วยแนวคิดที่ว่า “หากป่าเป็นของเรา เราสร้างป่าที่กินได้ คนดูแลป่า ป่าก็จะดูแลคน”

คนเมืองอย่างเราคำว่า ป่ากินได้  เหมือนสร้างเครื่องหมายคำถามมากมายในหัว แต่หากคุณมาสัมผัสวิถีชีวิตพี่น้องมูเซอดำ ที่บ้านห้วยปลาหลด จะเห็นว่าพื้นที่ป่ามีของกินมากมาย ทั้งผักพื้นบ้านนาๆ ชนิด เช่น หน่อไม้ ผักกูด ยอดฟักแม้ว มีแปลงผักแบบผสมผสาน พื้นที่ปลูกข้าวไว้กินในครัวเรือน และแปลงปลูกกาแฟ ที่เป็นรายได้หลักของหมู่บ้าน เท่านี้พอจะจินตนาการคำว่า  ป่ากินได้ แล้วใช่ไหม

ใครมาถึงห้วยปลาหลด แล้วไม่ได้มานอนโฮมสเตย์ซึมซับวิถีชีวิตนั้นถือว่าพลาด เพราะการมาใช้ชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวชาวมูเซอ อาจทำให้เราเข้าถึงความสุขและเข้าใจชีวิตพอเพียงมากยิ่งขึ้น โฮมสเตย์ที่นี่เหมือนการมานอนบ้านเพื่อน คุณจะได้นอนในชายคาเดียวกับเจ้าบ้าน กินข้าวหม้อเดียวกัน ทานน้ำพริกถ้วยเดียวกัน

135743
256426

คนมูเซอใช้ชีวิตอยู่บนบ้านไม้ยกพื้นสูง ใต้ถุนบ้านมักใช้เป็นที่เก็บฟืน ภายในบ้านมักเป็นห้องโถงมีเตาไฟตรงกลาง เตาไฟนี้มีประโยชน์ทั้งในการให้ความอบอุ่นในยามหนาว และยังใช้ในการประกอบอาหารอีกด้วย พวกเราโชคดีที่ได้มีโอกาสพักที่บ้านของ นะสอ แม่บ้านใจดีฝีมือทำกับข้าวแสนอร่อย บ้านของนะสอยังคงเอกลักษณ์ของบ้านชาวมูเซอดั้งเดิม ทำให้ที่นอนของพวกเราคืนนี้คือรอบเตาไฟ ซึ่งจะเป็นทั้งที่นอน และที่กินข้าวของเราไปอีก 3 วัน 2 คืน

ห้องนอนแสนเรียบง่ายที่มีฟูก ผ้าห่ม และหมอน เพียงพอสำหรับนอนท่ามกลางธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์เช่นนี้ นะสอบอกกับเราว่าอาจจะลำบากสักนิดแต่คนมูเซอที่นี่อยู่กันเช่นนี้ ถ้าเราอยากรู้จักวิถีมูเซอ เราก็ควรต้องใช้ชีวิตแบบคนมูเซอ…ใช่ไหมหละ

จัดสัมภาระเข้าที่ยังไม่ทันเสร็จดี นะสอก็จุดเตาไฟกลางบ้าน ควันไฟลอยโขมงโฉงเฉงทำเอาพวกเราสำลักกันยกใหญ่ เจ้าบ้านผู้มีรอยยิ้มเป็นเอกลักษณ์บอกกับเราว่า “ที่นี่ใช้ฟืน เพราะฟืนมีอยู่มากมายในป่าไม่ต้องเสียเงินไปซื้อ” ควันไฟยังช่วยถนอมอาหารพวกหอม กระเทียม พริก ไม่ให้เก่าเร็ว และยังช่วยให้ปลวกไม่ขึ้นบ้านอีกด้วย

