คั่วกลิ้ง ปราย ระย้า

คั่วกลิ้ง ปราย ระย้า
Matichon

สนับสนุนเนื้อหา

ผู้เขียน สุรนันทน์ เวชชาชีวะ

ที่มา คอลัมน์ ชิมชิล-ชิล มติชนรายวัน

ต้องเริ่มด้วยการสารภาพตรงๆ ว่า ผมไม่ใช่คนที่ “ถนัด” อาหาร “ปักษ์ใต้” เกิดในกรุงเทพฯ จนไปเรียนต่างประเทศ อาหารภาคกลางเป็นหลัก กินเผ็ดเป็นเพราะคุณแม่สอน และถึงจะชอบเผ็ดอย่างน้ำพริกปลาทู แกงเขียวหวาน แกงส้ม แต่ก็ไม่ “เผ็ดร้อนแรง” อย่างอาหารใต้

ที่ได้ลิ้มลองอาหารปักษ์ใต้จริงๆ ก็ช่วงรับราชการที่ต้องเดินทางไปทั่วหล้า แต่มาทำ “การเมือง” กลับทำงานให้ “คนเหนือ” ไส้อั่ว น้ำพริกหนุ่ม เป็นอาหารชื่นชอบ หุหุ

การเมืองไม่เกี่ยว ถึงจะขับเคี่ยวมากับพรรคประชาธิปัตย์ “สะตอ” เกือบยกพรรค เพราะเพื่อนฝูงมี และใช่ว่าจะทำให้ “ไม่ชอบ” เราต้องแยกแยะ เพื่อนคือเพื่อน อาหารอร่อยคืออาหารอร่อย ต่อสู้ทางความคิดก็ว่ากันไป

แต่ถ้ากลับมาถามว่า “ถนัด” คือ “รู้ลึก” ไหม เกี่ยวกับอาหารปักษ์ใต้ ก็คือไม่รู้ แต่ถ้าถามว่า “ชอบ” ไหม ต้องบอกว่า “ชอบ” อยู่กรุงเทพฯกินที่ “บ้านไอซ์” ทั้งที่ประชาชื่น

ต้นตำรับ และสาขาทองหล่อ จนถึงพารากอน ไปภูเก็ตก็ “ระย้า” และเมื่ออยู่แถวสุขุมวิท ย่อมไม่พ้น “คั่วกลิ้ง ผักสด” ซึ่งตามมาตั้งแต่ซอยสุขุมวิท 40 จนย้ายมา “ทองหล่อ”

คนใต้แท้ๆ อาจหัวเราะ เพราะคงมีร้านทีเด็ดอีกหลายแห่ง ใครแนะนำได้ช่วยบอกทีครับ!!

ที่เขียนถึงวันนี้เพราะได้มีโอกาสไปร้าน “คั่วกลิ้ง ผักสด” อีกครั้ง คราวนี้ไปลองที่ใหม่ “ขยาย” สาขามาซอยประสานมิตร เช่าบ้านหลังใหญ่ขึ้น มีสองชั้น พร้อมห้องส่วนตัว ตกแต่งสวยงามสว่างไสวกว่าร้านเดิม มีเมนูทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษแยกเล่ม อธิบายอาหารแต่ละจานชัดเจน พร้อมทั้งประวัติที่มาที่ไปของร้าน

เมื่อเป็น “รุ่นลูก” มาทำ ย่อม “ทันสมัย” ขึ้น แต่ยังบอกกล่าวว่าเป็นอาหารปักษ์ใต้ “โฮมเมด” คุณแม่คุณป้าทำมา และเปิดร้าน “เพราะเราเชื่อว่า ความรู้สึกที่ได้รับประทานอาหารที่บ้านอร่อยที่สุด และเป็นความทรงจำที่มีความสุขของทุกคนที่ได้อยู่ร่วมกัน”

ทำร้านต้องมี “สตอรี่” ให้รู้ว่า “ดั้งเดิม” หรือเป็น “ออริจินัล” ในบรรยากาศกันเอง ซึ่งต้องถือว่าประสบความสำเร็จ อาหารอร่อยฝีมือไม่ตก โดยเฉพาะ “คั่วกลิ้ง” จานเด็ด ผมชอบเป็นพิเศษแต่ไหนแต่ไร หมูสับผัดเครื่องแกงพร้อมข้าวร้อนๆ แต่เมื่อไปกันหลายคนต้องสั่งอาหารเต็มโต๊ะ จึงมี “ไข่พะโล้

ขาหมู” “หมูฮ้อง” “สะตอผัดกุ้ง” “ปลาเต๋าเต้ยทอดพริกขี้หนูสวน” “แกงเหลือง” “แกงไตปลา” และ “ไข่เจียว” ไว้แก้เผ็ด

พร้อมด้วย “น้ำพริกกุ้งสด” แต่ดันลืม “แกงปูใบชะพลู” แหม….ต้องกลับไปอีก!!

“คั่วกลิ้ง ผักสด” ขยายฐานระดับนี้ อินเตอร์ขึ้น แข่งขันกับ “บ้านไอซ์” ได้ แต่ที่แน่ๆ ทำให้คนรู้จัก “อาหารปักษ์ใต้” มากขึ้น โดยเฉพาะ “ฝรั่ง” ที่ผ่านมา ดูจะรู้จักอาหาร “อีสาน” มากกว่า ผมว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะอาหารไทยมีความหลากหลาย แต่ละภูมิภาคมีเอกลักษณ์ และเชื่อว่ารสชาติของแต่ละจาน เข้าสู่ “ตลาดโลก” ได้สบายๆ

การ “แข่งขัน” สนุกขึ้น เมื่อ “ระย้า” จากภูเก็ต โดย “รุ่นลูกหลาน” ยกครัวขึ้นกรุงเทพฯ เปิด “ปราย ระย้า” ในสุขุมวิทซอย 8

ไปไม่ถึง “ภูเก็ต” ก็ได้ มาให้ลองใกล้ๆ จะไม่ไปลองได้ไง!!

ผมไปกันสองคนกับ “ท่าน ผ.บ.ที่บ้าน” (จะไปกับใครได้) ไม่ได้จอง ร้านใหญ่ แต่แน่น เกือบหาที่นั่งไม่ได้ ทั้งไทย ทั้งฝรั่ง เสียงดังคึกคัก การตกแต่งสวย คง “กลิ่นอาย” ของร้านที่ภูเก็ต ซึ่งใช้บ้านเก่าแก่มาทำร้าน

ไม่ผิดหวังครับ รสชาติเข้มข้นไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ผิดเพี้ยนเหมือนกินที่ภูเก็ต ทั้ง “น้ำพริกกุ้งเสียบ” “ใบเหลียงผัดไข่” “ห่อหมกภูเก็ต” และ “คั่วกลิ้ง” อยากสั่งอีก แต่อิ่มแปล้ต่อไม่ไหว

“คั่วกลิ้ง ผักสด” และ “บ้านไอซ์” สร้างเนื้อสร้างตัวในตลาดกรุงเทพฯมาช้านาน ในขณะที่ “ปราย ระย้า” ข้ามเขตเข้าเมืองหลวงครั้งแรก ทั้งสามร้านบริการดี พนักงานสุภาพ วัตถุดิบมีคุณภาพ ฝีมือการปรุงแต่งตกผลึก ยังเชือดเฉือนกันไม่ลง ต้องตามกันต่อไป

ในที่สุดใครจะครองใจคนกรุง!!