เอะใจลูก 3 ขวบ "นอนเร็ว" หลังมีพี่เลี้ยง แม่แอบติดกล้องรู้ความจริง ขึ้นเงินเดือนให้เท่าตัว!

ลูกชาย 3 ขวบจากนอนยาก กลับหลับเร็วหลังมีพี่เลี้ยง แม่แอบติดกล้องรู้ความจริง ยอมขึ้นเงินเดือนให้เท่าตัว
จากเดิมที่ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะพาลูกชายวัย 3 ขวบเข้านอน กลับกลายเป็นว่าเด็กน้อยเริ่มเข้านอนได้เร็วขึ้นหลังครอบครัวจ้างพี่เลี้ยงมาช่วยดูแล ทำให้ผู้เป็นแม่ทั้งแปลกใจและสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น เธอจึงตัดสินใจติดกล้องวงจรปิดบริเวณพื้นที่ส่วนกลางเพื่อดูว่าลูกใช้ชีวิตอย่างไรในช่วงที่เธอไม่อยู่บ้าน
สิ่งที่เห็นผ่านกล้องกลับทำให้เธอรู้สึกทั้งประหลาดใจและประทับใจ จนสุดท้ายเธอกับสามีตัดสินใจ ขึ้นเงินเดือนพี่เลี้ยงจาก 10,000 บาท เป็น 20,000 บาทต่อเดือน เพื่อเป็นการตอบแทนความใส่ใจในการดูแลลูก และขอให้เธอช่วยดูแลเด็กต่อไป
แม่ทำงานหนักจนไม่มีเวลาดูแลลูกเต็มที่
เรื่องราวนี้เล่าจากมุมของคุณแม่รายหนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านี้คิดว่าตัวเองสามารถจัดการทั้งงานบ้านและดูแลลูกได้โดยไม่ต้องมีคนช่วย แต่หลังจากได้รับตำแหน่งที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น งานก็เริ่มรัดตัวจนต้องกลับบ้านดึกอยู่บ่อยครั้ง ทำให้มีเวลาอยู่กับลูกชายวัย 3 ขวบน้อยลง
หลังพูดคุยกับสามี ทั้งคู่จึงตัดสินใจจ้างพี่เลี้ยงด้วยค่าจ้างเดือนละ 10,000 บาท โดยเนื่องจากลูกยังเล็ก คุณแม่จึงค่อนข้างพิถีพิถันในการคัดเลือกคนมาดูแล ทั้งสอบถามข้อมูลจากคนรู้จักและพูดคุยกันอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจรับเข้าทำงาน
หลังผ่านไปประมาณ 3 เดือน เธอสังเกตว่าพี่เลี้ยงเป็นคนมีระเบียบ รอบคอบ และใส่ใจเด็ก รวมถึงช่วยจัดการงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ภายในบ้านอย่างเต็มใจ ทำให้โดยรวมแล้วเธอรู้สึกไว้วางใจมากขึ้น
จากเด็กนอนยาก กลายเป็นเข้านอนเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
สิ่งหนึ่งที่ทำให้คุณแม่ประหลาดใจมากที่สุดคือพฤติกรรมการนอนของลูกที่เปลี่ยนไป ก่อนหน้านี้ลูกชายเป็นเด็กนอนยาก ในแต่ละคืนเธอต้องใช้เวลานานในการกล่อม บางครั้งต้องเล่านิทาน เปิดเพลง หรือนอนอยู่ข้าง ๆ ลูกกว่าจะหลับ
บางคืนเด็กยังคงวิ่งเล่นไปทั่วห้องแม้จะดึกแล้ว ทั้งขอน้ำ ขอของเล่น หรือหาเหตุผลต่าง ๆ เพื่อไม่ยอมนอน จนบางครั้งเธอกับสามีต้องผลัดกันกล่อมลูกไปจนถึงดึก
แต่หลังจากมีพี่เลี้ยงเข้ามาช่วยดูแล กลับพบว่าลูกชายเริ่มเข้านอนเร็วขึ้น งอแงน้อยลง และตื่นขึ้นมาในตอนเช้าด้วยอารมณ์ที่สดใสมากขึ้น ที่สำคัญคือพี่เลี้ยงดูเหมือนจะไม่ต้องใช้เวลานานในการกล่อมเด็กเข้านอนเหมือนที่พ่อแม่เคยเจอ
แม่สงสัย จึงตัดสินใจติดกล้องดูพฤติกรรมของลูก
ตอนแรกคุณแม่ถึงกับพูดเล่นกับสามีว่า หรือพี่เลี้ยงจะมีวิธีอะไรเป็นพิเศษที่ทำให้ลูกง่วงนอน แต่เมื่อคิดถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน เธอก็เริ่มกังวลว่าอาจมีบางอย่างที่ตัวเองยังไม่รู้
หลังจากคิดอยู่หลายวัน เธอจึงตัดสินใจติดกล้องวงจรปิดบริเวณพื้นที่ส่วนกลางของบ้าน เพื่อดูว่าลูกใช้ชีวิตอย่างไรในช่วงที่เธอไม่อยู่ โดยมีเป้าหมายสำคัญคืออยากมั่นใจว่าลูกได้รับการดูแลอย่างปลอดภัยและเหมาะสม
แต่ภาพจากกล้องกลับทำให้เธอประหลาดใจ เพราะพี่เลี้ยงไม่ได้ใช้วิธีพิเศษใด ๆ เพื่อทำให้เด็กง่วงนอน ตรงกันข้าม สิ่งที่เธอทำเป็นประจำคือจัดกิจกรรมให้เด็กได้เคลื่อนไหวและใช้เวลาอย่างเหมาะสมตลอดทั้งวัน
พี่เลี้ยงไม่ได้ปล่อยให้ลูกดูหน้าจอตลอดวัน แต่ชวนทำกิจกรรมง่าย ๆ
หลังรับประทานอาหารเช้า พี่เลี้ยงมักพาเด็กออกไปเดินเล่นหรือทำกิจกรรมเคลื่อนไหวในพื้นที่ที่ปลอดภัย เมื่ออยู่ที่บ้าน เธอก็ชวนเด็กทำกิจกรรมง่าย ๆ เช่น เก็บของเล่น เก็บเสื้อผ้าใส่ตะกร้า หรือช่วยทำงานเล็ก ๆ ที่เหมาะกับวัย
แทนที่จะปล่อยให้เด็กนั่งดูโทรศัพท์หรือโทรทัศน์เป็นเวลานาน พี่เลี้ยงพยายามชวนลูกออกมาเล่น สำรวจสิ่งรอบตัว และทำกิจกรรมที่หลากหลาย โดยทุกอย่างอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ใหญ่ และไม่ได้บังคับให้เด็กทำกิจกรรมเกินกำลัง
เมื่อเด็กทำสิ่งใดสำเร็จ พี่เลี้ยงก็จะกล่าวชมอย่างอ่อนโยน ทำให้เด็กเกิดความสนใจและอยากลองทำกิจกรรมใหม่ ๆ ต่อไป วิธีดังกล่าวช่วยให้ช่วงเวลากลางวันของเด็กมีรูปแบบมากขึ้น แทนที่จะใช้เวลาไปกับการอยู่หน้าจอหรือเล่นอย่างไม่มีจังหวะพัก
ช่วงเย็นค่อย ๆ ลดกิจกรรม ก่อนเข้าสู่เวลานอน
เมื่อเข้าสู่ช่วงเย็น พี่เลี้ยงจะค่อย ๆ ลดกิจกรรมที่ต้องใช้แรงลง จากนั้นให้เด็กกินอาหารตามเวลา และเปลี่ยนไปทำกิจกรรมที่สงบมากขึ้น เช่น อ่านหนังสือหรือเล่นตัวต่อ ก่อนเตรียมตัวเข้านอน
เมื่อกิจวัตรในแต่ละวันค่อนข้างสม่ำเสมอ เด็กจึงค่อย ๆ คุ้นเคยกับช่วงเวลานอนมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานในการกล่อมเหมือนที่ผ่านมา สำหรับครอบครัวนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เคล็ดลับลึกลับ แต่เป็นการสร้างกิจวัตรที่สม่ำเสมอและเหมาะกับวัยของเด็ก
แม่เห็นภาพจากกล้องแล้วรู้สึกทั้งอายและชื่นชมพี่เลี้ยง
