เที่ยว “เมืองโตโยต้า” จ.ไอจิ เมืองในอุดมคติเพื่อสิ่งแวดล้อม

เที่ยว “เมืองโตโยต้า” จ.ไอจิ เมืองในอุดมคติเพื่อสิ่งแวดล้อม

     สายท่องเที่ยวที่เคยมาเที่ยวประเทศญี่ปุ่นหลายครั้ง น่าจะเคยสังเกตว่าแต่ละเมืองในญี่ปุ่นนั้นถือว่ามีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด แต่อย่าลืมว่านอกจากญี่ปุ่นจะมีแหล่งท่องเที่ยวทั้งธรรมชาติที่สวยงามและเมืองใหญ่ที่มีสีสันแล้ว ดินแดนอาทิตย์อุทัยแห่งนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในผู้นำด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีอีกด้วย ซึ่งความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีก็ถือเป็นอัตลักษณ์ของบางพื้นที่ด้วยเช่นกัน

     ถ้าเอ่ยถึงชื่อ “โตโยต้า” เราอาจจะนึกไปถึงรถยนต์ยอดฮิตยี่ห้อหนึ่งของประเทศไทย แต่รู้หรือไม่ว่าโตโยต้า ยังเป็นชื่อเมืองที่ให้กำเนิดรถยนต์โตโยต้าอีกด้วย โดยตั้งอยู่ใน จ.ไอจิ ภูมิภาคชูบุ ทางตอนกลางของประเทศ เดิมมีชื่อว่า “โคโรโมะ” แต่เมื่อคิอิชิโระ โทโยดะ พัฒนาอุตสาหกรรมทอผ้าของครอบครัวในเมืองแห่งนี้ ให้กลายเป็นอุตสาหกรรมรถยนต์ในชื่อบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ นำไปสู่การเจริญเติบโตของเมือง พร้อมสำนักงานใหญ่ของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ รวมทั้งโรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่ง โคโรโมะจึงเปลี่ยนชื่อเป็น “โตโยต้า” เมื่อวันที่ 1 มกราคม 1959 และได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองพี่น้องกับดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ในปีต่อมา

     อย่างไรก็ตาม ความเจริญทางด้านเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม ไม่ได้นำมาแค่ความสะดวกสบายเท่านั้น แต่สิ่งที่ตามมาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงก็คือปัญหารถติดและมลภาวะ ดังนั้นเทศบาลเมืองโตโยต้า และบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ จึงริเริ่มโครงการต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งก็เป็นไปในแนวทางเดียวกับบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ที่มี “โครงการโตโยต้า เมืองสีเขียว” ที่ดำเนินงานอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างกิจกรรมเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในรูปแบบต่างๆ เพื่อสร้างความสุขให้กับสังคมไทย และหนึ่งในกิจกรรมภายใต้โครงการนี้ก็คือ การประกวดโครงการ “ลดเมืองร้อนด้วยมือเรา” ซึ่งจัดขึ้นปีนี้เป็นปีที่ 13 และได้พากลุ่มเยาวชนและชุมชนที่ชนะการประกวดมาศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น แต่จะมีอะไรน่าสนใจและนำไปประยุกต์ใช้ในบ้านเราได้บ้าง ต้องมาดูกัน

Toyota Ecoful Town

     ทุกวันนี้ ไลฟ์สไตล์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกำลังมาแรงเลยทีเดียว ซึ่งถ้าใครสนใจวิถีชีวิตแนวนี้ แต่ยังไม่มี reference ก็ขอแนะนำให้มาที่ “Toyota Ecoful Town” เมืองต้นแบบในการประยุกต์ใช้และผสมผสานเทคโนโลยีเข้ากับวิถีชีวิตของคน ขณะเดียวกันก็เอื้อให้คนญี่ปุ่นอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมอย่างกลมกลืน ตามแนวคิดสังคมคาร์บอนต่ำ