174517
923036

หลังจากที่เริ่มชินกับกลิ่นควันไฟกันแล้ว เราสังเกตว่านะสอเริ่มลงมือปรุงอาหาร ถึงเวลาที่เพื่อนบ้านอย่างเราจะต้องลงมือช่วย แม้ว่าจะไม่มีทักษะการทำอาหารมากนัก แต่เราก็มีหัวหน้าแม่ครัวผู้ช่ำชองเมนูพื้นบ้านชาวมูเซออยู่ตรงหน้าเราแล้ว

พวกเรานำพริกสด หอม กระเทียม และมะเขือเทศ คั่วรวมกันกับเตาฟืน กลิ่นหอมเริ่มโชยจนน้ำย่อยของเราเริ่มทักทาย จากนั้นเอาส่วนผสมมาตำรวมกันจนแหลก ปรุงรสจนพอใจ  ได้น้ำพริกมูเซอ เมนูสุดยอดของวันนี้ กินกับผักสดอย่างแตงดอย หรือผักลวกก็เข้ากัน ได้ข้าวสวยร้อนๆ ด้วยแล้ว ผมยอมศิโรราบกับอาหารบ้านนี้เลยหละคุณ

886493

สำรับกับข้าวชาวมูเซอส่วนใหญ่เป็นผัก ไม่ว่าจะเป็นหน่อไม้ดอง หน่อไม้ผัด ผัดยอดฟักแม้ว ผักลวก ผัดผัก เพราะที่นี่มีผักให้ทานล้นเหลือ ชาวบ้านปลูกผักไว้กินในครัวเรือน เหลือก็นำไปขายที่ตลาดมูเซอ นะสอยังบอกอีกว่า คนที่นี่ผิวสวย สุขภาพดี ก็เพราะทานผักนี่แหละ

476521
622322
893623

กินอิ่มนอนหลับทำให้เรามีแรงเที่ยวยามเช้า ได้ยินว่าวันนี้เราจะได้ไปชมวิว เที่ยวไร่หมุนเวียน และเดินป่าชุมชน  จะพือ หรือ จักรพงษ์ มงคลคีรี อดีตผู้ใหญ่บ้าน ทำหน้าที่เป็นไกด์ท้องถิ่นให้เราวันนี้ เขาเล่าเรื่องราวอดีตของห้วยปลาหลดว่า ที่นี่เคยเป็นเขาหัวโล้น มีแต่ไร่ข้าวโพดเต็มไปหมด เมื่อปี 2517 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จเยี่ยมราษฎร อ. แม่สอด มีพระราชดำรัสให้ชาวบ้านดูแลป่า ดูแลน้ำ และส่งเสริมให้ประชาชนปลูกกาแฟ หลังจากที่ลองผิดลองถูกมาหลายสิบปี ชาวห้วยปลาหลดจึงสร้างป่าในพื้นที่ที่เคยแห้งแล้ง ให้กลับมาชุ่มชื้นและมีชีวิตได้แบบทุกวันนี้

จะพือพาพวกเราไปชมนาข้าวที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง ผืนนาขนาดย่อมปลูกข้าวไร่ไว้ให้พอกินในแต่ละครัวเรือน ชาวบ้านเรียกว่าไร่หมุนเวียน หรือครั้งหนึ่งเคยถูกเรียกว่าไร่เลื่อนลอย สมัยเด็กผมเคยเรียนว่าไร่เลื่อนลอยนั้นทำลายป่า แต่เพราะความรู้ชาวเมืองซึ่งไม่เข้าใจวิถีชีวิตคนกับป่า จึงทำให้เราตัดสินว่าไร่เลื่อนลอยนั้นเป็นจำเลยสังคม

ไร่หมุนเวียน เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของคนที่อาศัยอยู่ในป่าหรือภูเขาสูง โดยจะทำเกษตรกรรมในช่วงเวลาหนึ่ง จากนั้นก็ย้ายไปทำในพื้นที่ใหม่ ทิ้งช่วงให้พื้นที่เดิมเกิดการฟื้นฟูแล้วจึงกลับมาทำเกษตรกรรมในพื้นที่เดิมอีกครั้ง ชาวมูเซอมีความเชื่อด้านการเคารพผืนป่า เมื่อเราใช้ประโยชน์จากป่า เราก็ต้องตอบแทนป่าคืนด้วย นี่จึงทำให้ชาวห้วยปลาหลดเรียนรู้จะอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน

662305
859539
877258

ออกจากนาข้าว รถ 4WD พาเราลัดเลาะเข้าไปในป่าที่มีต้นไม้สูงใหญ่ สายหมอก และความชื้นจนสุดทางที่รถยนต์จะไปได้ จะพือเรียกพวกเราลงจากรถ และเดินนำไปตามทางเดินเล็กๆ ขึ้นสู่ยอดเขา เขาว่าจะพาเราไปชมวิว

เดินขึ้นเขามาไม่นาน พอให้มีเสียงหอบและหยาดเหงื่อเราก็ถึงยอดเขา และจุดชมวิว 360 องศาของบ้านห้วยปลาหลด แต่วันนี้ฟ้าไม่เป็นใจนักเพราะท้องฟ้าถูกปกคลุมไปด้วยเมฆและหมอก จนเราแทบลองไม่เห็นเบื้องล่าง แต่ความสวยงามก็มากมายไม่เบา เพราะสายหมอกที่ไหลผ่านตัวเราจนแทบจะใช้มือสัมผัสได้ ทำเอาหัวใจเราพองโต

309781
954187

หลังจากกลับมาดื่มน้ำ พักเหนื่อยกันจนมีแรงแล้ว พวกเราพากันเดินเข้าป่าหลังบ้าน เพื่อไปชมป่าชุมชน ผืนป่าที่เต็มไปด้วยของกิน ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ คนเมืองอย่างเราดูเผินๆ คงไม่รู้ว่าในป่านี้มีมังคุด ทุเรียน มีผักนานา ชนิด ปะปนอยู่กับผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ จะพือบอกว่า เพราะในป่ามีของกิน คนที่นี่จึงมีความสุข เพราะเวลาหิวก็เดินเข้าป่า ป่าเป็นเหมือนซุปเปอร์มาเก็ตของคนที่นี่ เมื่อป่าทำให้คนอยู่ดีกินดี คนที่นี่จึงรักและเคารพป่าเหมือนเป็นบรรพบุรุษคนหนึ่งในครอบครัว

159197
366242
452150

ระยะเวลา 3 วันสองคืนของพวกเราที่ บ้านห้วยปลาหลด แห่งนี้ อาจไม่มากไม่น้อย แต่ผมก็ได้เรียนรู้ความจริงที่ว่า ความสุขมีอยู่จริง ความสุขอาจไม่ต้องใช้เงินมากมายซื้อหา ความสุขที่ได้จากการเรียนรู้ เข้าใจ และเคารพธรรมชาติ ความสุขที่แสนยั่งยืนของคนห้วยปลาหลด ความสุขที่อยากหาเวลากลับไปเยือนอีกสักครั้ง…เมื่อเวลาอำนวย

แล้วคุณหละ เคยได้รับความสุข ความอิ่มเอิบหัวใจแบบนี้ไหม ถ้ายัง…ลองมาเยือนห้วยปลาหลดดูสักครั้ง คุณอาจพบความสุขที่เกิดจากความพอเพียงก็เป็นได้

Info

โฮมสเตย์บ้านห้วยปลาหลด

ที่ตั้ง บ้านห้วยปลาหลด ต.ด่านแม่ละเมา อ.แม่สอด จ.ตาก

โทร 083 487 3940

083 487 3940กรุณาโทรจองล่วงหน้า (อาจต้องโทรหลายครั้งเพราะในหมู่บ้านไม่ค่อยมีสัญญาณโทรศัพท์)

การเดินทางเข้าหมู่บ้านจำเป็นต้องใช้รถกระบะ หรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อ แนะนำให้ติดต่อเหมารถเข้าสู่หมู่บ้านจะเหมาะสมกว่า