10 วิธีแก้ Jet Lag แบบง่ายๆ เตรียมพร้อมก่อนเที่ยวต่างประเทศ

10 วิธีแก้ Jet Lag แบบง่ายๆ เตรียมพร้อมก่อนเที่ยวต่างประเทศ
Mushroom Travel

สนับสนุนเนื้อหา

เพราะ อาการเมาเวลา หรือ เจ็ตแล็ก (Jet Lag) อาการเกิดขึ้นได้กับทุกคนทุกช่วงวัย ยิ่งอายุมากยิ่งปรับตัวยากหน่อย หากคุณต้องไป เที่ยวต่างประเทศ ที่มีช่วงเวลาต่างจากเดิมมากๆ ควรเรียนรู้ วิธีแก้ Jet Lag เตรียมพร้อมเอาไว้ก่อน เผื่อเกิดอาการขึ้นมาจะได้รับมือและทำให้บรรเทาลงได้ทัน และวันนี้ มัชรูมทราเวล ก็มีวิธีแก้อาการเจ็ตแล็กแบบง่ายๆ มาฝาก แต่ก่อนอื่นถ้าใครยังไม่ทราบว่าอาการนี้คืออะไร ไปทำความเข้าใจกันก่อนเลยค่ะ

1-3-768x512

สมมติง่ายๆ ว่า เราเดินทางไปเที่ยวแคนาดาที่มีเวลาช้ากว่าเมืองไทย 12 ชั่วโมง ซึ่งเท่ากับว่า กลางวันของแคนาดาคือกลางคืนบ้านเรา ส่วนกลางคืนบ้านเราเป็นช่วงกลางวันของเขา แน่นอนว่าหากร่างกายปรับตัวเข้ากับโซนเวลาใหม่ไม่ทัน กระทบนาฬิกาชีวิตของร่างกาย จนเกิดอาการง่วงเหงาหาวนอนตลอดเวลาก็คงจะทำให้หมดสนุกในการท่องเที่ยวแน่นอน อาการเจ็ตแล็กจะเกิดได้แบบต่างๆ ดังนี้ค่ะ

ลักษณะอาการ Jet Lag เป็นอย่างไร
Jet Lag เกิดจากความผิดปกติทางการนอน พฤติกรรมการนอนหลับเปลี่ยนไปจากเดิม เช่น นอนไม่หลับ หรือนอนหลับมากกว่าปกติ
รู้สึกง่วงนอนตอนกลางวัน เหนื่อยง่าย และอ่อนเพลียตลอดเวลา
สับสน มึนงง เวียนหัว มีอาการปวดหัวร่วมด้วย รู้สึกไม่สบายตัวเหมือนจะเป็นไข้หวัด
อารมณ์ไม่ดี โมโหง่าย ฉุนเฉียวบ่อยครั้ง
ระบบทางเดินอาหารแปรปรวน เกิดอาการอาหารไม่ย่อย ไม่ขับถ่ายจากอาการท้องผูก เมื่ออาหารไม่ย่อยก็ทำให้ผู้ที่มีอาการ Jet Lag เบื่ออาหาร
อาการเหล่านี้อาจเกิดได้กับทุกคน เมื่อเราเดินทางไปในประเทศที่มีเวลาต่างจากเรามากๆ ใครรู้ตัวว่าต้องไปเที่ยวต่างประเทศที่อยู่ไกล เวลาต่างกันสุดๆ มาเตรียมตัวดูแลตัวเองและคนใกล้ชิดให้พร้อมเลยค่ะ โดยเฉพาะใครที่พาคุณพ่อคุณแม่ออกทัวร์โลกกว้างไปด้วยแล้ว ยิ่งต้องเรียนรู้ กับ 10 วิธีแก้ Jet Lag ฉบับเบื้องต้น สำหรับรับมืออาการเมาเวลา ทำได้ง่ายๆ มีอะไรบ้าง ไปดูกัน

2-pexels-768x432

1 ออกกำลังกาย

ก่อน เที่ยวต่างประเทศ วิธีแก้ Jet Lag เบื้องต้นคือ ควรออกกำลังกายเบาๆ ก่อนการเดินทางอย่างน้อย 2-3 วัน และต้องดูแลร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ ก็จะทำให้ร่างกายสามารถปรับสภาพให้เป็นปกติได้เร็ว ที่สำคัญควรละทิ้งความเครียด ปรับสภาพจิตใจให้ผ่อนคลาย ห้ามคร่ำเคร่งทำงานหามรุ่งหามค่ำก่อนออกเดินทางเด็ดขาด

2. ปรับเวลานอนก่อนเดินทางไกล

เป็นอีกหนึ่ง วิธีแก้ Jet Lag ที่ทำให้คุณไม่ต้องพึ่งยานอนหลับอีกต่อไป หากเตรียมปรับเวลาเข้านอนก่อนออกเดินทางจริง 2-3 วันล่วงหน้า เช่น ต้องเดินทางไปฝั่งตะวันออกให้เข้านอนเร็วกว่าปกติ 1 ชั่วโมง และถ้าต้องไปเยือนเขตเวลาฝั่งตะวันตกก็ปรับเวลานอนให้ช้ากว่าเดิม 1 ชั่วโมง รวมทั้งปรับเวลารับประทานอาหารให้ตรงกับ Time Zone ที่กำลังจะไปก็เวิร์คนะจ๊ะ

3. เตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกเดินทาง

ควรเตรียมเอกสารสำคัญ เช่น พาสปอร์ต, ตั๋วเครื่องบิน และของใช้จำเป็นติดตัวไปด้วย เช็คสัมภาระของคุณให้ครบถ้วน ก่อนเดินทาง 1 วัน ช่วยลดความประหม่า ความกังวลที่อาจเป็นสาเหตุของอาการ Jet Lag

4. หาท่านั่งที่สบายที่สุด

ถึงสนามบิน เช็คอินเสร็จ โหลดกระเป๋าเรียบร้อย ก่อนเหินฟ้าไปต่างแดน เลือกเลยค่ะท่านั่งที่ดีที่สุด สบายที่สุด ชิลล์ที่สุด เพื่อให้ระหว่างการเดินทางฟินที่สุดช่วยลดอาการ Jet Lag ได้เบื้องต้น

5. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

นอกจากเราต้องนอนหลับให้เพียงพอก่อนการเดินทาง หากต้องนั่งเครื่องบินเป็นเวลานาน ควรเตรียมไอเท็มช่วยให้การนอนบนเครื่องหลับสบาย ผ่อนคลายขึ้น เช่น ผ้าปิดตา, ที่อุดหู และหมอนรองคอใบโปรด รวมถึงควรสวมใส่ถุงเท้าทุกครั้ง เพื่อให้ร่างกายอบอุ่นอยู่เสมอ สามารถคลิกไปชม วิธีแก้เบื่อและการเตรียมตัวเมื่อต้อง นั่งเครื่องบินนาน ได้เลยค่ะ

6. หมั่นขยับร่างกาย

หากเดินทางนานๆ แล้วนอนไม่หลับ ควรเลือกบริหารร่างกายเบื้องต้น เช่น เดินระหว่างที่นั่ง เอี้ยวตัวไปมาเล็กน้อย ขยับยกขาขึ้นลงเล็กน้อย แกว่งแขนเบาๆ ช่วยลดความเครียด อาการเหน็บชาได้เบื้องต้น

7. ดื่มน้ำบ่อยๆ

เนื่องจากภายในห้องโดยสารเครื่องบินมีอากาศน้อยกว่าปกติและมีความชื้นต่ำ อาจทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำได้ง่าย รวมถึงอาการหายใจไม่สะดวก รู้สึกอ่อนเพลีย ทั้งนี้เพื่อลดอาการ Jet Lag ระหว่างเดินทาง ควรจิบน้ำอยู่เสมอ เพื่อป้องกันร่างกายขาดน้ำ ลดอาการช็อก รวมถึงควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีนด้วยนะคะ

8. ถึงง่วงก็ต้องทน

เมื่อเดินทางถึงที่หมายแล้ว หากยังมีอาการอ่อนเพลีย ง่วงนอนตลอดเวลา ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับเขตเวลาใหม่ได้ เบื้องต้นควรฝืนทนอดนอนก่อน แล้วค่อยๆ ปรับตัวทีละนิด รอให้ถึงช่วงเวลาพักผ่อนตามปกติของประเทศนั้นๆ ค่อยนอนหลับพักผ่อน ก็จะทำให้เราเข้ากับเวลาใหม่ได้ค่ะ

9. รับแสงสว่างจากธรรมชาติ

ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ สัมผัสสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ โดยเฉพาะแสงแดด จะยิ่งช่วยให้ร่างกายเราสดชื่นขึ้น แสงสว่างจากธรรมชาติจะช่วยเยียวยาอาการเมาเวลา และช่วยปรับนาฬิกาชีวิตให้กลับมาสู่ภาวะปกติได้เป็นอย่างดี

10. หากอาการ Jet Lag ไม่ทุเลา ควรปรึกษาแพทย์

โดยปกติทั่วไปอาการ Jet Lag จะดีขึ้นภายใน 1-2 วัน หากอาการของผู้ป่วยไม่ดีขึ้น มีอาการน้ำมูกไหล คลื่นไส้ วิงเวียน มึนงง ปวดหัวตลอดเวลา อ่อนเพลียไม่มีแรง หรือท้องร่วง ควรพบแพทย์โดยด่วน เพื่อรักษาอาการดังกล่าว ห้ามซื้อยารับประทานด้วยตนเองโดยเด็ดขาดนะจ๊ะ

ทำความเข้าใจกับ 10 วิธีแก้ Jet Lag ฉบับเบื้องต้นที่ทำได้ง่ายๆ กันแล้ว ก็หวังว่า เที่ยวต่างประเทศ รอบนี้จะหายจากอาการเจ็ตแล็กได้โดยเร็ว จะได้พาครอบครัว พาพ่อแม่ออกไปเที่ยวให้สนุกสนาน รีชาร์จพลังชีวิตให้เต็มที่ในช่วงลาพักร้อน ก่อนกลับมาลุยงานต่อ 

ติดตามSanook! Travel

เรื่องเที่ยวแบบรู้ใจคนไทยด้วยกัน ท่องเที่ยวทั่วไทย และทั่วโลก รีวิวร้านอาหาร ที่พัก อ่านได้ที่นี่ที่เดียว