ขึ้นเครื่องบินครั้งแรกไปต่างประเทศ อย่างไร ให้ผ่านฉลุย?!

ขึ้นเครื่องบินครั้งแรกไปต่างประเทศ อย่างไร ให้ผ่านฉลุย?!
Mushroom Travel

สนับสนุนเนื้อหา

สำหรับใครที่จะเดินทางไปต่างประเทศโดยเครื่องบินครั้งแรก หลายคนอาจจะรู้สึกตื่นเต้น งงๆ ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรบ้าง? วันนี้ มัชรูมทราเวล จะมาแนะนำ ขั้นตอนการเดินทางไปต่างประเทศอย่างละเอียดตั้งแต่ก้าวเข้าสนามบินเลยค่ะ บอกเลยว่าไม่มีอะไรยุ่งยาก หมดทุกข้อกังวล ทำความเข้าใจทุกขั้นตอนแล้วรับรองว่า ขึ้นเครื่องบินครั้งแรกไปต่างประเทศ ต้องผ่านฉลุย!

1-14-768x512

ก่อนอื่นมาพูดถึงการแต่งตัว ชุดขึ้นเครื่องบิน กันก่อน แนะนำว่าควรสวมใส่เสื้อผ้าที่ใส่สบาย ง่ายต้องการเปลี่ยนอิริยาบถต่างๆ เพราะการเดินทางที่ต้องใช้เวลาอยู่บนเครื่องบินหลายชั่วโมง จะได้ไม่ทำให้รู้สึกอึดอัด ในขณะเดียวกันก็ควรเลือกชุดที่ดูเรียบร้อย พร้อมเที่ยวด้วยนะคะ

นอกจากนี้ สำหรับใครที่จะ ขึ้นเครื่องบินครั้งแรกไปต่างประเทศ การเผื่อเวลาเป็นสิ่งสำคัญ ควรจะเดินทางไปถึงสนามบินอย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนเครื่องบินออกเดินทาง โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องมาโหลดกระเป๋า (แต่ถ้าไม่ต้องโหลดกระเป๋า และทำการเช็คอินออนไลน์มาแล้ว อาจจะลดเหลือเหลือเพียง 1.5 – 2 ชั่วโมงก็ได้ค่ะ)

การเดินทางไปต่างประเทศโดยเครื่องบินนั้น มี 3 ขั้นตอนหลักๆ คือ การเดินทางเข้าสู่ภายในสนามบินเพื่อขึ้นเครื่อง, ในระหว่างอยู่บนเครื่อง และเดินทางถึงปลายทาง

1.เดินทางเข้าสู่ภายในสนามบินเพื่อขึ้นเครื่อง

2-12-768x512

– การ ขึ้นเครื่องบินครั้งแรกไปต่างประเทศ เมื่อถึงสนามบิน ให้เราไปที่ ชั้นผู้โดยสารขาออก (Departure)จากนั้นมองหาบอร์ดแสดงเวลาเที่ยวบินเพื่อดูว่าเราต้องไป Check in ที่เคาน์เตอร์ไหน (กรณีเดินทางไปถึงสนามบินมากกว่า 3 ชั่วโมงขึ้นไป ไฟล์ทบินของเราอาจจะยังไม่ขึ้นบนบอร์ด ต้องรอสักพัก โดยสามารถเช็คได้จากเวลาของไฟล์ทล่าสุดที่ขึ้นบนบอร์ดค่ะ)

บอร์ดนี้จะแสดงไฟล์ทบินทั้งหมด ทั้งชื่อสายการบิน, เลขไฟล์ทบิน เช่น TG 658, เวลาที่ออกเดินทาง โดยจะเรียงตามลำดับเวลาไว้ เมื่อหาเที่ยวบินของเราเจอแล้ว ให้ดูว่าต้องไปเช็คอินที่แถวอะไร เช่น แถว N ก็ให้เดินไปที่เคาน์เตอร์ได้เลย

3-9-768x512

– เมื่อไปถึงที่หน้าเคาน์เตอร์เช็คอินก็ยื่นพาสฟอร์ตและเอกสารการจองตั๋วเครื่องบินกับเจ้าหน้าที่ โดยเจ้าหน้าที่จะทำการเช็คอินและเลือกที่นั่งให้ ซึ่งเราสามารถขอเลือกที่นั่งได้ ตัวอย่างเช่น ขอที่นั่งริมหน้าต่าง หรือริมทางเดิน เป็นต้น

การเลือกที่นั่งบนเครื่องบิน ถ้าไปคนเดียว แนะนำให้นั่งตรงริมทางเดิน เพื่อจะได้เข้า-ออกสะดวก ในกรณีที่ต้องลุกไปเข้าห้องน้ำ หรือถ้าใครอยากชมวิวก็เลือกที่นั่งริมหน้าต่าง ที่จะให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวขึ้นหน่อย รวมถึงยังได้มองท้องฟ้าและบ้านเมืองด้านล่างด้วย ซึ่งการขอเลือกที่นั่งกับเจ้าหน้าที่นั้น แนะนำให้รีบไปเช็คอินตั้งแต่เคาน์เตอร์เปิดเลยจะดีที่สุด เพราะถ้าไปช้า ที่นั่งที่เราต้องการอาจจะเต็มไปแล้วก็ได้ค่ะ

– จากนั้นเจ้าหน้าที่จะสอบถามว่ามีกระเป๋าเดินทางที่ต้องการโหลดใต้ท้องเครื่องหรือไม่ ถ้ามีก็ให้นำกระเป๋าเดินทางวางบนที่ชั่งน้ำหนักตรงเคาน์เตอร์

สำหรับกระเป๋าเดินทางที่โหลดใต้ท้องเครื่องจะต้องไม่มีสิ่งของต้องห้าม ส่วนพาวเวอร์แบงก์ หรือแบตเตอรี่กล้องต่างๆ ต้องถือติดตัวขึ้นเครื่อง ห้ามใส่ในกระเป๋าเดินทางที่จะโหลด และกระเป๋าเดินทางต้องมีน้ำหนักไม่เกินที่แต่ละสายการบินกำหนด ซึ่งถ้ากระเป๋าของเราหนักเกินก็จะต้องเสียค่าน้ำหนักกระเป๋าเพิ่มอีกเยอะเลยค่ะ ทางที่ดีอย่าลืมลองชั่งน้ำหนักกระเป๋ากันก่อนด้วยนะคะ

4-13-768x494

ส่วนกระเป๋าถือติดตัวขึ้นเครื่องจะต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม และของเหลวที่สามารถพกติดตัวขึ้นเครื่องได้จะต้องมีขนาดบรรจุภัณฑ์ไม่เกิน 100 มิลลิลิตร โดยต้องใส่ไว้ในถุงพลาสติกใสซิปล็อค ถ้าของเหลวที่บรรจุภัณฑ์เกินกว่า 100 มิลลิลิตร และต้องการนำไปด้วย ให้ใส่กระเป๋าเดินทางโหลดใต้ท้องเครื่องได้เลย ที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็น มีด กรรไกร หรือ กรรไกรตัดเล็บ ตะไบ ไม่อนุญาตให้นำขึ้นเครื่องจ้า

5-13-768x512

– เมื่อเสร็จขั้นตอนทุกอย่างแล้ว เราจะได้รับ บอร์ดดิ้งพาส (Boarding pass) หรือ บัตรที่ใช้ขึ้นเครื่อง ที่จะมีชื่อ เลขที่นั่ง จุดหมายปลายทาง รวมถึง เลขประตูทางออกขึ้นเครื่อง (Gate) และเวลาขึ้นเครื่อง (Boarding time) ซึ่งเราควรจะเดินไปให้ถึงประตูทางออกขึ้นเครื่องก่อนเวลาบนบอร์ดดิ้งพาส เพื่อเตรียมพร้อมค่ะ

– จากนั้นให้เดินเข้าไปในโซนสำหรับผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ เพื่อทำการตรวจกระเป๋าและสิ่งของติดตัว จุดนี้ไม่ต้องกังวลค่ะ จะมีเจ้าหน้าที่สนามบินคอยดูแลอยู่ทุกขั้นตอน

– หลังจากผ่านจุดตรวจกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว เดินต่อไปที่ ด่านตรวจหนังสือเดินทางขาออก มาถึงตรงนี้จะมีช่องแยกสำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติ ถ้าเป็นคนไทยอย่างเราสามารถเดินเข้า ช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (Auto Gate) ได้เลย หรือจะเข้าแถวตรวจกับเจ้าหน้าที่ก็ได้ แต่แนะนำว่าเข้าช่องตรวจอัตโนมัติจะสะดวกและรวดเร็วมากๆ มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอยู่เช่นกัน ซึ่งขั้นตอนการผ่านช่องตรวจอัตโนมัติก็ไม่ยาก ดูได้จากหน้าจอของเครื่อง หรือตามขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้ค่ะ

เปิดพาสปอร์ตหน้าข้อมูลที่มีรูปของเรา คว่ำแล้วสอดเข้าเครื่องตรวจ

สแกนบาร์โค้ดที่อยู่บนบอร์ดดิ้งพาส ถ้าสแกนไม่ติดให้พิมพ์เลขไฟล์ทบิน เช่น TG 658 หลังจากนั้นประตูชั้นที่ 1 จะเปิดออก ให้เราเดินเข้าไปยืนในจุดที่กำหนด

มองกล้องที่อยู่บนหน้าจอ และสแกนนิ้วโดยวางนิ้วชี้ข้างซ้ายหรือขวาลงบนช่องสแกน

เสร็จแล้วประตูชั้นที่ 2 จะเปิดออก แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อยค่ะ

airport-3511342_960_720-768x5

– หลังจากตรวจหนังสือเดินทางเรียบร้อย เราก็เดินไปที่ประตูทางออกขึ้นเครื่องที่แจ้งบนบอร์ดดิ้งพาสได้เลยค่ะ หรือถ้าเวลาเหลือเยอะ ก็สามารถเดินเลือกซื้อของปลอดภาษีระหว่างรอขึ้นเครื่องได้ ถ้าใครซื้อสินค้าในดิวตี้ฟรี แนะนำว่าให้ฝากของไว้ที่นี่ก่อน เมื่อเดินทางกลับค่อยมารับของ วิธีนี้จะสะดวกกว่า ไม่ต้องหิ้วไปมา แต่ขากลับต้องอย่าลืมมารับของด้วยนะคะ ที่สำคัญอย่าช้อปปิ้งเพลินจนลืมเวลา อาจตกเครื่องได้

– เมื่อใกล้ถึงเวลาขึ้นเครื่องก็เดินมารอที่เกท จะมีที่นั่งจัดเตรียมไว้ให้มากมาย และเมื่อถึงเวลาขึ้นเครื่องจะมีเจ้าหน้าที่สแกนและฉีกบอร์ดดิ้งพาสที่หน้าทางออก ให้เราเก็บส่วนหางบัตรไว้ และเดินขึ้นเครื่องได้เลย

2.ขั้นตอนบนเครื่องบิน

9-8-768x517

– ขึ้นเครื่องบินครั้งแรกไปต่างประเทศ มาถึงบนเครื่องบินแล้วค่ะ หลังจากที่ได้หางบัตรและเดินเข้าเครื่องบินเรียบร้อยให้หาที่นั่งของตัวเอง ถ้าหาไม่เจอก็ให้แอร์โฮสเตสช่วยดูได้เลย

– ถ้ามีกระเป๋าเดินทางใบเล็กหรือของช้อปปิ้งต่างๆ มาด้วย ก็ใส่ไว้ในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะให้เรียบร้อย จากนั้นนั่งลงตรงที่นั่งของตัวเอง แล้วรัดเข็มขัดนิรภัย ที่เหลือก็ Enjoy กับการบริการ พนักงานจะอธิบายการใช้อุปกรณ์ต่างๆ บนเครื่อง และเมื่อเครื่องบินขึ้นในระดับความสูงที่พอดีแล้ว สักพักก็จะถึงเวลาเสิร์ฟอาหาร-เครื่องดื่ม

หากไม่แน่ใจว่าจะเมาอากาศหรือไม่ ควรเตรียมยาแก้เมารถ/เรือไปด้วย อาจพกหมากฝรั่งหรือลูกอมไว้เคี้ยวกันหูอื้อ ซึ่งอาจช่วยให้ไม่เมาได้ (การเดินทางโดยเครื่องบินที่ต้องนั่งเครื่องนานๆ อาจจะเมาอากาศได้ ยิ่งถ้าใคร ขึ้นเครื่องบินครั้งแรกไปต่างประเทศ เมื่อลงมาเหยียบพื้นแล้วก็อาจยังรู้สึกลอยๆ หรือโคลงเคลงเหมือนยังอยู่บนเครื่องบิน ไม่ต้องตกใจค่ะ พักผ่อนข้ามคืนก็หาย)

ในระหว่าง นั่งบนเครื่องบินนาน ๆ อาจจะพกเครื่องเล่นเพลง หรือดูหนัง เอาไว้แก้เบื่อ รวมถึงแนะนำให้พกของใช้จำเป็น เช่น ยาส่วนตัว เอาไว้ด้วยค่ะ

– เมื่อเครื่องลงจอดที่ปลายทางเรียบร้อย ก็ยังไม่ต้องรีบร้อนนะคะ ตรวจเช็คสัมภาระให้เรียบร้อย ก่อนลงจากเครื่องค่ะ

3.เมื่อเดินทางไปถึงปลายทาง

8-10-768x576

– เมื่อเดินทางถึงที่หมายและลงจากเครื่องเรียบร้อย ให้เดินไปตามป้ายที่เขียนว่า Arrival หรือ Immigrationซึ่งเราจะต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองก่อนไปรับกระเป๋า

– ก่อนเข้าด่านตรวจคนเข้าเมือง ให้กรอกใบผ่านเข้าเมืองที่เรียกว่า Arrival Card หรือ Immigration Cardโดยจะได้รับจากพนักงานบนเครื่อง หรือบางทีจะได้จากสายการบินตั้งแต่ check-in ที่สนามบิน หรือถ้าถึงปลายทางแล้วยังไม่ได้รับใบ ที่หน้าด่านตรวจคนเข้าเมืองจะมีแจกอีกรอบนึงค่ะ

– เมื่อไปถึงหน้าเคาน์เตอร์ของด่านตรวจคนเข้าเมือง ก็ยื่นใบผ่านเข้าเมืองพร้อมกับพาสปอร์ตให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่อาจจะมีสอบถามข้อมูลบ้าง เช่น มากี่วัน หรือ มากับใคร จากนั้นก็จะ Stamp ให้ผ่านเข้าเมือง

9-768x512

– เสร็จจากจุดนี้ก็เดินต่อไป รับกระเป๋าเดินทางที่สายพาน โดยเช็คจากบอร์ดว่า ไฟล์ทบินของเรานั้นกระเป๋าจะออกที่สายพานหมายเลขไหน

– เมื่อได้รับกระเป๋าครบเรียบร้อยก็ออกไปด้านนอกโดยผ่าน ช่อง Custom หรือ ศุลกากร ตรงนี้บางประเทศเข้มงวดเรื่องการนำสินค้าหรือของเข้าประเทศ จึงควรศึกษาไปก่อนว่า ประเทศนี้ห้ามนำอะไรเข้าบ้าง หากมีจะต้องสำแดง (Declare) ให้กับเจ้าหน้าที่ ส่วนใหญ่มีให้อ่านในใบ Custom ที่แจกบนเครื่อง ให้กรอกเอกสารเรียบร้อย ถ้าไม่มีสัมภาระหรือสินค้าต้องห้าม ก็สามารถเดินออกช่องสีเขียวได้เลยค่ะ

และนี้ก็คือขั้นตอนการเดินทางไปต่างประเทศโดยเครื่องบินทั้งหมด ตั้งแต่ก้าวเข้าสนามบินในประเทศจนถึงจุดหมายปลายทาง เห็นมั้ยคะว่า ขึ้นเครื่องบินครั้งแรกไปต่างประเทศ ไม่มีอะไรยุ่งยากเลย แต่ละขั้นตอนจะมีเจ้าหน้าที่และป้ายบอกทางอยู่ทุกจุด ไม่ต้องกังวลเลยค่ะว่าจะหลงหรือทำตัวไม่ถูก ยังไงก่อนการเดินทางก็ต้องศึกษารายละเอียดเอาไว้ด้วยนะคะ

ติดตามSanook! Travel

เรื่องเที่ยวแบบรู้ใจคนไทยด้วยกัน ท่องเที่ยวทั่วไทย และทั่วโลก รีวิวร้านอาหาร ที่พัก อ่านได้ที่นี่ที่เดียว