ผจญภัยไปในคาเฟ่สีดำแห่งเทพนิยายย่านชานเมืองที่ The Black Forest

ผจญภัยไปในคาเฟ่สีดำแห่งเทพนิยายย่านชานเมืองที่ The Black Forest
iPick

สนับสนุนเนื้อหา

เชิญชวนให้ต้องมนต์และหลงใหลในมิติที่แปลกใหม่ ที่ The Black forest คาเฟ่ที่ดึงดูดทุกสายตาที่สุดในย่านชานเมืองใกล้รถไฟฟ้าแบร์ริ่ง พร้อมขนมหวานและเครื่องดื่มที่ครีเอทแบบไม่ซ้ำใครที่นี่ที่เดียว


มาเริ่มทำความรู้จักกับคุณเบส ยอดยุทธ ฉายสุวรรณ์ ผู้เป็นเจ้าของ The Black Forest ผู้สร้างสรรค์คาเฟ่แห่งนี้อย่างสร้างสรรค์และไม่ซ้ำใคร ด้วยประสบการณ์การทำงานด้านกราฟฟิคดีไซน์และงานออกแบบมาก่อน โดยคุณเบสได้พูดถึงที่มาของคำว่า The Black forest หรือป่าดำ (Schwarzwald) สถานที่แห่งหนึ่งในเยอรมัน ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของนิยายที่โด่งดังของสองพี่น้องชาวกริมม์ ที่คุณเบสนั้นชื่นชอบส่วนตัวอยู่แล้ว นำมาเป็นจุดประกายเกิดเป็นไอเดีย เป็นคาเฟ่ 3 ชั้นที่ลึกลับและเต็มไปด้วยเรื่องราวของตัวเองซ่อนอยู่


“เราอยากให้ที่นี่เปรียบเหมือนป่าที่ร่มรื่น มีร่มเงาให้ผู้คนได้หลบจากแดดร้อน ๆ ข้างนอก มานั่งพักผ่อนกันสบาย ๆ”


ดีไซน์ด้านสถาปัตย์เป็นการนำเอาลวดลายและกลิ่นอายของศิลปะแบบ Art Nouveau มาดัดแปลง สู่โครงสร้างเหล็กสีดำ รูปทรงคล้ายกิ่งไม้และต้นไม้ที่ถูกตัดทอนรายละเอียดลง เหลือเพียงลายเส้นโค้ง สลับไปมา สร้างลูกเล่นเป็นเงาตกกระทบหน้าต่างที่เปลี่ยนแปลงไปตามแสงอาทิตย์ในแต่ละช่วงเวลา เพิ่มความน่าสนใจด้วยของประดับตกแต่งสีทอง อย่างถ้วย และช้อน ส้อม ที่เปี่ยมเสน่ห์ แต่ยังคงมีความเรียบง่าย ด้วยการเว้นสเปซของร้านได้อย่างลงตัว


“คาเฟ่หรือร้านอาหาร ก็เป็นเหมือนสิ่งที่สะท้อนบุคลิกและตัวตนของเจ้าของร้านออกมา ถ้าเจ้าของไม่เอาใจใส่มัน มันก็จะเป็นแค่เปลือก แต่ถ้าเราคิดจะทำร้านของตัวเองและพร้อมดูแลมัน ก็จะทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีต่อทั้งเราและต่อลูกค้าที่มาเยือน”


สำหรับใครที่แวะเวียนมาหาขนมหรือกาแฟทานเล่น ๆ ที่แต่ละจานมาพร้อมกับชื่อจากนิทานกริมม์ โดยมีทั้งกาแฟ Cold brew และ Drip ร้อน เมล็ดกาแฟก็มีให้เลือกทั้ง Single origin จากต่างประเทศที่หลากหลายได้มาจากการไปท่องเที่ยวในแต่ละครั้ง หรือเมล็ดของไทยอย่าง เมล็ดกาแฟป่าแป๋ เชียงใหม่ หรือเมล็ดกาแฟเบลนด์จาก Brave Roasters


ต้องลอง Brair Rose (110 บาท) ที่เป็นไอศกรีมรสนมสีแดง เหมือนกับครั่งที่ใช้ประทับบนจดหมายในสมัยก่อน โรยด้วยครัมเบิ้ล เวลเวท และชากุหลาบ ตบท้ายด้วยการเติมช็อตเอสเพรสโซ เข้มข้น


แก้วต่อไปหวานนุ่มปนขมกับ “สัตว์ประหลาดสีน้ำตาลตัวนั้น” คือชื่อของแก้วนี้ “Brown one” (100 บาท) กาแฟเชคเย็นเกิดเป็นฟองคล้ายฟองเบียร์ หอมคาราเมล และโรยหน้าด้วยผงช็อคโกแล็ต ฟูฟ่องสมชื่อเรียก หรือลอง Forest (130 บาท) ช็อกโกแล็ตปั่น หนานุ่มด้วยวิปครีมบนสุด โรยด้วยช็อคโกแล็ตขูด และเพียวเร่เบอรี่ เป็นแก้วที่มีความเข้มข้นสำหรับคนชอบช็อกโกแลตเข้ม ๆ


มาถึงด้านอาหาร ที่นี่เน้นอาหารที่ทานง่าย สะดวก และจบในจานเดียว วัตถุดิบและเมนูมีนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล จานแรกคือ Jaeger (200 บาท) หรือ นายพรานสุดโฉดในนิทาน หนักแน่นด้วย เนื้อสันใน นุ่มลิ้น คลุกเคล้ากับเนยสด โรสแมรี่ และกระเทียมพริกไทย ทานคู่กับซอสสูตรเด็ดรสหวานหอม ประดับจานด้วยขนมปังกรอบ แครอท และมันบด


อีกจานที่ต้องลองคือ Chicken Schnitzel (150 บาท) เนื้อไก่หมักด้วยกระเทียม พริกไทย และปาปริก้า นำไปทอดในน้ำมันท่วม จึงได้ความกรอบนอก นุ่มใน ท็อปด้วยชีส และมันบด หรือสั่ง Ham Bacon (170 บาท) วาฟเฟิลเนื้อนุ่ม ท็อปด้วยเบค่อน ออมเล็ต และเชดด้าชีส


รายละเอียดร้าน: http://www.ipick.com/bangkok/th/restaurant/30013525

ตามไปกินกับ iPick แอปพลิเคชั่นแนะนำร้านอาหารอยากแนะนำให้มาลองกัน แล้วอย่าลืมติดตามความอร่อยจากเรากันอีกได้ทางเพจ iPickth

ติดตามSanook! Travel

เรื่องเที่ยวแบบรู้ใจคนไทยด้วยกัน ท่องเที่ยวทั่วไทย และทั่วโลก รีวิวร้านอาหาร ที่พัก อ่านได้ที่นี่ที่เดียว