รู้ยัง! ไปเที่ยวญี่ปุ่นมีไวไฟให้ใช้ฟรี แค่โหลดแอป

รู้ยัง! ไปเที่ยวญี่ปุ่นมีไวไฟให้ใช้ฟรี แค่โหลดแอป

.      ญี่ปุ่นเจ้าพ่อแห่งเทคโนโลยีวันนี้เค้ามีดีกว่าเดิม จากเดินที่ไวไฟฟรีมีแทบจะทั่วญี่ปุ่นอยู่แล้ว ทั้งสนามบิน ทั้งรถไฟใต้ดิน และจุดท่องเที่ยวสำคัญทั้งหลาย เค้าก็เลยทำข้อตกลงกันช่วยชาติกันหน่อยเพ่ 130,000 จุดรวมกันเลย แต่ปัญหายังมีเพราะการเล่น wifi ฟรีที่รู้กันคือต้องกรอกข้อมูลเยอะก่อนจะได้เล่นใช่ป่ะ ลงทะเบียนกันยาว เป็นใคร จากไหน เอ้าเลขพาสปอตตูอะไรวะ bla bla

.      ไอ้เราก็อยากเล่นฟรีแต่ก็เพลียกับการกรอก แต่ขาดโลก social อัพภาพให้เพื่อนอิจฉาเล่นก็ไม่ได้อีก !  ทางญี่ปุ่นเค้าก็เลยจัดการทำ Application ขึ้นมาเลยอันหนึ่งแค่ลงทะเบียนครั้งแรกครั้งเดียว ครั้งต่อไปไม่ต้องละ แค่เปิด App แล้วกด connect  คือเล่นได้เลย คือดีมากกกกกกกก  รวมทั้งมีบอกจุดในแผนที่อีกว่าตรงไหนมีให้เล่นฟรีๆ ( ก็หวังให้บ้านเรามีมั่งนะ…  )

 

*รู้หมือไร่?

Q : ทำไมเราต้องลงทะเบียนเล่นเน็ตให้ยุ่งยาก ก็ยกเลิกไปเลยดิ

A : มันต้องลงทะเบียนเพราะ ถ้ามีคนเอาไวไฟเราไปใช้ในทางที่ผิด เจ้าของไม่เก็บข้อมูลไว้ว่าใครใช้ เจ้าของซวยครับ

 

มาเกริ่นมาขนาดนี้และก็มาสอนวิธีใช้กัน ไม่ยากเลยจริงๆ เริ่มต้นก็ไปโหลดแอปมาเลยครับ แอฟมีทั้ง IOS และ Android รวมทั้งมีภาษาไทยสำหรับคนไม่ถนัดภาษาอังกฤษด้วยนะ   เอ้าโหลดเลย

 

 

ผมมีแต่ Android ใช้นะครับขอลงภาพฝั่งเดียว แต่ภายในแอปมันคล้ายๆกันแหละ คลำๆเอาหน่อยคนอ่านเก่งอยู่แล้ว

Step 1 : ก็เข้า Play store เลยแล้วพิมพ์ “Japan Connected-free japan” โหลดมาให้เรียบร้อย

( แนะนำให้โหลดและลงทะเบียนตั้งแต่อยู่ไทยไปเลยนะ ลงทะเบียนได้ล่วงหน้า 90 วันถ้าเกินต้องลงทะเบียนใหม่นะครับ)

Step 2 : ลงทะเบียนกันก่อนเลย , เค้าก็จะมีให้เลือกว่าจะลงทะเบียนด้วย Facebook หรือจะกรอกข้อมูลใหม่   เลือกกันตามสบายใจเน้อะ

page1

ใครที่ลงทะเบียนเองก็มาหน้านี้กัน กรอกเลยแปลให้แล้วตามภาพเลย(แก้ข้อมูลด้วยนะ นี่มันข้อมูลผมมม ) และอย่าลืมอ่านข้อกำหนดเค้าด้วย โดยรวมว่าอย่าเอาไปทำอะไรผิดหน่ะแหละ

page2

Step 3 : เริ่มใช้งานได้ ในกรณีที่รู้แล้วว่าต้องเชื่อม wifi ต่อแล้วกด Connect เลย แต่ในกรณีที่ไม่รู้มาหากันก่อนด้วยการกดปุ่ม Search

ตัวแอปมันก็จะจับว่าเราอยู่แถวไหนแล้วก็จะมีขึ้นมาให้ว่ามีตรงไหนของแผนที่บ้าง เดินไปหาโลด
page3
Step 4 : จิ้มที่สัญลักษณ์แดงในภาพเลย มันก็จะแสดงพื้นที่มาให้ แล้วจิ้มอีกทีเอาที่ใกล้ๆตัวนะ เช่น ในภาพสมมุติผมอยู่ JR Tokyo station

หน้าจอก็จะโผล่ชื่อ SSID ขึ้นมา SSID คือชื่อ wifi ที่เราต้องเชื่อม

page4

ตัวอย่างรายชื่อ Hot spot หลักที่น่าจดไว้ใช้ ก็จะเป็นพวกสถานีใต้ดิน,ร้านสะดวกซื้อ,สนามบิน

  • 7-11 ชื่อ 7spot
  • FamilyMart ชื่อ Famima_Wi-Fi
  • Low son : LAWSON_Free_Wi-Fi
  • รถไฟใต้ดิน : Metro_Free_Wi-Fi และ Toei_Subway_Free_Wi-Fi

โซนสนามบิน

  • Narita international aiport terminal  “FreeWiFi-NARITA”
  • Haneda airport domestic terminal “HANEDA-FREE-WIFI”
  • Haneda airport international terminal  “HANEDA-FREE-WIFI”
  • Fukuoka airport terminal  “Fukuoka_City_Wi-Fi”
  • Osaka international airport (Itan airport) terminal building “osaka-airport-free-wifi”
    มีอีกเยอะเลยสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์ http://www.ntt-bp.net/jcfw/area/index.html
subway
มีถึง 143 จุดทั่วสถานีใต้ดินเลยนะ

 

Step 5 : เชื่อม Wifi ให้เรียบร้อย + กลับมาที่แอปกดปุ่มลูกโลก Connect  + รอระบบทำงานเสร็จ แล้วเล่นได้เลย

page5

หมายเหตุ : การเชื่อมต่อแต่ละครั้งจำกัดระยะเวลานานไม่เกิน 3 ชั่วโมง แต่สามารถเชื่อมต่อใหม่อีกครั้งเพื่อเข้าใช้งานได้ ซึ่งก็เหมือนกับเล่นได้ไม่จำกัด ตราบใดที่ยังอยู่ในอาณาบริเวณที่สัญญาณไปถึงนั่นเอง

 

คราวนี้แล้วก็อัพภาพเที่ยวญี่ปุ่นให้เพื่อนๆชมได้แล้ว ของฟรีก็มีในโลก แชร์ให้คนอื่นรู้เลยจะรออะไรหล่ะ

Process-4961

มาพูดคุยกับชิล มนุษย์เงินเดือนที่ฝันจะไปรอบโลกได้ที่ช่องทางนี้เลย

Facebook : http://www.fb.com/ChillJourney

Instagram : @ChillJourneyTH

 

ติดตามSanook! Travel

เรื่องเที่ยวแบบรู้ใจคนไทยด้วยกัน ท่องเที่ยวทั่วไทย และทั่วโลก รีวิวร้านอาหาร ที่พัก อ่านได้ที่นี่ที่เดียว