สายการบินมีวิธีเลือก "ผู้โชคดี" อย่างไร? จองตั๋วประหยัด จู่ๆ ได้อัปเกรดนั่งชั้นธุรกิจฟรี!

สายการบินมีวิธีเลือก "ผู้โชคดี" อย่างไร? จองตั๋วประหยัด จู่ๆ ได้อัปเกรดนั่งชั้นธุรกิจฟรี!

สายการบินมีวิธีเลือก "ผู้โชคดี" อย่างไร? จองตั๋วประหยัด จู่ๆ ได้อัปเกรดนั่งชั้นธุรกิจฟรี!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

จองตั๋วประหยัดแต่ได้อัปเกรดนั่ง Business Class ฟรี! ไขลับสายการบิน... เขาใช้เกณฑ์อะไรเลือกผู้โชคดี?

ลองจินตนาการว่าคุณเดินทางมาถึงสนามบินพร้อมตั๋วชั้นประหยัด (Economy) ในมือ แต่จู่ๆ ก็เกิดปาฏิหาริย์ได้รับคำบอกกล่าวจากเจ้าหน้าที่ว่า "คุณได้รับอัปเกรดเป็นชั้นธุรกิจ (Business Class) ฟรี!" ความรู้สึกในตอนนั้นคงไม่ต่างจากการถูกลอตเตอรี่หรือแต้มบุญทำงานหนักมาก

แต่รู้หรือไม่ว่า การอัปเกรดที่นั่งฟรีเหล่านี้แทบไม่เคยเกิดขึ้นจาก "ความสุ่มดวง" หรือความใจดีของสายการบินเลย ทว่ามีระบบคำนวณอันชาญฉลาดเบื้องหลัง ทั้งการจัดการความจุห้องโดยสาร สิทธิประโยชน์สมาชิก ตั๋วที่ซื้อ และเหตุผลทางระบบการบิน หากสิ่งนี้เกิดขึ้นกับคุณ นั่นคือผลลัพธ์จากอัลกอริทึมที่วางไว้เป็นอย่างดีต่างหาก


ทำไมสายการบินถึงอัปเกรดที่นั่งให้ผู้โดยสารฟรี?

สาเหตุหลักและพบได้บ่อยที่สุดคือ "ความไม่สมดุลของที่นั่งในห้องโดยสาร" (Cabin Imbalance) สมมติว่าเที่ยวบินหนึ่งมีชั้นธุรกิจ 20 ที่นั่ง และชั้นประหยัด 180 ที่นั่ง หากที่นั่งชั้นธุรกิจว่างอยู่หลายที่ แต่ชั้นประหยัดกลับถูกจองจนเต็มแน่น การย้ายผู้โดยสารชั้นประหยัดบางคนขึ้นไปนั่งชั้นธุรกิจจะช่วยแก้ปัญหาการจัดการ และทำให้เที่ยวบินนั้นสามารถรับผู้โดยสารได้เต็มความจุพอดี

เหตุการณ์นี้มักเกิดขึ้นเมื่อเกิดการ "ขายตั๋วเกินจำนวนที่นั่ง" (Overbooking) ซึ่งเป็นกลยุทธ์ปกติของสายการบินที่มักจะขายตั๋วเผื่อไว้ เพราะคาดว่าจะมีผู้โดยสารบางส่วนยกเลิกหรือสวมสิทธิ์ไม่ทัน แต่เมื่อถึงเวลาจริง หากผู้โดยสารมาครบทุกคน สายการบินจึงต้องแก้ปัญหาด้วยการขยับผู้โดยสารบางส่วนไปชั้นที่สูงกว่า


สายการบินมีวิธีเลือก "ผู้โชคดี" อย่างไร?