หลังดูภาพจากกล้องจนจบ คุณแม่ยอมรับว่ารู้สึกทั้งประทับใจและรู้สึกผิดกับตัวเองเล็กน้อย เพราะก่อนหน้านี้เธอมักคิดว่าเด็กยังเล็ก จึงปล่อยให้ลูกเล่นตามใจ และเมื่อมีเวลาน้อยก็มักเปิดการ์ตูนให้ลูกดูเพื่อให้ตัวเองสามารถทำงานต่อได้
เธอเพิ่งตระหนักว่าพี่เลี้ยงสามารถจัดสรรเวลาให้ลูกทำกิจกรรมง่าย ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอเองทำได้ไม่เต็มที่ในช่วงที่ต้องทำงานหนัก ความใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้ทำให้เธอเข้าใจมากขึ้นว่า การดูแลเด็กไม่ได้มีเพียงเรื่องอาหาร เสื้อผ้า หรือของเล่นเท่านั้น
สามีตัดสินใจขึ้นเงินเดือนให้ 2 เท่า
เมื่อคุณแม่เล่าเรื่องทั้งหมดให้สามีฟัง และให้เขาดูภาพจากกล้องด้วย ทั้งคู่ต่างพอใจกับวิธีการดูแลลูกของพี่เลี้ยง จึงตัดสินใจขึ้นเงินเดือนจาก 10,000 บาท เป็น 20,000 บาทต่อเดือน เพื่อแสดงความขอบคุณสำหรับความทุ่มเทและความใส่ใจที่มีต่อลูก
คุณแม่ยอมรับว่าเงินเดือนอาจไม่สามารถวัดคุณค่าของคนคนหนึ่งได้ทั้งหมด แต่สำหรับครอบครัวแล้ว การได้พบคนที่ไว้ใจได้ มีความอดทน และใส่ใจพัฒนาการของเด็กถือเป็นเรื่องที่หาได้ไม่ง่าย
พี่เลี้ยงช่วยแบ่งเบา แต่พ่อแม่ยังเป็นคนสำคัญที่สุด
เหตุการณ์ครั้งนี้ยังทำให้คุณแม่หันกลับมาทบทวนตัวเองว่า แม้พี่เลี้ยงจะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระและดูแลกิจวัตรประจำวันของลูกได้ แต่การเลี้ยงดูและสร้างความสัมพันธ์กับลูกยังเป็นหน้าที่สำคัญของพ่อแม่ที่ไม่ควรถูกละเลย
สำหรับเธอแล้ว สิ่งที่ได้เรียนรู้คือการทำงานหนักเพื่อครอบครัวเป็นเรื่องสำคัญ แต่การหาเวลาอยู่กับลูกและมีส่วนร่วมกับการเติบโตของเขาก็สำคัญไม่แพ้กัน พี่เลี้ยงอาจเป็นผู้ช่วยที่ดี แต่ไม่สามารถทดแทนบทบาทของครอบครัวได้ทั้งหมด
เรื่องราวนี้จึงไม่ได้สะท้อนเพียงความสามารถของพี่เลี้ยงในการดูแลเด็กเท่านั้น แต่ยังชวนให้พ่อแม่หันกลับมามองกิจวัตรในแต่ละวันของลูก เพราะบางครั้งการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ อย่างการมีกิจกรรมที่เหมาะสม การใช้เวลาร่วมกัน และการนอนเป็นเวลา ก็อาจสร้างความแตกต่างให้กับชีวิตประจำวันของเด็กได้
หมายเหตุ: เรื่องราวนี้เป็นประสบการณ์ที่เผยแพร่ผ่านสื่อต่างประเทศ ควรใช้วิจารณญาณในการนำไปปรับใช้กับเด็กแต่ละคน เนื่องจากเด็กแต่ละคนมีพัฒนาการและความต้องการแตกต่างกัน
- ไวรัล 11 ล้านวิว หนุ่มทำเซียน จู่ๆ รับบทโค้ช "สอน" สาวตีกอล์ฟ หารู้ไม่เธอคือมืออาชีพ!
- พนง.เงินเดือน ตรวจ DNA พิสูจน์เป็นลูกชายของ "ชนชั้นสูง" ขึ้นแท่นมหาเศรษฐีชั่วข้ามคืน

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี