ฝันเป็นจริงที่ “สตูล” เที่ยวพื้นที่สีเขียว ดูความสมบูรณ์ของโลกใต้ทะเลในอุทยานธรณีโลก

ฝันเป็นจริงที่ “สตูล” เที่ยวพื้นที่สีเขียว ดูความสมบูรณ์ของโลกใต้ทะเลในอุทยานธรณีโลก
ททท. Amazing ไทยเท่

สนับสนุนเนื้อหา

ไปเที่ยวสตูลกัน! คำชักชวนจากเพื่อนเมื่อต้นปี หลังจากที่สตูลถูกเลือกจาก UNESCO ให้เป็นอุทยานธรณีโลกแห่งแรกของประเทศไทย และลำดับที่ 5 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นจริงขึ้นมาในที่สุด หลังจากที่ทุกคนเคลียร์งานได้และว่างตรงกัน ครั้งนี้เราเลือกเดินทางด้วยเครื่องบินตรงไปลงที่หาดใหญ่ แล้วเช่ารถขับเที่ยวกันต่อ

“อุทยานธรณีโลกคืออะไร” ใครบางคนถามขึ้นมา จนทำให้กลายเป็นข้อสงสัยถกกันอยู่พักใหญ่ จนท้ายที่สุดก็ได้คำตอบจากกูเกิ้ลที่ไม่เคยทำให้ผิดหวังขยายความว่า “อุทยานธรณีโลกเป็นพื้นที่ที่รวมแหล่งและสภาพภูมิประเทศที่มีความสำคัญทางธรณีวิทยาในระดับนานาชาติ โดยพื้นที่เหล่านั้นต้องได้รับการบริหารจัดการแบบองค์รวม ประกอบด้วยการอนุรักษ์ การให้การศึกษา และการพัฒนาอย่างยั่งยืน”

โอ้โห! สตูลมีดีขนาดนี้เลยหรอเนี่ย งั้นมาทั้งทีต้องเอาให้คุ้ม ฟอกปอดกันให้สะอาด จัดให้ครบทุกจุดที่ขึ้นชื่อว่าอุดมสมบูรณ์และทำให้ที่นี่ได้รับการขนานว่าเป็นจังหวัดที่ร่ำรวยเรื่องทรัพยากรทางธรรมชาติ

เพื่อนที่เป็นตัวตั้งตัวตีบอกไว้ตั้งแต่แรกว่ามาสตูลต้องพกความฟิตมาด้วย เพราะที่เที่ยวของที่นี่ไม่ธรรมดา ไม่ปีนก็ต้องพาย ไม่พายก็ต้องว่าย และไม่ว่ายก็ต้องเดิน ทำให้พวกเราถือว่าได้กำไรชีวิตตั้งแต่ก่อนมา เพราะต้องออกกำลังเตรียมร่างให้พร้อม ซึ่งก็จริงอย่างที่บอกเพราะแค่ที่แรก “ถ้ำภูผาเพชร” ก็ทำเอาหลายคนในกลุ่มหอบเล็กๆ  ถ้ำแห่งนี้ใหญ่ติดอันดับ 4 ของโลก มีเนื้อที่ในถ้ำมากถึง 50 ไร่ ด้านบนเพดานเป็นหินงอกหินย้อยส่องแสงระยิบระยับ ตลอดทางเดินจะเป็นทางชันสลับกับขั้นบันไดให้เราได้เข้าไปตามห้องต่างๆ ภายในถ้ำที่มีลักษณะแตกต่างกัน เช่น ห้องพญานาคที่มีหินงอกต่อตัวกันคล้ายพญานาค หรือห้องแสงมรกตที่ด้านบนเพดานจะมีแสงส่องลงมากระทบกับหินสีเขียวตรงกลางกลายเป็นลานแสงมรกต

ที่ตั้ง: บ้านป่าพน ตำบลปาล์มพัฒนา อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล

ความแอดเวนเจอร์ยังไม่หยุดอยู่แค่เท่านี้ บอกแล้วว่าสตูลมีดีมากกว่าที่คิด จุดหมายต่อไปของเราคือไป “ถ้ำเจ็ดคต” เพื่อล่องแก่งวังสายหมอก ทะลุผ่านถ้ำเจ็ดคตที่มีลักษณะคดเคี้ยว และทะลุผ่านภูเขาเพื่อชมธรรมชาติและหินย้อยที่มีหาดทรายขาวระยิบระยับอยู่ตามจุดต่างๆ

