Love Me Tender Le Bistro เปิดประสบการณ์ทานเนื้อที่นุ่มที่สุดในชีวิต!

Love Me Tender Le Bistro เปิดประสบการณ์ทานเนื้อที่นุ่มที่สุดในชีวิต!

สาวกอาหารฝรั่งเศสหรือผู้ที่ชื่นชอบอาหารฝรั่งเศสเป็นชีวิตจิตใจ แต่ติดปัญหาที่หาร้านอาหารฝรั่งเศสอร่อยๆ ทานยาก ตามเรามาเลยครับ เพราะวันนี้ Sanook! Travel จะพาคุณไปเปิดประสบการณ์

ทานอาหารฝรั่งเศสแบบขนานแท้ ที่มีทีเด็ดอยู่ที่เมนคอร์สของทางร้านอย่างสเต็กเนื้อที่เราขอยกให้เป็นเนื้อที่นุ่มที่สุดเท่าที่เคยกินมาเลยทีเดียวครับ กับร้าน Love Me Tender Le Bistro สวรรค์สำหรับคนรักอาหารฝรั่งเศสอย่างแท้จริง

25610625_180627_0006
25610625_180627_0008
25610625_180627_0025

เริ่มต้นการเดินทางร้าน Love Me Tender Le Bistro ตั้งอยู่ในโครงการ T.T.N Avenue ถนนนางลิ้นจี่ หาไม่ยาก ร้านจะอยู่บริเวณชั้น 2 

สัมผัสแรกเมื่อมาถึงร้านนี้ก็คือ บรรยากาศของร้านที่ตกแต่งด้วยโทนสีแดงดำสลับขาว ดูเรียบหรูและมีความเท่มีสไตล์ ภายในร้านมีโต๊ะให้บริการอยู่ประมาณ 10 โต๊ะ รองรับลูกค้ากลุ่มใหญ่ๆ ได้แบบสบายๆ 

และอีกสิ่งที่เราชอบในร้านนี้ก็คือตัวร้านจะเป็นห้องกระจกที่สามารถมองเห็นวิวไปได้ไกลสุดลูกหูลูกตา มองดูโล่งสบายตา ไม่อึดอัด


25610625_180627_0054
25610625_180627_0057

25610625_180627_0060

มาถึงเมนูอาหารกันบ้าง เราคัดเมนูเด็ดๆ ที่เป็นเมนู Recommend ของทางร้าน สั่งมาลองทั้งหมดเพื่อพิสูจน์รสชาติที่นักชิมอาหารหลายๆ คนร่ำลือกันถึงร้านนี้

เริ่มกันที่เมนูแรก แน่นอนสำหรับอาหารฝรั่งเศสออร์เดิร์ฟก่อนมื้ออาหารที่ขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือ เหล่า Cold Cuts และชีสชนิดต่างๆ ซึ่งจานนี้มีชื่อว่า Charcuterie Board

25610625_180627_0042
25610625_180627_0044

ภายในจานนี้ประกอบด้วย แฮม พาร์ม่าแฮม และแฮมนำเข้าจากต่างประเทศ รวมไปถึงชีสหลากหลายชนิดเสิร์ฟมาพร้อมกับผลไม้รสเปรี้ยวและกระเทียมดอง ซึ่งความพิเศษของจานนี้ที่มีความโดดเด่นไม่เหมือนที่อื่นก็คือ

ตัวแฮมและพาร์ม่าแฮมนั้นมีรสชาติไม่เค็มจนเกินไป และชีสก็มีความเข้มข้นทานคู่กับกระเทียมดองคือดีงามมาก ถือว่าเป็นจานเรียกน้ำย่อยที่ทำหน้าที่ของตัวเองได้สำเร็จลุล่วงเพราะ เมื่อทานเข้าไปแล้วน้ำย่อยวิ่งทั่วเต็มท้องเลยทีเดียว!

25610625_180627_0043

มาถึงเมนูต่อมา Lump Crab on Avocado bed (เนื้อปูสดและสลัดอโวคาโด คลุกเคล้าด้วยน้ำมะนาว) เมนูนี้ต้องยอมรับเลยว่าเนื้อปูที่ออนท็อปมาบนสลัดอโวคาโดนั้นมีความสดมากๆ 

แม้ที่นี่จะไม่ได้เป็นร้านอาหารซีฟู้ดจ๋าไปซะทีเดียว แต่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารฝรั่งเศสแล้ว ความสดของวัตถุดิบโดยเฉพาะอาหารทะเลนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งเมื่อเนื้อปูสดๆ มาปะทะกับอโวคาโดที่ปรุงรสมาอย่างอร่อยตัดเลี่ยนด้วยรสชาติอ่อนๆ ของมะนาว

เป็นการผสมผสานที่อร่อยลงตัวและมีความครีเอทในการพรีเซ้นต์จัดแต่งจานจริงๆ มาร้านนี้แนะนำเลยครับเมนูนี้ไม่ผิดหวัง

25610625_180627_0037
25610625_180627_0038

และอีกหนึ่งเมนูเบาๆ ที่แนะนำให้สั่งและยังเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านที่หาทานได้ยากอีกด้วยนั่นก็คือ Nicoise Salad สลัดสูตรพิเศษที่นิยมทานกันในหลายๆ ภูมิภาคของประเทศฝรั่งเศส ในประเทศไทยมีเพียงไม่กี่ร้านเท่านั้นที่ขายเมนูนี้

ความพิเศษของ Nicoise Salad ก็คือเราจะได้ลิ้มรสชิมรสชาติแบบออริจินัลของฝรั่งเศสอย่างแท้จริง คนฝรั่งเศสทานแบบไหน Love Me Tender จัดให้คุณได้แบบนั้น สเต็กทูน่าคลุกเคล้ากับบัลชามิคและน้ำมันมะกอก มีความเปรี้ยวและมัน

ผักมีความสดและกรอบมากทานคู่กับทูน่าชิ้นโต เป็นรสชาติที่แปลกใหม่หาทานได้ยากจริงๆ 

25610625_180627_0030
25610625_180627_0032
25610625_180627_0035

เมนูต่อมาเป็นอีกหนึ่งเมนู Sea Food ที่ห้ามพลาด โดยเฉพาะคนที่ชอบทานหอยแมลงภู่ Mussels Mariniere หอยแมลงภู่ชิลีอบซอสไวน์ขาว เสิร์ฟมาในหม้อสีแดงสดใส เมื่อเปิดหม้อออกมากลิ่นหอมของซอสไวน์ก็โพยพุ่งออกมาทันที

แน่นอนว่าหอยแมลงภู่ชิลีนั้นอาจจะตัวไม่ใหญ่เท่าหอยแมลงภู่จากนิวซีแลนด์ แต่รสสัมผัสและกลิ่นของตัวหอยเมื่อผสมคลุกเคล้ากับซอสไวน์ขาวแล้วถือว่าเข้ากันมากๆ

ในจุดนี้ต้องชมทางร้านในการเลือกใช้วัตถุดิบมาผสมเข้าด้วยกันได้อย่างสอดคล้อง จนทำให้เมนูนี้กลายเป็น Sea Food Dish ที่ลูกค้าสั่งมาทานกับแทบทุกโต๊ะเลยทีเดียว อร่อยมากๆ เลยทีเดียว


25610625_180627_0003
25610625_180627_0033

เพิ่มระดับความเข้มข้นขึ้นมาอีกหน่อยกับเมนู Salmon Steak เนื้อปลาแซลม่อนชิ้นโตย่างมาแบบสุกกำลังดีเสิร์ฟมาคู่กับราตาตุยบนซอสเพสโต ด้านนอกเนื้อปลาดูแห้งแต่ด้านในกลับมาความชุ่มฉ่ำมาก 

เมื่อทานคู่กับราตาตุยและซอสเพสโตแล้วยิ่งช่วยชูรสชาติของปลาแซลม่อนให้เด่นชัดขึ้นมาอีกแต่ไม่เลี่ยนจนเกินไป อร่อยเลยทีเดียวสำหรับเมนูนี้

25610625_180627_0028
25610625_180627_0029

และต่อจากนี้ไปจะเป็นวินาทีที่ทุกคนรอคอย เมนูเนื้อเริ่มเรียงคิวมาเสิร์ฟที่โต๊ะเราแล้ว โดยวันนี้เรามีโอกาสได้ทานเนื้อ 3 อย่างนั่นก็คือ เนื้อหมู เนื้อวัว และเนื้อแกะ

