ม่อนแจ่ม สัมผัสลมหนาว ชมทะเลหมอก พร้อมข้อมูลการเดินทาง

ม่อนแจ่ม สัมผัสลมหนาว ชมทะเลหมอก พร้อมข้อมูลการเดินทาง
S! Travel

สนับสนุนเนื้อหา

ม่อนแจ่ม ที่เที่ยวหน้าหนาวยอดฮิต อาหารอร่อย จิบกาแฟอุ่นๆ ท่ามกลางวิวสวยๆ

ม่อนแจ่ม

ข้อมูลน่ารู้เรื่องม่อนแจ่ม

ม่อนแจ่ม ตั้งอยู่บนสันเขาบริเวณหมู่บ้านม้งหนองหอย อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมือง เชียงใหม่ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที ไปถึงม่อนแจ่ม มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี อีกทั้งก็ยังมีหมอกในตอนเช้านับเป็นการต้อนรับเช้าวันใหม่ที่สดใส และที่นี่ก็ยังมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็น วิวทิวทัศน์ได้อย่างชัดเจนอีกด้วย

โดยเฉพาะทิวเขาที่สลับกันไกลจนสุดลูกหูลูกตา ซึ่งเมื่อมองลงไปที่ด้านล่างทางทิศใต้ก็จะพบกับหมู่บ้านม้งหนองหอย และ พื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอยโดยรอบ เป็นแปลงปลูกผักและวิจัยพืชเมืองหนาว ก็ขอแนะนำว่าให้เดินทางมาเที่ยวในช่วงเดือนตุลาคม - กุมภาพันธ์ แถมบรรยากาศก็จะเย็นสบายได้ที่ และนอกจากนี้ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยว รวมไปถึงที่พักอีกหลากหลายที่ตั้งอยู่ในบริเวณโดยรอบ ม่อนแจ่ม

ส่วนการเดินทางขึ้นเขาไปม่อนแจ่มนั้น บางช่วงชันมากและหักศอก ถนนค่อนข้างแคบรถสวนกันลำบาก ที่จอดรถบนม่อนแจ่มตรงร้านอาหารมีจำกัด และถ้าขึ้นไปตรงกับช่วงเวลาอาหาร เพราะที่จอดรถจะเต็ม และก็ต้องจอดรถด้านล่างแล้วเดินขึ้นเขาค่อนข้างชันไปประมาณ 100 เมตร ถ้าไม่อยากเดินขึ้นเขา ก็มีมอเตอร์ไซค์รับจ้างคันละ 20 บาทพาขึ้นเขาไปบนม่อนแจ่ม

ม่อนแจ่ม

นักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวม่อนแจ่ม ส่วนใหญ่ก็จะขึ้นไปชมวิวและสัมผัสอากาศที่หนาวเย็นบนสันเขาที่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,350 เมตร นอกจากนี้บนม่อนแจ่มก็ยังมีร้านอาหารอร่อย ให้นั่งทานไปชมวิวไปอีกด้วย

ม่อนแจ่มม่อนแจ่ม

(วิวจากซุ้มอาหารที่ทำด้วยแคร่ไม้ไผ่ มีโต๊ะอาหารเตี้ยๆอยู่ตรงกลาง)

พอถึงช่วงใกล้ปีใหม่นี้ นักท่องเที่ยวจะเยอะมากๆ หลายๆ คน ก็อยากนั่งในซุ้มที่อยู่ริมหน้าผาทานอาหาร และ ได้ชมวิวไปด้วย ถ้าหากว่าต้องการนั่งในซุ้ม ก็เข้ามาในร้านอาหารแล้ว แล้วก็ต้องรีบเดินหาว่ามีซุ้มไหนว่างบ้าง เพราะถ้าซุ้มด้านล่างไม่ว่างก็ต้องขึ้นไปทานอาหารด้านบนซึ่งเป็นห้องอาหารรวม

ซุ้มริมหน้าผาสำหรับนั่งทานอาหารซุ้มริมหน้าผาสำหรับนั่งทานอาหาร

ที่ใกล้ๆ ซุ้มที่นั่งทานอาหารบนม่อนแจ่ม ก็จะมีที่พัก ที่เป็นเต็นท์เพื่อให้เช่าพักค้างคืน หากพัก 2 คนราคา 1,200 บาท หากพัก 3 คนราคา 1,800 บาท เต็นท์ใหญ่พัก 4 คน ราคา 2,400 บาท

ม่อนแจ่มม่อนแจ่ม

เมื่อจองที่นั่งได้แล้ว จะต้องเดินไปสั่งอาหารที่แคชเชียร์ที่อยู่ด้านบน เราควรจะดูเมนูอาหารเตรียมไปก่อน เพราะเมื่อไปถึงจะได้ยื่นรายการอาหาร ที่เราจะสั่งพร้อมระบุเบอร์โต๊ะหรือซุ้มที่เรานั่ง พอจ่ายเงินเสร็จแล้วก็นั่งรอ จากนั้นพนักงานจะนำอาหารมาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะหรือซุ้มที่เรานั่งอยู่