ที่ตั้ง: หมู่ 5 ตำบลปาล์มพัฒนา จากตัวเมืองสตูลแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 4137 ถึงสามแยกไปอำเภอมะนัง เลี้ยวไปตามป้ายบอกทางถ้ำเจ็ดคต

เช้าตรู่ของอีกวัน เรามุ่งหน้าไปที่ “ถ้ำเล สเตโกดอน”  พายเรือแคนูดูฟอสซิลในถ้ำเลที่ยาวที่สุดของเมืองไทย สองข้างทางระหว่างถ้ำ เราได้เห็นฟอสซิลมากมาย ทั้งที่เป็นซากพืชและซากสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่มีอายุเฉลี่ยถึง 500 ล้านปี ส่วนคนที่พายแคนูไม่เป็น ไม่ต้องกังวล เจ้าหน้าที่ของที่นี่พร้อมให้บริการ แถมด้วยเรื่องเล่าสนุกระหว่างทางอีกเพียบ

ที่ตั้ง: หมู่ที่ 7 หมู่บ้านคีรีวง ตำบลทุ่งหว้า

บอกแล้วว่าถ้าคิดจะมาที่นี่ ร่างกายต้องพร้อมแบบขนานแท้ เพราะตอนบ่ายเพื่อนปักหมุดพาพวกเราไปเล่นน้ำที่ “ปราสาทหินพันยอด”  ที่นี่ต้องนั่งเรือหายยางหรือไม่ก็พายคายัคเข้าไปเท่านั้นถึงจะสามารถลอดช่องหินเข้าไปดูความสวยงามของแท่งหินที่เกิดขึ้นจากกัดเซาะของฝนได้

มาถึงสตูล พลาดได้อย่างไรกับ “เกาะหลีเป๊ะ” สถานที่ที่ถูกขนานนามว่าเป็นสวรรค์ในอันดามันกับทะเลสีเขียวมรกต หาดทรายขาวละเอียด ปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลที่ยังอุดสมบูรณ์  บอกเลยว่าวันนี้เราดำน้ำกันจนเพลิน เล่นน้ำแบบลืมเหนื่อย และอิ่มความสุขมากจริงๆ

พิกัด: การเดินทางไปเกาะหลีเป๊ะต้องเดินทางไปขึ้นเรือที่ท่าเรือปากบารา มีให้เลือกแบบ Speed Boat ที่ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง และแบบเรือ Ferry ที่ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง

3 วัน 2 คืนที่สตูลสำหรับพวกเรามันดีมากจริงๆ นานแค่ไหนแล้วที่พวกเราไม่ได้วางมือถือลงแล้วอิ่มเอมกับธรรมชาติที่อยู่ตรงหน้าแบบเต็มที่ แต่ครั้งนี้พวกเราทำได้! อาจจะด้วยกิจกรรมที่แอดเวนเจอร์ทำให้เราต้องเก็บมือถือไว้ในกระเป๋าแล้วลุยแบบตัวเปล่า ตอนแรกอาจจะดูอึดอัดอยู่หน่อย แต่พอผ่านไป มันดีมากจริงๆ กับการได้ซึมซับความสวยงามผ่านสายตาอย่างมีสมาธิ คุยกับเพื่อนที่ไปด้วยกัน และบันทึกความทรงจำเก็บไว้ในความคิด

จากอดีตที่สตูลเคยเป็นผืนดินทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์ มีบันทึกหลักฐานของโลกใต้ทะเลที่แสดงชัดว่าเมื่อ 500 ล้านปีก่อน ที่นี่เคยเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตยุคเก่า เป็นแหล่งสร้างออกซิเจนให้กับโลก วันนี้สตูลในสายตาของพวกเรายังคงสวยงาม น่าเที่ยว และกลายเป็นแหล่งพักผ่อน ฟอกปอด ฟอกใจ มีแหล่งท่องเที่ยวครบทุกรูปแบบ ทั้งผจญภัย ล่องแก่ง ดำน้ำ และลอดถ้ำ ดังนั้นถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่รักธรรมชาติเหมือนกับพวกเรา บอกได้เลยว่า “ต้องมาสตูลให้ได้”

 (Advertorial)