เมนูแรกในธีมเนื้อที่มาเสิร์ฟก็คือสเต็กหมูซอสครีมเห็ดรวม จานนี้ถือว่าเป็นสเต็กหมูที่อร่อยไม่ธรรมดาเลยทีเดียว เพราะเนื้อหมูมีส่วนที่ติดมันและส่วนที่เป็นเนื้อแน่นๆ ผสมกันได้อย่างพอดิบพอดี

จึงทำให้ไม่รู้สึกเหนียวหรือเลี่ยนจนเกินไป ตัวซอสมีรสชาติเข้มข้นทานคู่กับเนื้อหมูและมันบดคือดีงามมากเป็นอีกหนึ่งทางเลือกหากใครไม่ทานเนื้อวัวหรือเนื้อแกะครับ

25610625_180627_0007
25610625_180627_0022
25610625_180627_0026

และเนื้อตัวที่สองที่เราจะได้ลองทานนั่นก็คือเนื้อแกะ โดยวันนี้เชฟได้สร้างสรรค์เมนูซี่โครงแกะเสิร์ฟมาพร้อมกับถั่วขาวและเดมี่กลาสซอส ออกตัวก่อนเลยว่าปกติแล้วเราเป็นคนไม่ค่อยชอบทานเนื้อแกะเพราะมีกลิ่นเฉพาะที่ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่

แต่ผิดคาดเลยครับเมื่อได้ชิมเนื้อแกะของที่นี่ เพราะซี่โคร่งแกะที่ย่างออกมาจนเนื้อส่วนนอกเกรียมและภายในเนื้อยังคงแดงมีความชุ่มฉ่ำอยู่แต่กลับไม่มีกลิ่นสาปใดๆ เลยแม้แต่น้อย

กล้าพูดเลยว่าคนที่ไม่เคยกินเนื้อแกะมาก่อนมาลองทานยังไม่รู้เลยว่าเป็นเนื้อแกะ และสิ่งที่ได้กลับมานอกจากจะไม่มีกลิ่นสาปของแกะแล้วยังมีความนุ่มแบบเคี้ยวไม่กี่ครั้งก็หายไปในปากทันที 

เป็นเมนูจากจากแกะที่ทำให้เราประทับใจและจะอยู่ในความทรงจำไปอีกนานแน่นอน

25610625_180627_0021
25610625_180627_0023

สุดท้ายก็ถึงเวลาที่เราจะได้พิสูจน์เสียงร่ำลือจากเหล่า Beef Lover ทั้งหลาย ที่ยกให้ร้านนี้เป็นหนึ่งในร้านสเต็กเนื้อที่อร่อยที่สุดเลยทีเดียว มาดูกันว่าเนื้อร้านนี้มีอะไรดีทำไมถึงกลายเป็นร้านเนื้อที่ติดท็อปสำหรับคนชอบทานเนื้อหลายๆ คน

ความพิเศษของเนื้อร้านนี้เท่าที่รู้มาก็คือ เป็นเนื้อ U.S ที่ผ่านกรรมวิธี Sous Vide คือการนำเนื้อวัวทั้งชิ้นมาแพ็คลงในถุงสุญญากาศ และทิ้งไว้ในอุณหภูมิที่เหมาะสมนานถึง 72 ชั่วโมง หลังจากนั้นจึงนำชิ้นเนื้อออกมาปรุงอาหาร

ซึ่งกรรมวิธีนี้คือวิธีการประกอบอาหารที่ได้รับความนิยมในระดับสากล และถูกนำไปใช้ในร้านอาหารชื่อดังระดับโลกหลายๆ ร้าน ผลที่ได้จากการ Sous Vide ก็คือเนื้อที่นุ่มแบบสุดๆ 

25610625_180627_0018
25610625_180627_0046

ซึ่งเมื่อเราได้ลองลิ้มชิมรสชาติสเต็กเนื้อ Sous Vide 72 ชั่วโมง ยอมรับเลยว่าเป็นชิ้นเนื้อที่นุ่มจนแทบจะละลายในปากเลยทีเดียว ตัวเนื้อย่างออกมาแบบมีเดียม ด้านในยังคงมีสีแดงและชุ่มฉ่ำ

และที่สำคัญตัวเนื้อไม่มีกลิ่นคาวมีความหอมจากเครื่องเทศ ทานแบบเพียวๆ ไม่ต้องจิ้มกับอะไรทั้งนั้น สัมผัสกับรสชาติของเนื้อชิ้นโตโดยตรง ขอบอกเลยว่าฟินสุดๆ  

25610625_180627_0005
25610625_180627_0015

เป็นรสสัมผัสที่แปลกใหม่ลบภาพจำของเนื้อที่จะต้องมีความเหนียวไปในทันที จึงขอยกให้สเต็กเนื้อของร้านนี้เป็นเนื้อที่อร่อยและนุ่มที่สุดเท่าที่เคยทานมาก็ว่าได้ เป็นเมนูที่อยากจะแนะนำให้ทุกคนมาลองทานมาก

และนี่ก็กลายเป็นข้อพิสูจน์ให้แก่เราได้รู้ว่าเหตุใดเหล่า Beef Lover ทั้งหลายถึงยกให้เนื้อของร้าน Love Me Tender เป็นหนึ่งในสุดยอดเมนูเนื้อของประเทศไทย ใครที่เป็นคนชอบทานเนื้อเป็นชีวิตจิตใจสักครั้งต้องมาลองครับ

25610625_180627_0014
25610625_180627_0017

ปิดท้ายวันนี้ด้วยเมนูของหวาน ซึ่งวันนี้เราสั่งมาลองชิม 2 เมนู นั่นก็คือ Apple Tarte Tatin และ Creme Brulee เมนูแรก Apple Tarte ราดด้วยซอสคาราเมลหอมกลิ่นไหม้นิดๆ ตัวแอปเปิ้ลมีความนุ่มและหอมหวาน

ทานคู่กับไอศกรีมวนิลาที่เสิร์ฟมาคู่กันคือดีงามมากๆ เป็นอีกหนึ่งเมนูซิกเนเจอร์สำหรับของหวานที่หาทานได้ยาก และอีกหนึ่งเมนูอย่าง Creme Brulee ที่ใช้ครีมของฝรั่งเศสมาเบิร์นหน้าให้ไหม้เกรียมจนกลายเป็นเกร็ดน้ำตาล

เนื้อนุ่มละมุนได้ความกรอบจากเกร็ดน้ำตาลข้างบนถือเป็นการปิดท้ายอาหารมื้อนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

25610625_180627_0009
25610625_180627_0010
25610625_180627_0012

โดยรวมแล้วสำหรับคนชอบทานอาหารฝรั่งเศสร้านนี้ถือว่าผ่านและอร่อยมากจริงๆ เมนูที่ชอบที่สุดคงหนีไม่พ้นเนื้อ Sous Vide 72 ชั่วโมง ที่จะให้ทานทั้งชิ้นก็ยังไหว! ตัวร้านตกแต่งสวยงามน่านั่ง

มีเมนูอาหารฝรั่งเศสให้เลือกเยอะมากๆ บางเมนูเป็นเมนูต้นตำหรับจากฝรั่งเศสที่หาทานที่อื่นไม่ได้ และที่สำคัญที่ร้านใช้วัตถุดิบคุณภาพที่ส่งตรงมาจากต่างประเทศ คุณภาพและราคามีความสมเหตุสมผล

หากคุณกำลังหาร้านอาหารฝรั่งเศสสักร้านสำหรับมื้อพิเศษของคุณ Love Me Tender Le Bistro คือคำตอบที่ดีสำหรับคุณ มาสร้างความทรงจำดีๆ และความประทับใจที่ร้านนี้กันครับรับรองไม่ผิดหวัง

25610625_180627_0013
25610625_180627_0048
25610625_180627_0053

Love Me Tender Le Bistro

ที่อยู่ : โครงการ T.T.N Avenue ถนนนางลิ้นจี่  แขวง ช่องนนทรี เขต ยานนาวา กรุงเทพมหานคร

โทรศัพท์ :  02 678 2048

เวลาเปิด - ปิด : เปิดทำการสองช่วงคือ ช่วงเที่ยง 11.00 - 14.30 น. และช่วงเย็นคือ 17.30 - 22.00 น. ร้านปิดทุกวันอังคาร 

ข้อมูลเพิ่มเติม : Lovemetender Thailand