ร้านอาหารที่ ม่อนแจ่มร้านอาหารที่ ม่อนแจ่ม

ม่อนแจ่มเป็นพื้นที่บนสันเขาสูงประมาณ 1,350 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นส่วนหนึ่งของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านม้งหนองหอย ที่อำเภอแม่ริม แต่เดิมแล้วที่แห่งนี้เป็นที่รกร้างว่างเปล่า ทั้งยังมีหญ้าคาขึ้นเต็มไปหมด ทำให้ทางโครงการหลวงเห็นว่าที่บนนี้มีวิวธรรมชาติที่สวยงาม อากาศจะเย็นสบายตลอดปี

หลังจากนั้นได้พัฒนาที่แห่งนี้ เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ทั้งยังเปิดให้บริการเมื่อปี พ.ศ. 2552 โดยรอบๆ บริเวณนี้มีแปลงผัก ซึ่งเป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับโดยนำเอาเศษเหล็กเก่าๆ สิ่งของเหลือใช้ เช่น รถเก่าๆ ที่หมดสภาพไปแล้ว ของโครงการหลวง โถอ่างล้างหน้า ก็นำมาใช้เป็นที่ปลูกพืชผัก ดอกไม้ และ ใช้ในการประดับตกแต่งสวน ซึ่งแนวคิดผสมผสานธรรมชาติเข้ากับสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น

ปากทางเข้าม่อนแจ่มปากทางเข้าม่อนแจ่ม

รูปปากทางเข้า ม่อนแจ่ม จะมีรถล้อเลื่อนของชาวเขาให้นักท่องเที่ยวเช่าเพื่อเล่นด้วย

เราสั่งอาหารไป 6 อย่าง มี ยำเนื้อไก่ใบเซอเรล( ใบเซอเรลเปรี้ยวหน่อย แต่ว่าเมื่อไปยำกับเนื้อไก่แล้ว รสชาติก็อร่อย ) ไก่ผัดใบเบซิล, ขาหมู, น่องไก่ทอด, กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา, ผัดผักฮ่องเต้น้ำมันหอย, หลังจากยื่นรายการอาหารที่เราสั่งพร้อมระบุเบอร์ซุ้มเรียบร้อยและจ่ายเงินแล้ว เราก็กลับไปนั่งชมวิวรอที่ซุ้ม ก็รอสักครู่ใหญ่พนักงานก็นำอาหารมาเสิร์ฟ อาหารทุกจานที่เราสั่งอร่อยทุกจาน 

ยำเนื้อไก่ใบเซอเรลยำเนื้อไก่ใบเซอเรล 

กะหล่ำปลีทอดน้ำปลาและผัดผักฮ่องเต้น้ำมันหอยกะหล่ำปลีทอดน้ำปลาและผัดผักฮ่องเต้น้ำมันหอย 

ไก่ผัดใบเบซิลไก่ผัดใบเบซิล 

ขาหมูขาหมู 

หลังจากทานอาหารเสร็จเราก็ไปเดินเล่นชมวิวในสวนหลังจากทานอาหารเสร็จเราก็ไปเดินเล่นชมวิวในสวน

ซึ่งหลังจากทานอาหาร และ เดินเที่ยวบนม่อนแจ่มเสร็จแล้ว เราก็ขับรถลงจากม่อนแจ่ม เพื่อไปสำรวจลานกางเต็นท์ และ ที่พักบริเวณใกล้เคียง

ซึ่งที่พักม่อนแจ่มจุดแรกที่เราไป ก็คือ ม่อนแคนอิงดอย ที่เพิ่งเปิดมาได้เพียง 2 เดือน เพื่อต้อนรับคริสต์มาส และ ปีใหม่ ถ้าหากเรานำเต็นท์มากางเองที่นี่คิดคนละ 150 บาท แต่ว่าถ้านอนในเต็นท์ ที่เขาจัดให้ ตรงเต็นท์เล็กจะพัก 2 คน คิดหลังละ 500 บาท ถ้าเลือกเต็นท์ใหญ่หน่อยพักได้ 3 - 4 คน คิดหลังละ 700 บาท

ม่อนแคนอิงดอย 089-955-0684ม่อนแคนอิงดอย 089-955-0684

เราขับรถต่อไปที่ม่อนอิงดาว ที่นี่มีทั้งบ้านและเต็นท์ แต่บ้านพักเต็มตลอดทั้งเดือน ส่วนเต็นท์คิดเต็นท์ละ 700 บาท พักได้จำนวน 2 - 3 คน ถ้าหากพัก 4 คน ก็คิดเพิ่มเต็นท์ละ 800 บาท (ช่วงนี้ราคาแพงกว่าปกติ)

