เมื่อดอยเสมอดาวเต็ม เราจึงได้รู้จักกับความมหัศจรรย์ของ "ผาชู้"

เมื่อดอยเสมอดาวเต็ม เราจึงได้รู้จักกับความมหัศจรรย์ของ "ผาชู้"

ถ้าคุณจะหาสถานที่ดูดาวสวยๆ สักที่หนึ่ง แอดมินเชื่อว่านักเดินทางหลายๆ คนคงนึกถึงดอยเสมอดาว จังหวัดน่านเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทยเป็นแน่แท้

เช่นเดียวกับแอดมินเองที่กำลังหาสถานที่ดูดาวและทะเลหมอกสวยๆ ในช่วงปลายฝนต้นหนาวเช่นนี้และเป้าหมายของเราในทริปนี้ก็คือดอยเสมอดาว

ดอยเสมอดาว

เราเดินทางกว่า 700 กิโลเมตรจากกรุงเทพมหานคร เพื่อมาสัมผัสไอหนาว สายลม และแสงดาวบนยอดดอย แต่เมื่อมาถึงทางเข้าดอยเสมอดาวกลับต้องพบกับความผิดหวังเข้าแบบเต็มๆ

เพราะด้วยความที่ว่าช่วงที่เราไปนั้นเป็นช่วงวันหยุดยาวพอดีประกอบกับเราไปถึงก็ช่วงบ่ายๆ เกือบเย็นแล้ว ทำให้จุดกางเต๊นท์และที่จอดรถบนดอยเสมอดาวเต็มไปตามระเบียบพร้อมกับมวลหมู่นักท่องเที่ยวนับร้อย

เราจึงต้องถอยทัพและมาวางแผนกันใหม่ว่าจะไปที่ไหนดี โชคดีที่พี่เจ้าหน้าที่อุทยานแนะนำให้เรารู้จักกับ "ผาชู้" ชื่อที่จะติดอยู่ในความทรงจำของเราไปอีกนานแสนนาน

ผาชู้
ดอยเสมอดาว ผาชู้

ผาชู้ตั้งอยู่ห่างจากดอยเสมอดาวเพียงไม่กี่กิโล หน้าทางเข้าจะมีป้ายบอกทางอย่างชัดเจน และที่สำคัญที่สุดที่นี่เงียบสงบมาก แม้จะเป็นวันหยุดยาวแต่ก็มีนักท่องเที่ยวเข้ามากางเต๊นท์ประปรายไม่หนาแน่นมาก

โดยถึงแม้ว่าบริเวณจุดชมวิวนั้นอาจจะไม่กว้างเท่าดอยเสมอดาวแต่เมื่อแลกมาด้วยความเงียบสงบไม่วุ่นวายแล้วที่นี่ถือว่าสมบูรณ์แบบที่จะมาชมธรรมชาติจริงๆ

ดอยเสมอดาว ผาชู้
ดอยเสมอดาว ผาชู้

และเมื่อเราได้ที่กางเต๊นท์ทำเลทองเรียบร้อยแล้วทีนี้ก็เหลือแค่รอเวลาให้ธรรมชาติสร้างสรรค์ความงดงามด้วยตัวเอง เราเป็นแค่เพียงผู้ชมที่รอชมการแสดงจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว

เมื่อฟ้าเริ่มมืดลง แสงดาวระยิบระยับบนท้องฟ้าก็ออกมาอวดโฉมต้อนรับเราเป็นการแสดงแรกจากธรรมชาติ ขอบอกเลยว่าแอดมินไม่เคยเห็นดาวที่ไหนเยอะและเต็มฟ้าเท่าที่นี่มาก่อน

ไม่แปลกใจเลยทำไมผู้คนถึงยกให้ดอยเสมอดาวเป็นหนึ่งในจุดชมดาวที่สวยที่สุดในประเทศไทย ซึ่งที่ดอยผาชู้ที่เราพักนี้ก็ได้เห็นท้องฟ้าและวิวธรรมชาติเดียวกับดอยเสมอดาวเช่นกันจึงไม่แปลกที่ดาวจะเยอะและอลังการมาก

