9 เหตุผล ที่ออกเดินทางท่องเที่ยวแล้วมี แต่ “ได้” กับ “ได้”

9 เหตุผล ที่ออกเดินทางท่องเที่ยวแล้วมี แต่ “ได้” กับ “ได้”

หลังจากที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิตได้มาซักระยะ

วันนี้มาส่งต่อแรงบันดาลใจ
เก็บกระเป๋าออกไปท่องโลกกันค่ะ

เราเป็นคนหนึ่งที่เคยใช้ชีวิตน่าเบื่อหน่าย  ซ้ำซากและจำเจ
ก่อนเรียนจบเคยตั้งเป้าหมายสูงสุดในชีวิตว่า ฉันจะต้องเรียนให้ได้เกียรตินิยม!
ชีวิตในช่วงนั้นเลยอยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยม กับ กองหนังสือ
กิจกรรมเวลาผ่อนคลายยามว่าง คือ การเล่นเกมออนไลน์
ความคิดในหัวที่อยากจะออกไปท่องโลกกว้าง เท่ากับ ศูนย์

หลังจากที่ได้ เรียนรู้ “วิชาชีวิต” จากประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยว
กับความกล้าในการก้าวข้ามผ่าน จุด Comfort Zone ที่เคยมี
ออกเดินทางท่องเที่ยว ไปในหลายๆ ประเทศ

มันคือ จุดพลิกผัน  ที่ทำให้ชีวิตเรา  เปลี่ยนไปตลอดกาล ..
การเดินทางท่องเที่ยวมีแต่  “ได้” กับ “ได้”  อย่างไร?

1.    ได้ทำในสิ่งที่คิดว่าทำไม่ได้ ก้าวข้ามผ่านขีดความสามารถของตัวเอง  

0-1

จากคนขี้อาย ไม่มั่นใจในตัวเอง ไม่เก่งภาษา พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ (เลย)  กลับการเป็นคนที่รักในการเดินทางท่องเที่ยว  ชอบวางแผน ชอบแก้ปัญหา  ชอบเจอผู้คน ชอบแลกเปลี่ยนแนวคิด  ถึงแม้ว่าจะต้องไปคนเดียวก็ตาม  ล้วนเกิดจากความคิดที่ “เชื่อ” ในตัวเองว่า “เราสามารถก้าวความผ่านขีดความสามารถของตนเอง”   ฝึกฝนภาษา จนสามารถออกเดินทางท่องเที่ยว หรือเรียกว่า “เอาตัวรอด” ได้ในระดับหนึ่ง
ได้เรียนรู้ “ความอดทน” ต่อสู้กับความเหน็บหนาว  กับการขึ้นภูเขาด้วยเสื้อแคนดิกันบางๆ ตัวเดียว  เพียงเพราะไม่อยากพลาดโอกาส

0

จากก้าวแรกที่กระเตาะ กระแตะ  เหมือนเด็กที่กำลังหัดเดิน  แต่หารู้ไม่ว่า  การเดินทางท่องเที่ยว การวางแผน  การควบคุมค่าใช้จ่าย  การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า มันคือ วิชาชีวิตทั้งนั้น วิชาที่ต้องเอาประสบการณ์ตัวเองเข้าแลก สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถหาซื้อได้ด้วยเงิน  จนมาสู่ก้าวที่แข็งแรง  เชื่อเถอะว่า  ถ้ามีก้าวแรกแล้ว มันจะมีก้าว อื่นๆ ตามมาไม่รู้จบ (แล้วก้าวต่อ ไป จะแข็งแรงยิ่งๆ ขึ้นไปอีก )
** ทริปดูโลกแรก เริ่มต้นที่   ทะเลทราย ณ กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน

2.    ได้รู้จักเพื่อนต่างชาติระหว่างทาง เรียนรู้วิธีปรับตัว เจอคนเจ๋งๆ ระหว่างทาง

