5 ที่เที่ยวธรรมชาติสวยสะดุดตาในภาคกลาง

5 ที่เที่ยวธรรมชาติสวยสะดุดตาในภาคกลาง
S! Travel

สนับสนุนเนื้อหา

หนาวนี้หากใครยังไม่มีโปรแกรมไปเที่ยวกอดลมหนาวที่ภาคเหนือ ลองใช้เวลาวันหยุดสั้นๆ มาสัมผัสลมหนาวใกล้ๆ ที่ภาคกลาง ขอบอกว่า สวยเด็ดไม่แพ้กันเลยนะ

1.เขาช้างเผือก จ.กาญจนบุรี เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ  จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีความสูงถึง 1,249 จากระดับน้ำทะเล  การเดินทางขึ้นสู่ยอดเขาช้างเผือกนั้นใช้การเดินเท้าในระยะทางประมาณ 8-9 กิโลเมตร ซึ่งเส้นทางนั้นจะเป็นเส้นทางที่ลัดเลาะยอดเขาต่างๆ แต่ตลอดเส้นทางสามารถชมวิวทิวทัศน์สวยๆ ได้ตลอดเส้นทาง และมีจุดกางเต็นท์เพียงจุดเดียวที่ กิ่วลม เท่านั้น

2.เขากระโจม จ.ราชบุรี เป็นยอดเขาสุดเขตชายแดนระหว่างไทย-พม่า ตั้งอยู่ในแนวเทือกเขาตะนาวศรี มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,045 เมตร บริเวณนี้เป็นที่อาศัยของของชุมชนชาวกะเหรี่ยง ซึ่งอพยพมาจากเมืองทวายประเทศพม่า ชาวกะเหรี่ยงเรียกยอดเขานี้ว่า "เขาลันดา" ซึ่งหมายถึง ภูเขาที่มีที่ราบ ส่วนชื่อ "เขากระโจม" นั้นได้รับฉายามาจากคนไทยที่เข้าไปทำเหมืองแร่ แล้วมองเห็นยอดเขาดูดล้ายกระโจมของชนเผ่าอินเดียนแดงนั่นเอง

3.เขาจีนแล จ.ลพบุรี เที่ยวชมทุ่งทานตะวันในฤดูหนาว สายลมเย็นและแสงแดดอ่อนยามเช้าที่คลอเคลียหยอกเย้ากับทุ่งทานตะวันจะช่วยกล่อมเกลาความงามของธรรมชาติให้โชติช่วงขึ้นอีกหลายเท่าตัว ตราบเท่าที่ความโรแมนติกยังคงตลบอบอวลอยู่ในทุ่งทานตะวันของเขาจีนแลแห่งนี้

4.เขาเทวดา จ.สุพรรณบุรี ชมทิวทัศน์ที่สวยงามบนยอดเขาเทวดา ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของเมืองสุพรรณบุรี ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติพุเตย ยิ่งในคืนฟ้าเปิดเราก็สามารถนอนดูดาวได้อย่างชัดเจน และจากจุดนี้ในช่วงเช้านักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นไปบนยอดเขาเทวดาเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้น ท่ามกลางหุบเขาสลับซับซ้อนสุดลูกหูลูกตา และหมอกสีขาวล่องลอยราวปุยนุ่นได้อีกด้วย 

5.เขาพะเนินทุ่ง จ.เพชรบุรี ในพื้นที่อุดมไปด้วยผืนป่าแห่งนี้มีทะเลหมอกคือไฮไลน์ของที่นี่ บอกได้เลยว่าไม่จำเป็นต้องไปถึงยอดภูที่ภาคเหนือมาที่นี่ก็เห็นแล้ว ภาพทะเลหมอกหนาๆ ลอยละเลียดแนวเขาสลับซับซ้อนเป็นวิวที่สวยมากๆ เลยขอบอก

ร่วมเป็นแฟนเพจเรา บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!