ดอยเสมอดาว ผาชู้
ดอยเสมอดาว ผาชู้

ภาพโดยรอบผู้คนจากเต๊นท์ต่างๆ ออกมานอนดูดาวหน้าเต๊นท์ของตนเองด้วยความเงียบสงบ ไม่มีการรบกวนกันและกันด้วยเสียงดนตรีหรือการพูดคุยเสียงดัง เป็นสังคมการนอนเต๊นท์ที่ดีมากทุกๆ คนต่างมาเพื่อโหยหาธรรมชาติจริงๆ

เราดูดาวกันอย่างเพลิดเพลิน เห็นดาวตกบ้างเป็นพักๆ นับได้ประมาณเกือบ 10 ดวง พร้อมกับคิดในใจว่าโชคดีจริงๆ ที่ตอนนี้เราได้มานอนอยู่ท่ามกลางหมู่ดาวมากมายขนาดนี้

ดอยเสมอดาว ผาชู้
ดอยเสมอดาว ผาชู้

หลังจากดูดาวจนหนำใจกันแล้วก็ได้เวลานอนอากาศกำลังเย็นสบาย มีลมหนาวพัดมาให้พอสบายตัวไม่หนาวจนเกินไป พร้อมกับกลิ่นของธรรมชาติที่คอยกล่อมเราให้หลับฝันดีตลอดทั้งคืน เป็นอีกหนึ่งคืนที่แสนวิเศษจริงๆ

นาฬิกาปลุกเราขึ้นมาในตอนตี 5 เพราะว่าเรามีนัดกับทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นของที่นี่ รอบๆ ตัวเรายังคงมืดสนิทมีแสงสีทองโผล่ขึ้นมาเล็กน้อยพอให้มองเห็นทะเลหมอกสีขาวเบื้องหน้าเรา

ดอยเสมอดาว ผาชู้
ดอยเสมอดาว ผาชู้

และเมื่อแสงสีทองนี้ค่อยๆ เด่นชัดขึ้นทะเลหมอกที่ซ่อนตัวอยู่ตามขุนเขาที่สัลบซับซ้อนไปมาก็เผยโฉมให้เราได้เห็นอย่างเต็มที่ เป็นอีกหนึ่งการแสดงที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ให้เราได้ชมอย่างน่าประทับใจ

แต่วันนี้โชคไม่ดีพระอาทิตย์ไม่มาตามนัดของเราเนื่องจากมีเมฆหนามากในบริเวณนี้ แต่สิ่งที่เราได้มาแทนคือแสงมีทองที่สาดส่องมาจากหลังหมู่เมฆกระจายไปทั่วทองฟ้า เป็นทะเลหมอกที่มีแบล็คกราวด์เป็นท้องฟ้าสีทองงดงามจริงๆ

ดอยเสมอดาว ผาชู้
ดอยเสมอดาว ผาชู้

เราเพลิดเพลินกับการถ่ายภาพทะเลหมอกและแสงแรกของวันในยามเช้ามากๆ จนลืมไปเลยว่าจุดมุ่งหมายของเราจริงๆ คือ ดอยเสมอดาว

เพราะผาชู้ทำให้เราได้รู้ว่าจริงๆ แล้วความสุขของการท่องเที่ยวคือไม่จำเป็นต้องไปอยู่ในสถานที่ที่คนอื่นพอใจเสมอไป แค่มาอยู่ในจุดที่เราพอใจและมีความสุขกับที่แห่งนี้แค่นี้ก็พอแล้ว

และสำหรับตัวแอดมินเอง ความเงียบสงบ วิวธรรมชาติสุดอลังการ และความสมบูรณ์แบบของธรรมชาติบนดอยผาชู้ ได้เข้ามาครองใจของพวกเราไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว