ซาปา คนเดียวก็เที่ยวได้

ซาปา คนเดียวก็เที่ยวได้

คุณเคยเดินทางท่องเที่ยวเพียงคนเดียวสัก 5 วันไหม? มันเหงานะ...แต่ว่ามันทำให้เราได้รู้จักกับคำว่า “ประทับใจ กับการได้อยู่กับตัวเอง” อย่างมิรู้ลืมเลยทีเดียว

001

แม้ว่าทริปนี้จะมีการวางแผนการเดินทางล่วงหน้า โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่เมืองซาปา ประเทศเวียดนาม และได้ทำการจองการเดินทาง ที่พัก เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อถึงวันเดินทางจริงกลับต้องเดินทางเพียงคนเดียว เพราะผู้ร่วมเดินทางอีกท่านยกเลิกการเดินทางแบบกะทันหัน ความรู้สึกของผมเวลานั้นจำได้ว่า ไม่ต่างอะไรกับการถูกตัดเชือกลอยแพท่ามกลางกระแสน้ำไหล  ถึงจะมีประสบการเดินทางมาไม่น้อย แต่การเดินทางเพียงคนเดียว 5 วัน ในดินแดนไม่คุ้นเคยก็เป็นเรื่องเหงามากพอสมควร

002

สนามบินนอยไบ ประเทศเวียดนาม

สายการบินราคาประหยัดพาผมเดินทางมาถึงสนามบินนานาชาตินอยไบ เมืองฮานอย ในช่วงเวลาสายของวัน สิ่งแรกที่ผมเริ่มทำหลังจากรับกระเป๋าแล้วคือ การหาซื้อซิมการ์ดโทรศัพท์มาใช้ เพื่อจะได้ใช้สื่อสารและหาข้อมูลการเดินทางได้ โทรศัพท์มือถือในเวลานี้เปรียบเสมือนเพื่อนรัก ที่ผมสามารถปรึกษาได้ทุกเรื่อง ซิมการ์ดที่เวียดนามราคาไม่แพง ผมหาซื้อมาได้ในราคาเพียง 400 บาท สามารถใช้เครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้ 7 วัน เมื่อลองใช้ดูปรากฏว่าความเร็วอินเตอร์เน็ตนั้นรวดเร็วมาก แถมครอบคลุมพื้นที่ที่ผมเดินทาง เป็นอะไรประทับใจมากจริงๆ ครับ

003

รถนอนปรับอากาศไปซาปา

ที่บูธขายซิมการ์ดโทรศัพท์ ผมได้คุยกับสาวเวียดนามหน้าตาน่ารักมากคนหนึ่ง เธอชื่อ Sophie เธอแต่งชุดอ๋าวหญ่ายซึ่งเป็นชุดประจำชาติของเธอสีเขียวขาวดูสดใสน่ารัก เธอบอกว่าจากสนามบินนี้มีรถบัสนอนปรับอากาศเดินทางตรงไปยังซาปาได้ในเวลาเพียง 5 ชั่วโมง ด้วยราคาค่าโดยสาร 500 บาทไทย ...”ก็สะดวกสิครับ” ไม่ต้องเดินทางเข้าไปในเมืองฮานอยเพื่อต่อรถไฟตู้นอนไปยังจังหวัดลาวไคแล้วต่อรถบัสไปยังซาปาเหมือนเมื่อก่อน ผมรีบซื้อตั๋วกับเธอแล้วไปรอขึ้นรถตามที่แนะนำโดยมีเธอเดินมาส่งด้วยความเป็นห่วง เกรงว่าผมจะขึ้นรถผิดหลงไปทางอื่น นี่คือความประทับใจแรกเมื่อเดินทางมาถึงประเทศเวียดนาม

004

บนรถนอนปรับอากาศบรรทุกผู้โดยสารได้ประมาณ 24 ที่ ที่นั่งโดยสารไม่มีครับมีแต่ที่นอน (สมกับเป็นรถนอนจริงๆ)  คือขึ้นมาแล้วต้องเอนหลังนอนเลยครับ แอร์เย็นสบาย ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ผมนอนชมทิวทัศน์สองข้างทางไปเรื่อย เห็นความเปลี่ยนแปลงของเมืองฮานอยค่อนข้างมาก

การเดินทางคนเดียวมีข้อดีอยู่เหมือนกันครับ ตัดสินใจในหลายเรื่องได้อย่างรวดเร็ว ถึงแม้จะเหงาสักหน่อยแต่ก็ได้อยู่กับตัวเอง ทบทวนเรื่องราวผิดถูกที่ผ่านมา ได้วางแผนสำหรับอนาคต ได้ปิดมือถืออ่านหนังสือ สังเกตผู้คนรอบข้าง คุยกับเพื่อนใหม่ เรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่าง ขจัดความกลัวทั้งปวง กลายเป็นคนที่กล้าขึ้นมั่นใจกับการตัดสินใจของตัวเอง สรุปแล้วรู้สึกดีครับ

005

ถึงเมืองซาปา

ครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งที่ 6 แล้วที่เดินทางมาซาปา แต่เป็นครั้งแรกกับการเดินทางมาโดยรถนอนปรับอากาศ  รู้สึกสะดวกสบายประหยัดเวลาได้มาก เมืองซาปาในวันนี้ได้มีการก่อสร้างเพิ่มมากขึ้น ส่วนใหญ่เป็นการสร้างโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร เพื่อรองรับการเดินทางมาเยือนจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก อากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปีเป็นตัวชูโรง ภาพนาขั้นบันไดทั่วทั้งภูเขายังคงเป็นภาพแปลกตา ถึงแม้ช่วงนี้ฝนจะตกทุกวันก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการเดินทางมาเยือน

006

ผมเข้าที่พักที่ Bamboo Hotel ด้วยความคุ้นเคย ในอดีตโรงแรมแห่งนี้เคยเป็นที่พักที่ได้รับความนิยม แต่ทว่าปัจจุบันได้ถูกโรงแรมน้องใหม่เติบโตขึ้นแซงหน้าไปหลายแห่ง ผมเลือกห้องพักแบบ Mountain View เพื่อจะได้เห็นทะเลหมอกปกคลุมภูเขาขั้นบันได เป็นความรู้สึกชวนฝันถึงวันอดีตที่ได้เคยเดินเท้าเดินป่าขึ้นไปยังยอดเขาฟานสิปัน ยอดเขาที่สูงที่สุดในกลุ่มประเทศอินโดจีน ซึ่งปัจจุบันไม่ต้องลำบากตรากตรำเหมือนก่อนแล้ว เพราะมีกระเช้าลอยฟ้าพาไปเกือบถึงยอดเขาภายในเวลาอันรวดเร็ว

007

นี่คือความเปลี่ยนแปลงของเมืองซาปาที่ผมเห็นได้ชัด โดยไม่ขัดต่อสิ่งแวดล้อมเท่าไรนัก จัดได้ว่าเมืองซาปายังคงมีเสน่ห์น่าเดินทางมาพักผ่อนหย่อนใจในช่วงวันหยุดครับ

008
009
010
011

ระยะเวลาสามวันในดินแดนหนาวเย็นแห่งนี้ ผมใช้เวลาไปกับการเดินชมวิถีชีวิตชาวเวียดนาม และช๊อปปิ้งกับสินค้าจำพวกอุปกรณ์ท่องเที่ยว เช่น เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เล็กๆ น้อยๆ ครับ พอจะหิ้วไปฝากมิตรสหายได้บ้าง ได้คุยกับพ่อค้าแม่ค้าหยอกเย้าต่อราคากันสนุกไปอีกแบบ หลายร้านรับเงินบาทไทยทำให้ง่ายต่อการจับจ่าย เพลินสิครับ..

013

ค่ำคืนริมทะเลสาบโฮหวานเกี๋ยม เมืองฮานอย

วันคืนสุดท้ายผมเดินทางจากซาปาไปยังฮานอยด้วยรถนอนเหมือนเดิม แต่คราวนี้ไปลงที่ตัวเมืองฮานอยโดยตั้งใจว่าจะไปช๊อปปิ้งต่อที่ถนน 36 สาย ริมทะเลสาบ พอซื้อตั๋วรถทำให้ทราบว่าราคาตั๋วรถนอนมีราคาเพียง 300 บาท นึกถึงน้อง Sophie ผู้น่ารักขึ้นมาทันที (แหม..บวกกำไรเราไปเสีย 200 บาท) ไม่เป็นไรครับ คิดเสียว่าให้ค่าบริการที่เธอเดินมาส่งขึ้นรถ ขำๆ ไป

014

เมืองฮานอยในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์อย่างนี้ ผมเดินได้รอบทะเลสาบเลยละครับ เขาปิดถนนให้นักท่องเที่ยวได้เดินเล่นชมทะเลสาบ มีการแสดงเป็นกลุ่มๆ อยู่รายรอบ ผมไปหยุดอยู่ที่การแสดงดนตรีแจ๊สของนักดนตรีผู้สูงอายุ ฟังแล้วเพลินดีเข้ากับบรรยากาศเมืองเก่า แม้จะทำให้ความรู้สึกตัวเองเหงาขึ้นสักหน่อย แต่มันก็ชิลล์เหลือเกินเมื่อได้จิบเครื่องดื่มชื่อเมืองนี้ไปด้วย

015
016

อยากให้คุณผู้อ่านลองกันดูบ้างนะครับ กับการเดินทางเพียงคนเดียว แล้วคุณจะรู้ว่า ความสนุกนั้นอยู่ที่ใจของคุณเอง...คุณกล้าลองหรือเปล่าล่ะ?