การที่ชั้นประหยัดเต็ม ไม่ได้แปลว่าผู้โดยสารทุกคนจะมีโอกาสได้อัปเกรดเท่าๆ กัน ทุกสายการบินมีเกณฑ์การจัดลำดับความสำคัญ (Upgrade Hierarchy) ของตัวเองอย่างชัดเจน ดังนี้

1. ระดับสมาชิกสะสมไมล์ (Frequent-Flyer Status)

ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือ "ความภักดีต่อแบรนด์" สมาชิกบัตรทอง บัตรแพลตตินัม หรือผู้ที่เดินทางกับสายการบินนั้นๆ เป็นประจำ จะได้รับการพิจารณาเป็นอันดับแรกเสมอ

2. ราคาและชั้นตั๋วที่ซื้อ (Ticket Type & Fare Class)

ผู้โดยสารที่จ่ายค่าตั๋วชั้นประหยัดในราคาเต็มหรือราคาสูงกว่า จะได้รับสิทธิ์ก่อนคนที่ซื้อตั๋วราคาโปรโมชัน เช่น สายการบิน Delta จะใช้ราคาตั๋วเดิมที่ซื้อเป็นหนึ่งในเกณฑ์การจัดลำดับอัปเกรด

3. ตั๋วราคาถูกที่สุดอาจถูกตัดสิทธิ์ (Basic Economy Exception)

ข้อควรระวังคือ ตั๋วประเภท Basic Economy หรือตั๋วราคาประหยัดพิเศษ มักมีเงื่อนไขระบุไว้ชัดเจนว่า "ไม่สามารถขออัปเกรดได้ทุกกรณี" ดังนั้น แม้ชั้นธุรกิจจะเหลือที่ว่างมากมาย คุณก็อาจไม่ได้รับสิทธิ์นั้น


เราสามารถเอ่ยปากขออัปเกรดฟรีที่เคาน์เตอร์ได้ไหม?

คุณสามารถเอ่ยปากถามเจ้าหน้าที่อย่างสุภาพได้เสมอ แต่ไม่มีอะไรรับประกันได้เลยว่าคุณจะสมหวัง เพราะการอัปเกรดฟรีในปัจจุบันถูกควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์และเกณฑ์ของสายการบินเป็นหลัก

ข้อเท็จจริงเรื่องเวลา Check-in:
สำหรับการอัปเกรดฟรีตามระบบ เวลาเช็กอินอาจไม่ได้มีผลมากเท่ากับระดับสมาชิกและประเภทตั๋ว แต่ในกรณีที่เที่ยวบินนั้นเต็มมากๆ (Oversold) เวลาที่เช็กอินอาจถูกนำมาใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินว่าใครจะได้ไปต่อ หรือใครจะถูกปฏิเสธการขึ้นเครื่อง หากไม่มีผู้โดยสารสละสิทธิ์โดยสมัครใจ

ดังนั้น หากวันไหนที่คุณโชคดีได้ยินคำว่า "ทางเราขออนุญาตอัปเกรดที่นั่งให้คุณนะคะ" ไม่ต้องประหลาดใจว่าสายการบินนึกใจดีขึ้นมา แต่ให้รู้ไว้ว่าตั๋วที่คุณถือ สถิติการเดินทางของคุณ หรืออัลกอริทึมของสายการบิน ได้คำนวณแล้วว่าคุณคือคนที่เหมาะสมที่สุดในเที่ยวบินนั้น!

  • รู้หรือไม่? นอนโรงแรมควรเปิดไฟห้องน้ำทิ้งไว้ มีประโยชน์กับชีวิตจริงๆ ไม่อิงเรื่องผี
  • มาแปลก! นางแบบเผยเคล็ดลับ "กางเกง" ที่ใส่ขึ้นเครื่องบิน ให้ได้อัพเกรดที่นั่ง-อาหาร
  •  

    เรียบเรียงภาษาไทยสำหรับ Sanook / คอลัมน์เกร็ดการท่องเที่ยว
    อ้างอิงข้อมูลจาก: บทความวิเคราะห์ระบบการบิน / การบริหารจัดการชั้นโดยสาร (Cabin Capacity Management)
    แชร์เรื่องนี้
    แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
    ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
    กำลังโหลดข้อมูล