Pavilion จุดต้อนรับนักท่องเที่ยวเข้าสู่ Toyota Ecoful Town

     เมืองต้นแบบการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งนี้ แบ่งพื้นที่ออกเป็น 5 ส่วน ได้แก่ Pavilion โซนต้อนรับที่จัดแสดงความเป็นมาของเมืองโตโยต้า นโยบายด้านต่างๆ และตัวอย่างนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เลียนแบบธรรมชาติ รวมทั้งไฮไลต์น่ารักๆ อย่างเจ้าหุ่นยนต์ “เปปเปอร์” พนักงานต้อนรับที่สามารถพูดคุยกับเราเป็นภาษาญี่ปุ่นได้

 

หุ่นยนต์เปปเปอร์

     Toyata Smart House บ้านต้นแบบที่นำไปสร้างเป็นบ้านพักอาศัยในเมืองนาโกยาถึง 67 หลัง เพราะเป็นบ้านที่เน้นการลดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการเลือกทำเลและการออกแบบตกแต่งบ้านที่เหมาะสม รวมทั้งการใช้พลังงานแสงอาทิตย์สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าไว้ใช้ภายในบ้าน และเมื่อมีกระแสไฟฟ้าเหลือ สามารถขายต่อให้กับบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าได้ รวมทั้งมีการควบคุมการจัดสรรพลังงานภายในบ้าน ด้วยระบบ Home Energy Management System (HEMS) ทำหน้าที่สื่อสารและจัดการอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เหลือจากการใช้งาน พร้อมเก็บข้อมูลการใช้ไฟฟ้าในแต่ละวัน ทำให้ผู้ที่อาศัยในบ้านทราบพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าและสามารถจัดการการใช้พลังงานของตัวเองได้

 

Toyata Smart House

     นอกจากนี้ก็มีระบบขนส่งอัจฉริยะ ITS ที่จัดระเบียบการคมนาคมและแก้ปัญหาความปลอดภัยบนท้องถนน ด้วยการสื่อสารกับมนุษย์ ถนน และรถยนต์ ระบบการจัดการพลังงาน ซึ่งเป็นโรงงานสาธิตการแปรรูปก๊าซไฮโดรเจนและก๊าซมีเทนกลับไปเป็นเชื้อเพลิงเพื่อเติมถังก๊าซของรถยนต์ Fuel Cell Vehicle (FCV) พร้อมสถานีบริการเชื้อเพลิงไฮโดรเจน และการป้องกันปรากฏการณ์เกาะความร้อน ซึ่งจัดแสดงการทดลองผนังที่เป็นพื้นแอสฟัลต์ มีน้ำไหลผ่านตลอดเวลา และเป็นทางเดินสีเขียว รวมทั้งสถานีสำหรับเติมเชื้อเพลิงรถยนต์ จักรยานยนต์ และจักรยานไฟฟ้า ที่จัดวางไว้สำหรับการขยายตัวของชุมชนในอนาคต

Togari Clean Centre

     นอกจากการรักษาสิ่งแวดล้อมของแต่ละครอบครัว สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างในเมืองโตโยต้า คือความร่วมมือร่วมใจของชุมชนในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แม้กระทั่งเรื่องทั่วไปอย่างการทิ้งขยะ ที่ทุกบ้านจะต้องนำขยะแต่ละประเภทมาทิ้งในจุดทิ้งขยะตามวันที่กำหนด จากนั้น รถขยะของเทศบาลก็จะรวบรวมขยะทั้งหมดมากำจัด ซึ่งขยะที่เผาได้ จะถูกนำมากำจัดที่ โรงงานกำจัดขยะ Togari Clean Centre

 

บ่อพักขยะขนาด 15,000 ลบ.ม. ที่จุขยะจากทั้งเมืองโตโยต้าตลอด 5 วัน

      ทุกวัน รถขยะของเทศบาลจะนำขยะมาส่งที่แพลตฟอร์มของโรงงาน สำหรับผู้ที่ทิ้งขยะไม่ทันเวลา หรือมีขยะขนาดใหญ่จากการย้ายบ้าน สามารถขนมาไว้ที่โรงงานได้เอง โดยเสียค่าธรรมเนียมครั้งละ 60 เยนต่อขยะ 10 กก. จากนั้น ขยะทั้งหมดจะถูกนำมาเก็บไว้ที่บ่อพักขนาดมหึมา ก่อนที่จะถูกบด ผสม และทำให้แห้ง เพื่อจะได้นำไปเผาในเตาเผาขยะ ความเจ๋งของโรงงานแห่งนี้ก็คือ ตะกอน (Sludge) ที่ได้จากการเผาขยะ จะถูกนำมาทำเป็นวัสดุก่อสร้าง หรือผสมกับยางมะตอยในการสร้างถนน ส่วนความร้อนที่ได้นั้น ก็สามารถนำไปผลิตกระแสไฟฟ้าได้ด้วย และแม้ว่าจะเผาขยะเป็นจำนวนมากต่อวัน แต่กลับไม่มีกลิ่นเหม็นเล็ดรอดออกไปนอกโรงงานเลย เนื่องจากบริเวณแพลตฟอร์มมีความดันอากาศต่ำ พร้อมประตูถึง 2 ชั้น รวมทั้งใช้ความร้อนสูงในการเผา ทำให้เกิดควันน้อย

     พื้นที่การเรียนรู้สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา เพื่อสร้างจิตสำนึกในการลดขยะในชีวิตประจำวัน เช่น การรับประทานอาหารกลางวันให้หมด หรือบีบขยะเปียกให้แห้งที่สุด

Toyota Foresta

     แม้เมืองโตโยต้าจะได้ชื่อว่าเป็นเมืองอุตสาหกรรม แต่รู้หรือไม่ว่าพื้นที่ถึง 70% ของเมืองเป็นป่าไม้ ดังนั้น การการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของเมืองจึงรวมถึงการอนุรักษ์ป่าไม้ด้วย โดยบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ได้จัดตั้ง Toyota Foresta ขึ้นในบริเวณป่าที่มีอยู่เดิมในชุมชน เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้วิธีการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและป่าอย่างสมดุล และการถ่ายทอดสำนึกเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ให้กับเยาวชนและบุคคลทั่วไป

กิจกรรมการสำรวจป่า นำโดยเจ้าหน้าที่ของ Toyota Foresta

     Toyota Foresta จัดกิจกรรมหลัก 3 ส่วนหลัก ได้แก่ การเรียนรู้ด้านป่าไม้ (Forestry Zone) การอนุรักษ์ (Conservation Zone) และการนำมาใช้ประโยชน์ (Utilization Zone) ซึ่งเน้นให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างแท้จริง ผ่านกิจกรรมการสำรวจป่าด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 รวมทั้งกิจกรรมพิเศษในแต่ละฤดูกาล เหมาะสำหรับครอบครัวสายอนุรักษ์ที่อยากพาลูกๆ มาซึมซับคุณค่าของป่าไม้ พร้อมที่พักแสนสบายในบริเวณเดียวกัน

     อย่างที่บอกว่าแทบทุกพื้นที่ของญี่ปุ่นจะมีลักษณะเฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำกันจริงๆ ดังนั้น เหล่านักเดินทางที่อยากจะเปลี่ยนแนวจากสถานที่ทางธรรมชาติ วัฒนธรรม หรือแฟชั่น ก็น่าจะลองมาเยี่ยมเยียนเมืองโตโยต้ากันบ้าง เพื่อจะได้ไอเดียดีๆ ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันที่บ้าน อาจจะได้เป็นนักท่องเที่ยวสายรักษ์โลกบ้างก็เป็นได้


[Advertorial]

ติดตามSanook! Travel

เรื่องเที่ยวแบบรู้ใจคนไทยด้วยกัน ท่องเที่ยวทั่วไทย และทั่วโลก รีวิวร้านอาหาร ที่พัก อ่านได้ที่นี่ที่เดียว