ม่อนอิงดาว 086-216-7405ม่อนอิงดาว 086-216-7405

ถัดจากม่อนอิงดาวก็เป็นม่อนวิวงาม มีทั้งบ้านพักและเต็นท์ บ้านพักราคา 1,500-2,000บาท แต่เต็มตลอดเดือนธันวาคมและมกราคม ที่เต็นท์พักได้ 2 - 3 คน ราคาหลังละ 700 บาท ถ้าหากพัก 4 คน ราคาจะอยู่ที่ 800 บาท ถ้าหากว่าเป็นเต็นท์ VIP ก็จะมีห้องน้ำในตัว คิดราคาหลังละ 1,000 บาท 

ม่อนวิวงาม 082-895-8304ม่อนวิวงาม 082-895-8304

แห่งสุดท้ายที่เราแวะชมคือ ม่อนตะวัน ที่อยู่สูงกว่าเพื่อน และ ก็มีวิวสวยกว่าที่อื่นๆ แต่ว่าทางขึ้นค่อนข้างชัน หลักๆ ที่นี่มี ทั้งบ้านพัก และ เต็นท์ สำหรับบ้านพักช่วงเดือนธันวาคมและมกราคมค่อนข้างเต็ม โดยที่พักแบบเต็นท์คิดหลังละ 600 บาท พักได้จำนวน 2 - 3 คน

ม่อนตะวันม่อนตะวัน 

ภาพที่ม่อนตะวัน 080-123-1609 เปิดมาได้ประมาณ 3 ปีแล้ว ภาพที่ม่อนตะวัน 080-123-1609 เปิดมาได้ประมาณ 3 ปีแล้ว

หลังจากที่ได้แวะชม ที่กางเต็นท์และที่พักบริเวณใกล้ม่อนแจ่มแล้ว เราก็ขับรถกลับเชียงใหม่ ซึ่งระหว่างทางแวะดื่มกาแฟที่ร้าน Tita Gallery สำหรับร้านนี้อยู่ทางเดียวกับทางไปโรงแรม Four Seasons แม่ริม ร้านนี้ตกแต่งร้านได้สวยมาก บรรยากาศดี เราต้องแวะร้านกาแฟร้านนี้ทุกครั้ง ที่ขึ้นมาทานอาหารที่ม่อนแจ่ม หรือร้านโป่งแยงแอ่งดอย

Tita ม่อนแจ่มTita ม่อนแจ่ม

Tita ม่อนแจ่มTita ม่อนแจ่ม

กาแฟเย็น กาแฟร้อน ไอศกรีมกาแฟเย็น กาแฟร้อน ไอศกรีม

ภายในร้านขายของที่ระลึกภายในร้านขายของที่ระลึก

ภายในร้านขายของที่ระลึกภายในร้านขายของที่ระลึกภายในร้านขายของที่ระลึกภายในร้านขายของที่ระลึก

ทางเข้าร้านด้านข้าง Titaทางเข้าร้านด้านข้าง Tita 

ทางเข้าร้านด้านข้าง Titaทางเข้าร้านด้านข้าง Tita 

รีวิวม่อนแจ่ม

เรียกได้ว่าภาพบรรยากาศโดยรวมที่ได้เดินทางมาเที่ยวหน้าหนาวที่ม่อนแจ่ม ในครั้งนี้ถือว่าคุ้มค่าเลยทีเดียว เพราะทั้งบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ มีดอกไม้, ต้นไม้, ภูเขาเขียวชอุ่ม สลับกับ สีของดิน โดยจุดที่เป็นสีน้ำตาลแดงดูสวยงามสบายตา อีกทั้งอากาศก็กำลังเย็นสบาย

เพราะว่าช่วงที่เดินทางมาเป็นช่วงหน้าหนาวพอดิบพอดี ก็เลยไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการใช้ชีวิตกลางวันสักเท่าไหร่ เรื่องราคาที่พักก็อยู่ในเกณฑ์ที่ถูกแต่คุณภาพดี หากจะพักแบบเป็นบ้านที่นี่ หรือจะพกเต้นท์ส่วนตัวมากางก็ได้ ขอแนะนำว่าถ้าคิดจะมาเที่ยวที่นี่ในช่วงเทศกาล ก็อยากให้เตรียมตัวจองที่พักมาก่อนล่วงหน้าไม่อย่างนั้นจะเต็มซะก่อน ไม่มีที่นอนไม่รู้ด้วย ส่วนเรื่องอาหารที่นี่อร่อยทุกอย่าง อยากให้มาลองดูสักครั้ง

สรุปรวมรวบยอด คือ มาเถอะ ไม่เสียเที่ยวแน่นอน มาแล้วพกกล้องคู่ใจ พร้อมด้วยเมมโมรี่การ์ดหลายๆ ใบมาไว้เก็บภาพประทับใจกลับไปให้อื้อ เอาให้คนที่ไม่ได้มาอิจฉากันไปข้างเลยขอบอก 

ข้อมูลการเดินทางไป ม่อนแจ่ม

วิธีที่ 1. การเดินทางโดย รถยนต์ส่วนตัว

การเดินจากกรุงเทพฯ ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข ( พหลโยธิน ) แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 32 ( สายเอเซีย ) ผ่านอยุธยา, อ่างทอง, นครสวรรค์, หลังจากนั้นก็ใช้ทางหลวงหมายเลข 117 ไปยัง จังหวัดพิษณุโลก ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 11 ผ่านลำปาง ลำพูน ถึงเชียงใหม่ระยะทางประมาณ 695 กิโลเมตร หรืออีกทางหนึ่งคือจาก นครสวรรค์ ไปตามทางหลวง หมายเลข 1 ผ่านกำแพงเพชร, ตาก, และ ลำปาง ไปถึงเชียงใหม่ ระยะทางประมาณ 696 กิโลเมตร  

วิธีที่ 2. การเดินทางโดย รถไฟ 

จะมีรถด่วน และ รถเร็ว ออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพ ( หัวลำโพง ) ทุกวัน ลองสอบถามรายละเอียดได้ที่ หน่วยบริการการ เดินทาง การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 0 2223 7010, 0 2223 7020, 1690 สถานีรถไฟเชียงใหม่ 

โทร. 0 5324 2094 และ www.railway.co.th และนอกจากนี้ขบวนรถไฟ Orient-Express มีบริการเส้นทาง กรุงเทพ - เชียงใหม่เป็นครั้งคราว ก็สามารถสอบถาม รายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ บริษัท ซีทัวร์ จำกัด โทร. 0 2216 5783 หรือที่ www.orient-express.com 

วิธีที่ 3. การเดินทางโดย รถโดยสารประจำทาง 

จะมีรถประจำทางปรับอากาศสายกรุงเทพฯ - เชียงใหม่ ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ ( หมอชิต 2 ) ถนนกำแพงเพชร 2 ทุกวันๆ ละหลายเที่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง

ลองสอบถามรายละเอียดได้ที่ บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร. 0 29362852;66 และที่เชียงใหม่ โทร 053241449 , 053242664 หรือดูใน www.transport.co.th

ทันจิตต์ทัวร์ โทร. 0 2936 3210 , นครชัยแอร์ โทร. 0 2936 3901, 0 2936 3355 นิววิริยะยานยนต์ทัวร์ 

โทร. 0 2936 2207,สมบัติทัวร์ โทร. 0 2936 3355,สหชาญทัวร์ โทร. 0 2936 2762, สยามเฟิสท์ทัวร์ โทร. 0 2954 3601-7 

วิธีที่ 4. การเดินทางโดย เครื่องบิน 

- สำหรับการบินไทย บริการเที่ยวบินประจำระหว่างกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง สำรองที่นั่ง โทร. 0 2280 0060, 0 2628 2000, 0 2356 1111 สอบถามรายละเอียด โทร. 1566 สำนักงานเชียงใหม่ โทร. 0 5321 0043-4 และ www.thaiairways.com 

- สายการบิน บางกอกแอร์เวย์ บริการเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-สุโขทัย-เชียงใหม่ โทร. 0 2265 5555, 0 2265 5678 และ www.bangkokair.com 

- สายการบินวันทูโก มีบริการเที่ยวบินกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ทุกวันสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 1126 หรือ  www.fly12go.com  

- สายการบินนกแอร์ เปิดบริการเที่ยวบินกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และ เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน ทุกวัน และ กรุงเทพ-เลย-อุดรธานี-เชียงใหม่ ทุกวันศุกร์และวันอาทิตย์ รายละเอียดสอบถามศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 1318 หรือ www.nokair.com 

- สายการบิน ไทยแอร์เอเชีย มีบริการเที่ยวบินระหว่าง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ สอบถามรายละเอียด โทร.0 2515 9999 หรือ www.airasia.com 

- สายการบิน เอส จี เอ มีบริการเที่ยวบิน เชียงใหม่ - เชียงราย, เชียงใหม่ - ปาย และ เชียงใหม่ - แพร่  โทร. 0 2664 6099 เว็บไซต์ www.sga.co.th 

ขอบคุณข้อมูลจาก http://paiduaykan.com

ติดตามSanook! Travel

เรื่องเที่ยวแบบรู้ใจคนไทยด้วยกัน ท่องเที่ยวทั่วไทย และทั่วโลก รีวิวร้านอาหาร ที่พัก อ่านได้ที่นี่ที่เดียว