เปิดชื่อ 6 ผลไม้ช่วย "บำรุงหัวใจ" อย่างเงียบๆ ไทยมีกินครบทุกอย่าง!

เปิดชื่อ 6 ผลไม้ช่วย "บำรุงหัวใจ" อย่างเงียบๆ ไทยมีกินครบทุกอย่าง!

เปิดชื่อ 6 ผลไม้ช่วย "บำรุงหัวใจ" อย่างเงียบๆ ไทยมีกินครบทุกอย่าง!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

6 ผลไม้ใกล้ตัว ดีต่อหัวใจ ช่วยดูแลหลอดเลือด หาซื้อง่ายตามตลาดไทย

ผลไม้บำรุงหัวใจ ไม่จำเป็นต้องเป็นผลไม้นำเข้าราคาแพงเสมอไป เพราะผลไม้ที่เราคุ้นเคยและหาซื้อได้ตามตลาดทั่วไปหลายชนิด ก็มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด ทั้งใยอาหาร โพแทสเซียม วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของร่างกาย

สมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา (American Heart Association หรือ AHA) แนะนำให้รับประทานผักและผลไม้อย่างหลากหลายเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการกินที่ดีต่อสุขภาพหัวใจ เพราะการได้รับสารอาหารจากพืชอย่างเหมาะสมมีความสัมพันธ์กับสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดที่ดีขึ้น และอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังบางชนิดได้

สำหรับประเทศไทย มีผลไม้หลายชนิดที่หาได้ง่ายตามตลาดสด ร้านขายผลไม้ และซูเปอร์มาร์เก็ต โดยเฉพาะ 6 ชนิดต่อไปนี้ ซึ่งมีจุดเด่นด้านโภชนาการแตกต่างกันไป และสามารถนำมาสลับรับประทานในชีวิตประจำวันได้โดยไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง

1. ฝรั่ง อุดมด้วยวิตามินซีและใยอาหาร

ฝรั่ง เป็นผลไม้ที่หาซื้อได้ง่ายแทบตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นฝรั่งกิมจู ฝรั่งแป้นสีทอง หรือฝรั่งพันธุ์อื่น ๆ จุดเด่นของฝรั่งคือมีวิตามินซีสูง พร้อมทั้งใยอาหารและโพแทสเซียม ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพหัวใจ

ใยอาหารจากฝรั่ง โดยเฉพาะใยอาหารชนิดละลายน้ำ เป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่อาจช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้ เมื่อรับประทานร่วมกับอาหารที่สมดุล ขณะที่โพแทสเซียมมีบทบาทในการควบคุมสมดุลของเหลวและการทำงานของกล้ามเนื้อ รวมถึงกล้ามเนื้อหัวใจ

วิธีเลือกซื้อฝรั่ง ควรเลือกผลที่ผิวตึง ไม่มีรอยช้ำหรือบริเวณที่นิ่มผิดปกติ หากชอบเนื้อกรอบให้เลือกผลที่ยังแน่นและมีสีเขียวสด ส่วนฝรั่งที่เริ่มสุกจะมีกลิ่นหอมและเนื้อนุ่มขึ้น แนะนำให้รับประทานเป็นผลสดแทนฝรั่งแช่บ๊วยหรือฝรั่งคลุกผงปรุงรสที่อาจมีโซเดียมและน้ำตาลสูง

2. ส้มโอ มีวิตามินซีและสารพฤกษเคมีจากธรรมชาติ

ส้มโอ เป็นผลไม้ตระกูลส้มที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทย มีหลายสายพันธุ์ เช่น ส้มโอขาวน้ำผึ้ง ส้มโอทองดี และส้มโอทับทิมสยาม ซึ่งแต่ละพันธุ์มีรสชาติและลักษณะเนื้อแตกต่างกัน แต่โดยทั่วไปส้มโอเป็นแหล่งของวิตามินซี โพแทสเซียม และใยอาหาร