นอกจากนั้นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่ได้รับคือ  การใช้สกิล “Open Communication”  กล้าที่จะทักทายคนอื่นก่อน   ด้วยประโยคทักทายง่ายๆ เช่น  ชื่ออะไร มาจากประเทศไหน  มาคนเดียวหรอ  เพียงเท่านี้บทสนทนามันจะไหลลื่นไปโดยอัตโนมัติ
นักเดินทางด้วยกัน ถ้าเจอคนประเภทนี้แล้วจะรู้สึก “คลิ๊ก” ทันที  เพราะมีความชอบในสิ่งที่คล้ายๆกัน   ทำให้อุปสรรคที่คนส่วนใหญ่กลัวคือ  “การพูดคนกับคนแปลกหน้า”  มันจะไม่ใช่สิ่งแปลกอีกต่อไป
เราได้เพื่อนจากการเดินทางเยอะมากๆ จนทุกวันนี้ก็ยังมีติดต่อกันอยู่

0-3

หนุ่มราฟฟี่ สัญชาติแอฟริกาที่มาเที่ยวคนเดียว

0-2

จีจี้ ญ สาวชาวฮ่องกง ที่ออกเดินทางรอบโลกคนเดียว โดยท่องเที่ยวปีละ ประมาณ 2 ทริป

0-4

เจอร์รี่ หนุ่มสัญชาติแอฟริกัน ที่หลงรักการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ

3.    ได้เห็นและสัมผัสความสวยงามโดยธรรมชาติบนโลกที่สวยงาม โดยไม่ต้องปรุงแต่งใดๆ

บางคนครั้งเรามักยึดติดแต่กับความสุขภายนอก  ความสุขชั่วคราวที่ต้องใช้ “เงิน” มาเป็นจุดประสงค์หลักในการขับเคลื่อนพลังชีวิตของตัวเองในการออกเดินทางท่องเที่ยว    “โอ๊ย  ไปเที่ยวน่ะหรอ ใช้เงินเยอะจะตาย”   สิ่งหนึ่งที่เราได้เรียนรู้จากการท่องเที่ยวคือ  จำนวนเงินที่มีมาก ไม่ได้แปลถึงชีวิตที่มีความสุข   การใช้ชีวิตให้เป็นไปอย่างในใจเราต้องการตังหาก มันคือการเรียนรู้การใช้ชีวิตในแบบแผนที่มีความสุขอย่างแท้จริง

0-5

0-7...

เราชอบเที่ยวแนวธรรมชาติ  แน่นอนว่ามันใช้เงินไม่เยอะ  เน้นซึมซับบรรยากาศที่มีอยู่รอบตัว

0-9

เน้นเที่ยวแบบการ Sightseeing มากกว่าการเข้าพิพิธภัณฑ์ หรืออะไรที่ทำให้งบบานปลายโดยใช่เหตุ

0-8

ทริปที่ประทับใจที่สุด คงจะเป็นการนั่งเรือ ล่องผ่านสองทวีป ยุโรป- เอเชีย  จิบชาแบบตุรกีในราคาเพียง 1 ลีรา หรือ 15 บาทเท่านั้น  ไม่จำเป็นต้องใช้เงินเยอะ แต่เราก็รู้สึกว่ามันคือความสุขที่แท้จริง

a

แม้กระทั่ง  การชมพระอาทิตย์ขึ้น/ตก   เป็นความสุขที่ Basic ที่สุด แบบง่ายที่สุด ที่คุณสามารถหาได้ทุกวันของชีวิตโดยไม่ต้องลงทุนอะไรเลย  เชื่อว่าหากตัวเองไม่ได้ท่องเที่ยว  เราคงไม่เห็นคุณค่าของสิ่งต่างๆ ที่โลกมอบให้และคงยังมองข้ามความสุขมากมายที่อยู่รอบตัวอย่างน่าเสียดาย

4.    ได้ลองสังเกตและใส่ใจสิ่งรอบตัวมากขึ้น เลิกยึดติดตัวเองเป็นศูนย์กลาง
0-10
ก่อนจะชอบเดินทางท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจแบบทุกวันนี้
เรา (เคย)  เป็นคนนึงที่ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางของโลก ทำไมถึงแบบนั้น ทำไมคนนั้นเป็นแบบนี้ .. “มีแต่ข้อสงสัย ทำไม ทำไม ทำไม”
แต่ทุกวันนี้ พอเดินทางมากขึ้น ความคิดก็เปลี่ยน เป็น “ช่างแม่ม สงสัยอะไรนักหนา ทำอะไรแล้วมีความสุขก็ทำไปเถอะ”
ปีๆนึง ออกเดินทางเที่ยวคนเดียวบ่อยมาก  เพราะบางครั้งหาเพื่อนร่วมเดินทางไม่ได้ หรือ เคยชินกับการใช้ชีวิตคนเดียวไปซะแล้ว
ลุยเดี่ยวหมด ทั้งเมืองโคโลนจ์ เยอรมัน , เมืองอาบูดาบี้และเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์   จนกระทั่งเมืองเพิร์ธออสเตรเลย
บางครั้งเหงาเหมือนกันนะ  แต่ไม่เคยทิ้งโอกาสสำหรับวิธีง่ายๆ เที่ยวคนเดียวอย่างไรไม่ให้เหงา คือให้เริ่มต้นจากการสังเกตผู้คน มองสิ่งรอบข้าง  เลิกเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง
สามารถนั่งเฉยๆ อยู่นั่งอยู่กับที่ได้เป็นชม.
นั่งมองนู้น มองนี่ มองว่าเค้าทำอะไร เค้ากินอะไร
เค้าคุยอะไรกัน ที่สำคัญคือ “เค้ามี Way of life อย่างไร”
แต่ละประเทศ ผู้คนนิสัยใจคอไม่เหมือนกัน  มันเลยเป็นความรู้สึกตื่นเต้นเสมอ เวลาได้มาเยือนเมืองใหม่ๆ ประเทศใหม่ๆ
อย่าไปคาดหวังว่าทริปนึง "เราต้องทำอะไร" ให้คิดเสมอว่า “เราจะเจออะไรบ้าง” แล้วมันจะสนุกขึ้นกว่าเป็นเท่าตัว

 

 

5.    ได้ทำอะไรที่ทั้งชีวิตอาจไม่เคยทำ ลองสิ่งใหม่ๆ  เปลี่ยนมุมมองความคิด
0-11
0-12
เช่น สัมผัสหิมะ หรือ อากาศหนาวเย็นแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิต
0-13
ได้ลองเดินทางอย่างยากลำบาก เพื่อมาเจอกับวิวในฝันเพียงไม่กี่นาที
หมู่บ้าน Manarola , Cinque terre  , Italy
0-14
ปราสาท Neuschwanstein , Germany
0-15
Blue Mosque , Turkey
0-16
ภูเขาไฟฟูจิ , ญี่ปุ่น  (มุมที่เคยต้องยืมรูปคนอื่นมาใช้เป็น วอลเปเปอร์ในคอมตลอด)  ระดับดัชนีความสูงพุ่งสูงปรี๊ดเลย
6.    ได้รู้จักการวางแผน  จัดสรรงบประมาณ บริหารค่าใช้จ่าย ที่สำคัญคือ ฝึกนิสัย “การออม”
0-17
การออกไปท่องโลกไม่ได้สื่อถึง ความฟุ่มเฟือย แต่มันคือการลงทุนในชีวิตอีกอย่างหนึ่ง
ช่วยฝึกชีวิตให้มีระเบียบวินัยในการอดออมอีกด้วย
แบ่งเจียดเงินในแต่ละเดือน  เก็บสะสมเรื่อยๆ จนได้เงินก้อนใหญ่พอที่จะใช้ออกเดินทางท่องโลกได้
รู้จักการหาข้อมูลท่องเที่ยว การเสาะหาราคาตั๋วเครื่องบินในราคาประหยัด
รู้จักการทำการบ้านก่อนไปเที่ยว  (ช่วยให้ไม่หลง ประหยัดเวลาการเดินทาง และเพิ่มความระดับความฟินของทริปนั้นๆ)
รู้จักวิธีการเที่ยวอย่างไรให้ปลอดภัย เพราะต้องระวังตัวมากขึ้น
ได้มีกำลังใจในการใช้ชีวิต ที่สามารถเก็บเงินมาเที่ยวได้ และเกิดการตั้งเป้าหมายท่องเที่ยวครั้งต่อไป สิ่งเหล่านี้ ล้วนแต่ทำให้เกิด “การพัฒนาตัวเอง”
รู้จักการคุมงบประมาณค่าใช้จ่ายไม่ให้บานปลาย หลักง่ายๆ ที่เราใช้เสมอคือ  “ถ้าพักหรู ก็จะต้องกินกาก”
“แต่ถ้าพักไม่หรู  กินดีได้”  จะได้เกิดความสมดุล
0-18
** อีกทริปที่เราสามารถจัดสรรงบได้ดีคือ  ทริปมัลดีฟส์ ดินแดนสวรรค์ของใครหลายๆ คน ในราคาที่คนส่วนใหญ่คิดว่าเกินเอื้อม แต่ทั้งทริปใช้ไปประมาณ 21,000 บาทเท่านั้น
7.    ได้เห็นโลกในมุมมองที่ไม่เคยเห็น สถาปัตยกรรมต่างๆ หรือมรดกโลก
 0-200-21
เมื่อสถานที่เปลี่ยน มุมมองก็เปลี่ยน
คุณไม่มีทางรู้เลยว่าสถานที่นั้นสวยงามแค่ไหนหากไม่ได้เห็นกับตาตัวเอง
ได้ค้นพบความชอบใหม่ๆ     อย่างตัวเรา ชอบปีนป่ายขึ้นที่สูง   ขึ้นไปดูวิวมุมสูง ณ เมืองนั้นๆ   คิดเสมอว่าต่อให้ต้องปีน (หรือคลาน) ขึ้นไปอย่างเหนื่อยแค่ไหน  แต่วิวที่เรารออยู่ข้างหน้า จะต้อง “สวยคุ้มค่า” อย่างแน่นอน  พาไปแนะนำมุมสูงจากเมืองต่างๆ หน่อยค่ะ
0-22
วิวจาก St. Peter's Church , Munich , Germany
0-23
วิวจากเมือง Heidelberg , Germany
0-24
วิวจากเมือง Istanbul , Turkey
DCIM100GOPROG1470771.
วิวจากเมือง Rothenberg , Germany
0-26
วิวจากเมือง Paris , France
0-27
และที่สำคัญที่สุดคือ  ได้รู้จักคุณค่าของ “การเก็บความทรงจำ”  จากการสะสมแม่เหล็กจากสถานที่ที่ไปเยือน  เป็นคุณค่าทางจิตใจอย่างแท้จริง
8.ได้เรียนรู้วัฒนธรรม ของประเทศต่างๆ  และลิ้มรองรสชาติอาหารใหม่ๆ
0-28
0-31.
0-32
0-33
0-34
เเละข้อสุดท้าย!!
9.ได้รู้ว่าชีวิตนี้ยังมีอีกหลายแห่ง “รอ” เพื่อให้เราไปเจออีกเยอะ 
 อย่าหยุดฝันแล้วจงเดินหน้าออกไปท่องโลก “เก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิต” และสุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือ   การได้ส่งต่อแรงบันดาลใจนั้นให้กับผู้อื่น   คือสิ่งที่เรา “ได้” จากการเดินทางท่องเที่ยว

10982021_1572628226318171_4607602774299743331_n

พูดคุยกับเเอร์เเขกต่อได้ที่ :  https://www.facebook.com/middleeastcabincrew

ติดตามSanook! Travel

เรื่องเที่ยวแบบรู้ใจคนไทยด้วยกัน ท่องเที่ยวทั่วไทย และทั่วโลก รีวิวร้านอาหาร ที่พัก อ่านได้ที่นี่ที่เดียว