ไป “นครนายก” วันเดียว เหมือนได้เที่ยว 6 ประเทศ!

ไป “นครนายก” วันเดียว เหมือนได้เที่ยว 6 ประเทศ!
ททท. Amazing ไทยเท่

สนับสนุนเนื้อหา

ไม่น่าเชื่อว่าขับรถออกจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าจังหวัดนครนายก ใช้เวลาแค่ไม่ถึงชั่วโมง แต่กลับทำให้เราสามารถถ่ายรูปมาอวดเพื่อนได้ราวกับไปทัวร์ 6 ประเทศในวันเดียว เพราะสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองรองที่คุณต้องหลงรักแห่งนี้ มีมุมน่าเที่ยวที่หลากหลายไม่ซ้ำกัน มาดูกันว่า นครนายกทำให้คุณวาร์ปไปเยือนที่ไหนในโลกได้บ้าง

ประเดิมกันด้วยไฮไลท์แรกที่ใครขับรถไปนครนายกทางคลองรังสิตก็ต้องแวะแชะรูปกับ ซุ้มต้นไผ่นครนายก กันทั้งนั้น เพราะด้วยทำเลที่อยู่ด้านหน้าวัดจุฬาภรณ์วนารามจึงง่ายแก่การเดินทางไปเยือน แน่นอนว่าบรรยากาศร่มรื่นออกจะเซนๆ แบบนี้ ชวนให้เรานึกถึงป่าไผ่อาราชิยาม่าที่ประเทศญี่ปุ่นขึ้นมาทันที

อุโมงค์ไผ่แห่งนี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยกอไผ่ทั้งสองฝั่งเอียงเข้าหากันระหว่างทางเดินที่ทอดยาวประมาณ 800 เมตร จนกลายเป็นอุโมงค์ไผ่เขียวขจีที่สวยงาม ยิ่งในช่วงที่มีแสงอ่อนๆ ของดวงอาทิตย์ส่องลอดผ่านต้นไผ่ลงมายิ่งสวยชวนตะลึง จนต้องรีบงัดกล้องมาเก็บภาพไว้ให้ทัน อิ่มอกอิ่มใจแล้วก็เข้าวัดไหว้พระเพื่อเป็นสิริมงคลก่อนออกเดินทางกันต่อ

การเดินทาง: ขับรถไปตามถนนสุวรรณศร มุ่งหน้า จ.สระบุรี สังเกตซ้ายมือจะมีป้ายชื่อวัด เลี้ยวเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร วัดจุฬาภรณ์วนารามจะอยู่ทางขวามือ

บรรดานักปั่นหรือนักวิ่งอาจคุ้นเคยกับบรรยากาศของ เขื่อนขุนด่านปราการชล ในฐานะสถานที่ท่องเที่ยวบรรยากาศดี มีชัยภูมิที่เหมาะกับการออกกำลังกาย ด้วยความที่มีทั้งน้ำและป่าโอบล้อมทำให้อากาศดีตลอดปี แต่ถ้าคุณเอาแต่ใช้ชีวิตอยู่ตามสันเขื่อนก็เหมือนทำความรู้จักเขื่อนขุนด่านฯ ได้ไม่สุด เราขอชวนคุณล่องเรือลัดเลาะไปในเขื่อน เพื่อสัมผัสมุมมองใหม่ที่ ว้าว! กว่าเดิมแน่นอน

เริ่มต้นออกเดินทางด้วยการติดต่อซื้อทัวร์วันเดย์ทริปเที่ยว 3 น้ำตกภายในเขื่อน ค่าบริการอยู่ที่ลำละ 1,500 – 2,000 บาท โดยสารไปด้วยกันได้ 10 คน หารแล้วตกคนละไม่ถึง 200 บาท หรือถ้ามากันน้อยคนก็แจมนั่งเรือไปกับผู้ร่วมทริปคนอื่นได้ ผูกมิตรกับเพื่อนใหม่สนุกไปอีกแบบ พร้อมแล้วก็สวมเสื้อชูชีพให้พร้อม แล้วออกเดินทางล่องเรือลัดเลาะไปตามสองข้างลำน้ำที่อุดมด้วยผืนป่าเขียวขจี ยิ่งลึกเข้าไปในป่ายิ่งได้ฟีลเหมือนกำลังท่องป่าอเมซอนไม่มีผิด!

แต่ละจุดที่เรือจอดแวะให้เราใกล้ชิดธรรมชาติก็ยิ่งได้อารมณ์ผจญภัยในป่าลึกสุดๆ ทั้งน้ำตกผางามงอน ที่ต้องปีนป่ายขึ้นไปพอให้ตัวเปียกเบาๆ ต่อด้วยน้ำตกคลองคราม และน้ำตกช่องลม ที่ถ้าไปตอนฤดูฝนก็จะยิ่งชุ่มฉ่ำ ไปตอนหน้าแล้งก็จะมีลานดินโผล่ขึ้นมาอวดโฉม ท่ามกลางแอ่งหินขนาดมหึมา สวยแปลกตาไปอีกแบบ

การเดินทาง: ใช้ถนนสายรังสิต-นครนายก (ทางหลวงหมายเลข ๓๐๕) หรืออาจใช้ถนนเส้นเก่าคือ ถนนสุวรรณศร (ทางหลวงหมายเลข ๓๓) ซึ่งจะอ้อมกว่า จนถึงตัวเมืองนครนายกให้ใช้เส้นทางเดียวกับไปน้ำตกนางรอง (ทางหลวงหมายเลข ๓๐๔๙) ผ่านอุทยานวังตะไคร้ และเลี้ยวขวาเข้าถนนสู่ตัวเขื่อน

ถ้ายังฟินไม่สุด ขอให้ไปหยุดที่พื้นที่สีเขียวอีกสักแห่ง โดยเฉพาะที่ ภูกะเหรี่ยง แหล่งเรียนรู้ที่ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาเป็นแนวทางการดำเนินชีวิตที่เรียบง่ายบนพื้นที่กว่า 50 ไร่ ที่แวดล้อมด้วยบรรยากาศร่มรื่น มีทั้งสวนผลไม้   บ่อขุดสำหรับเลี้ยงปลา บ่อน้ำกินน้ำใช้ กังหันวิดน้ำ และนาข้าว โดยมีแลนด์มาร์คเด่นห้ามพลาดคือ สะพานไม้ไผ่พราวภูฟ้า ที่ทอดยาวไปกลางทุ่งนาอันเขียวขจี ฟีลลิ่งเหมือนไปบาหลีโดยที่ไม่ต้องตีตั๋วเครื่องบิน

นอกจากนี้ ยังมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านรัตนจัน สถานที่เก็บสะสมข้าวของเครื่องใช้ในอดีตของบรรพบุรุษประจำถิ่น ทั้งเครื่องมือทำเกษตรกร เครื่องมือช่างไม้ และเครื่องมือแพทย์แผนโบราณ นอกจากนี้ ยังเป็นสถานที่วางจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรและหัตถกรรมที่ผลิตโดยบ้านภูกระเหรี่ยงและสมาชิกของกลุ่มผู้ผลิตหลายรายในจังหวัดนครนายก รวมถึงเป็นร้านอาหารและร้านกาแฟอีกด้วย     

การเดินทาง: ใช้เส้นทางเดียวกับไปวัดห

ติดตามSanook! Travel

เรื่องเที่ยวแบบรู้ใจคนไทยด้วยกัน ท่องเที่ยวทั่วไทย และทั่วโลก รีวิวร้านอาหาร ที่พัก อ่านได้ที่นี่ที่เดียว