นอกจากนี้ ส้มโอยังมีสารประกอบจากพืชในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในระดับชีวเคมี การรับประทานผลไม้ตระกูลส้มอย่างหลากหลายเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการกินที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจ อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการกินส้มโอเพียงอย่างเดียวจะช่วยป้องกันโรคหัวใจหรือหลอดเลือดอุดตันได้โดยตรง

การเลือกซื้อส้มโอควรพิจารณาตามลักษณะของแต่ละสายพันธุ์ เลือกผลที่เปลือกสมบูรณ์ ไม่มีรอยเน่าหรือเชื้อรา และมีน้ำหนักเหมาะสมกับขนาด สำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกไม่มาก สามารถแบ่งรับประทานเป็นมื้อ ๆ ได้ โดยควรเก็บเนื้อส้มโอที่แกะแล้วในภาชนะปิดสนิทและแช่เย็น

ข้อควรระวัง: ส้มโออาจมีปฏิกิริยากับยาบางชนิด เช่น ยาลดคอเลสเตอรอลบางตัวและยารักษาโรคความดันโลหิตบางชนิด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) ระบุว่าส้มโออาจมีผลต่อการทำงานของยาคล้ายกับเกรปฟรุต ผู้ที่รับประทานยาเป็นประจำจึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน

3. กล้วย แหล่งโพแทสเซียมที่ช่วยสนับสนุนการควบคุมความดันโลหิต

กล้วย เป็นผลไม้ที่มีจำหน่ายทั่วไปในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นกล้วยน้ำว้า กล้วยหอม หรือกล้วยไข่ โดยมีสารอาหารสำคัญอย่างโพแทสเซียม ซึ่งช่วยในการทำงานของระบบประสาท กล้ามเนื้อ และการรักษาสมดุลของความดันโลหิต

การได้รับโพแทสเซียมอย่างเพียงพอจากอาหารตามธรรมชาติ ร่วมกับการควบคุมปริมาณโซเดียม มีส่วนช่วยสนับสนุนการควบคุมความดันโลหิต ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้ กล้วยยังมีใยอาหารที่ช่วยในการทำงานของระบบทางเดินอาหาร

สำหรับการเลือกซื้อ หากต้องการรับประทานทันทีสามารถเลือกกล้วยที่เปลือกเริ่มเหลืองและเนื้อไม่ช้ำ แต่หากต้องการเก็บไว้หลายวัน ควรเลือกกล้วยที่ยังไม่สุกเต็มที่ เพื่อให้ทยอยรับประทานได้ตามต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องเลือกกล้วยสายพันธุ์ใดเป็นพิเศษ

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เป็นโรคไตเรื้อรังหรือได้รับคำแนะนำให้จำกัดโพแทสเซียม ควรระมัดระวังปริมาณการรับประทานกล้วยและผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูงตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร

4. ส้ม กินทั้งผลได้ใยอาหารมากกว่าดื่มแต่น้ำ

ส้ม เป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ โดยเฉพาะวิตามินซี โพแทสเซียม ใยอาหาร และสารประกอบจากพืชในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสารอาหารที่พบในรูปแบบการกินที่ดีต่อสุขภาพหัวใจ

หลายคนคุ้นเคยกับการดื่มน้ำส้มคั้น แต่หากต้องการได้รับใยอาหารมากขึ้น การรับประทานส้มเป็นผลถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจกว่า เพราะเนื้อส้มและเยื่อหุ้มกลีบมีใยอาหารที่อาจลดลงเมื่อคั้นและกรองเอากากออก นอกจากนี้ การกินผลไม้ทั้งผลยังช่วยให้อิ่มได้มากกว่าการดื่มน้ำผลไม้ในปริมาณที่ให้พลังงานใกล้เคียงกัน

สำหรับการเลือกซื้อ ควรเลือกส้มที่เปลือกไม่มีรอยเน่าหรือเชื้อรา ผิวไม่ยุบตัวผิดปกติ และมีน้ำหนักเหมาะสมกับขนาด หากต้องการดื่มน้ำส้ม ควรเลือกชนิดไม่เติมน้ำตาลและควบคุมปริมาณ เพราะแม้เป็นน้ำผลไม้แท้ก็ยังมีน้ำตาลตามธรรมชาติและให้ใยอาหารน้อยกว่าการรับประทานเป็นผล

5. มะละกอสุก มีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระ

มะละกอสุก เป็นผลไม้ที่มีรสหวานตามธรรมชาติ เนื้อนุ่ม และรับประทานได้ง่าย โดยมีสารอาหารสำคัญหลายชนิด เช่น วิตามินซี ใยอาหาร โพแทสเซียม และสารแคโรทีนอยด์ ซึ่งเป็นสารให้สีเหลืองส้มในพืชและมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการต้านอนุมูลอิสระ

สารแคโรทีนอยด์บางชนิด เช่น เบตาแคโรทีน เป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ ขณะที่ไลโคปีนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบในผลไม้และผักบางชนิด แม้สารเหล่านี้จะมีบทบาทที่น่าสนใจต่อสุขภาพ แต่ยังไม่ควรกล่าวอ้างว่าการกินมะละกอสามารถป้องกันโรคหัวใจได้โดยตรง

วิธีเลือกมะละกอสำหรับรับประทานทันที ควรเลือกผลที่เปลือกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองค่อนข้างทั่ว มีความนุ่มเล็กน้อยเมื่อกดเบา ๆ และไม่มีรอยเน่า หากต้องการเก็บไว้หลายวันสามารถเลือกผลที่เริ่มมีสีเหลืองแล้วนำมาวางให้สุกต่อที่บ้าน ส่วนมะละกอที่ปอกหรือหั่นแล้วควรเก็บในภาชนะปิดสนิทและแช่เย็น

6. อะโวคาโด มีไขมันดี ช่วยเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่ดีต่อหัวใจ

อะโวคาโด เป็นผลไม้ที่แตกต่างจากผลไม้ส่วนใหญ่ เพราะมีไขมันเป็นองค์ประกอบค่อนข้างมาก โดยเฉพาะไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated Fat) ซึ่งเป็นไขมันที่เหมาะสำหรับใช้ทดแทนไขมันอิ่มตัวจากอาหารบางประเภท นอกจากนี้ ยังมีใยอาหารและโพแทสเซียม

งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร Journal of the American Heart Association เมื่อปี 2022 ซึ่งติดตามข้อมูลจากบุคลากรทางการแพทย์มากกว่า 110,000 คน พบว่า ผู้ที่รับประทานอะโวคาโดอย่างน้อย 2 หน่วยบริโภคต่อสัปดาห์ มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดที่ต่ำกว่าผู้ที่แทบไม่ได้รับประทาน โดยเฉพาะเมื่อใช้อะโวคาโดทดแทนอาหารบางชนิดที่มีไขมันอิ่มตัวสูง

อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษานี้เป็นการศึกษาความสัมพันธ์ ไม่ได้พิสูจน์ว่าการกินอะโวคาโดเป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้ความเสี่ยงโรคหัวใจลดลง สิ่งสำคัญคือรูปแบบการกินโดยรวมและการเลือกแหล่งไขมันที่เหมาะสมในชีวิตประจำวัน

อะโวคาโดสามารถนำมารับประทานได้หลายรูปแบบ ทั้งหั่นใส่สลัด บดทาขนมปังโฮลวีต หรือรับประทานคู่กับไข่และผักสด หากต้องการดูแลสุขภาพหัวใจ ควรหลีกเลี่ยงการเติมนมข้นหวาน น้ำตาล หรือครีมในปริมาณมาก เพราะอาจทำให้ได้รับพลังงานและน้ำตาลเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น

สำหรับการเลือกซื้ออะโวคาโด ควรเลือกผลที่ไม่มีรอยช้ำลึกหรือรอยเน่า ผลที่สุกพร้อมรับประทานมักมีความนุ่มเล็กน้อยเมื่อกดเบา ๆ ทั้งนี้ สีเปลือกอาจแตกต่างกันตามสายพันธุ์ จึงไม่ควรใช้สีเป็นเกณฑ์ตัดสินเพียงอย่างเดียว

กินผลไม้ดีต่อหัวใจอย่างไร ให้ได้ประโยชน์มากที่สุด?

แม้ผลไม้ทั้ง 6 ชนิดจะมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องรับประทานทุกชนิดในแต่ละวัน หรือจำเป็นต้องเลือกผลไม้ชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นพิเศษ สิ่งสำคัญคือการกินผักและผลไม้ให้หลากหลาย เลือกอาหารที่สมดุล และควบคุมปริมาณน้ำตาล โซเดียม และไขมันอิ่มตัวจากอาหารโดยรวม

แนวทางการรับประทานผลไม้เพื่อสุขภาพที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ มีดังนี้

  • เลือกกินผลไม้ทั้งผล เพื่อให้ได้รับใยอาหารมากกว่าการดื่มน้ำผลไม้ที่ผ่านการคั้นหรือกรองกาก
  • รับประทานให้หลากหลาย สลับชนิดและสีของผลไม้ เพื่อให้ได้รับวิตามิน แร่ธาตุ และสารพฤกษเคมีที่แตกต่างกัน
  • หลีกเลี่ยงการเติมน้ำตาลเกินจำเป็น โดยเฉพาะผลไม้แช่อิ่ม ผลไม้เชื่อม และน้ำผลไม้ที่เติมน้ำตาล
  • เลือกผลไม้ตามฤดูกาล เพราะมักหาซื้อได้ง่าย มีความสดใหม่ และมีราคาเหมาะสม
  • ควบคุมปริมาณให้เหมาะสม โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โรคไต หรือมีข้อจำกัดด้านอาหาร ควรเลือกชนิดและปริมาณตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์

นอกจากนี้ การดูแลหัวใจให้แข็งแรงยังต้องอาศัยพฤติกรรมสุขภาพด้านอื่นร่วมด้วย เช่น การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การนอนหลับให้เพียงพอ การไม่สูบบุหรี่ และการควบคุมความดันโลหิต ระดับน้ำตาล รวมถึงไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม

สรุป 6 ผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจ

ฝรั่ง ส้มโอ กล้วย ส้ม มะละกอ และอะโวคาโด ล้วนเป็นผลไม้ที่มีสารอาหารน่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด โดยแต่ละชนิดมีจุดเด่นแตกต่างกัน ทั้งวิตามินซี ใยอาหาร โพแทสเซียม สารต้านอนุมูลอิสระ และไขมันไม่อิ่มตัว

อย่างไรก็ตาม ไม่มีผลไม้ชนิดใดสามารถป้องกันหรือรักษาโรคหัวใจได้ด้วยตัวเอง การรับประทานผลไม้อย่างหลากหลายในปริมาณที่เหมาะสม ควบคู่กับอาหารที่มีประโยชน์และการดูแลสุขภาพด้านอื่น ๆ จึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมมากกว่า และไม่จำเป็นต้องเลือกผลไม้ราคาแพงเสมอไป เพราะผลไม้พื้นบ้านที่หาซื้อได้ง่ายก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่ดีต่อหัวใจได้เช่นกัน

 

 

 

แหล่งอ้างอิง

  1. American Heart Association – How to Eat More Fruit and Vegetables
  2. U.S. Food and Drug Administration – Grapefruit Juice and Some Drugs Don't Mix
  3. American Heart Association – Eating Two Servings of Avocados a Week Linked to Lower Risk of Cardiovascular Disease (2022)
  4. The American Journal of Clinical Nutrition – Effects of Replacing Solid Fats and Added Sugars with Avocado (2026)
  5. National Heart, Lung, and Blood Institute – Avocados Can Support a Heart-Healthy Diet
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล