ผู้กำกับยอมรับ! "ดาราคนนี้" แม้แต่ AI ยังแพ้ยับเยิน เสน่ห์ที่สร้างเลียนแบบไม่ได้

ผู้กำกับยอมรับ! "ดาราคนนี้" แม้แต่ AI ยังแพ้ยับเยิน เสน่ห์ที่สร้างเลียนแบบไม่ได้

ผู้กำกับยอมรับ! "ดาราคนนี้" แม้แต่ AI ยังแพ้ยับเยิน เสน่ห์ที่สร้างเลียนแบบไม่ได้
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

AI ยังแทนไม่ได้! “ดาโกตา จอห์นสัน” รับบท มาริลิน มอนโร หลังทดลองใช้ AI สร้างภาพเทพธิดาแห่งฮอลลีวูด

เมื่อ AI ถูกนำมาทดลองสร้าง “มาริลิน มอนโร” อีกครั้ง แต่สุดท้ายกลับแพ้ให้กับการแสดงของมนุษย์ ด้านผู้กำกับ แม็กกี้ จิลเลนฮาล เลือกให้ ดาโกตา จอห์นสัน และ เอลเลน เบิร์สติน ถ่ายทอดเรื่องราวของตำนานฮอลลีวูดในสองช่วงวัย

มาริลิน มอนโร (Marilyn Monroe) ยังคงเป็นหนึ่งในไอคอนแห่งวงการภาพยนตร์ที่มีเสน่ห์เหนือกาลเวลา แม้เวลาจะผ่านไปหลายทศวรรษ แต่ภาพลักษณ์ของเธอยังคงถูกนำกลับมาพูดถึงอยู่เสมอ ล่าสุดมีการทดลองนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยสร้างภาพลักษณ์ของเธอขึ้นใหม่ แต่ผลลัพธ์กลับพิสูจน์ว่า “ความเป็นมนุษย์” ยังเป็นสิ่งที่เทคโนโลยีเลียนแบบได้ยาก

ผลงานภาพยนตร์สั้นเรื่อง “Flesh Impact” ของผู้กำกับหญิงชื่อดัง แม็กกี้ จิลเลนฮาล (Maggie Gyllenhaal) เดิมทีมีแนวคิดที่จะใช้ AI วิเคราะห์ผลงานในอดีตของมาริลิน มอนโร แล้วนำใบหน้าของเธอมาผสมผสานกับร่างของนักแสดงสาว ดาโกตา จอห์นสัน (Dakota Johnson)

แต่หลังจากทดลองจริง ทีมผู้สร้างกลับตัดสินใจเปลี่ยนแนวทาง เพราะพบว่า AI ยังไม่สามารถถ่ายทอดเสน่ห์ อารมณ์ และความมีชีวิตชีวาของนักแสดงหญิงระดับตำนานได้เทียบเท่าการแสดงของมนุษย์

AI สร้างมาริลิน มอนโรไม่ได้? ผู้กำกับยอมรับ “มนุษย์ยังเหนือกว่า”

แม็กกี้ จิลเลนฮาล เปิดเผยในงานเทศกาลภาพยนตร์เวนิสว่า โปรเจกต์นี้เริ่มต้นขึ้นจากความสนใจในศักยภาพของ AI โดยทีมงานได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องในการนำภาพและผลงานเก่าของมาริลิน มอนโรมาใช้ เพื่อทดลองสร้างภาพลักษณ์ใหม่ผ่านเทคโนโลยี

แนวคิดแรกคือการฝึก AI ให้เรียนรู้จากผลงานของมอนโร ก่อนนำลักษณะใบหน้าของเธอมาผสมกับการแสดงของดาโกตา จอห์นสัน

อย่างไรก็ตาม หลังจากทำงานร่วมกับเทคโนโลยีดังกล่าว ผู้กำกับกลับพบว่า การแสดงจริงของดาโกตา จอห์นสัน มีทั้งพลัง ความรู้สึก และความเป็นธรรมชาติมากกว่าภาพที่สร้างจาก AI

เธอกล่าวว่า AI ที่สร้างขึ้นไม่สามารถให้ความรู้สึกแบบเดียวกับนักแสดงตัวจริงได้ และนั่นทำให้เธอตัดสินใจเปลี่ยนแนวทางของภาพยนตร์

“Flesh Impact” จินตนาการ หากมาริลิน มอนโรยังมีชีวิตอยู่ในยุคปัจจุบัน

ภาพยนตร์สั้นเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงการย้อนรำลึกถึงมาริลิน มอนโร แต่ตั้งคำถามว่า หากเธอยังมีชีวิตอยู่ในยุคปัจจุบัน เธอจะเป็นศิลปินและผู้หญิงแบบไหน

ทีมผู้สร้างเลือกให้นักแสดงสองรุ่นมาร่วมถ่ายทอดตัวละครเดียวกัน ได้แก่ ดาโกตา จอห์นสัน รับบทมอนโรในช่วงวัยสาว ขณะที่ เอลเลน เบิร์สติน (Ellen Burstyn) รับบทมอนโรในช่วงวัยปัจจุบัน

เรื่องราวจึงไม่ได้เน้นเพียงความเหมือนทางรูปลักษณ์ แต่ต้องการสะท้อนตัวตน ความทรงจำ และเส้นทางชีวิตของหญิงสาวผู้กลายเป็นสัญลักษณ์ของวงการบันเทิงโลก

AI กับอนาคตวงการภาพยนตร์ โอกาสใหม่หรือความกังวลครั้งใหญ่?

แม้ AI จะถูกมองว่าเป็นเครื่องมือที่สามารถเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมภาพยนตร์ได้อย่างมาก แต่แม็กกี้ จิลเลนฮาลมองว่า เทคโนโลยีนี้มีทั้งข้อดีและความท้าทาย

เธอเชื่อว่า AI อาจช่วยลดต้นทุนการผลิตภาพยนตร์ได้อย่างมหาศาล จากเดิมที่ภาพยนตร์ใช้งบประมาณหลายสิบล้านดอลลาร์ อาจลดลงเหลือเพียงหลักล้านหรือหลักหมื่นดอลลาร์ในอนาคต

สิ่งนี้อาจเปิดโอกาสให้ผู้สร้างหน้าใหม่ที่ไม่มีเงินทุนจำนวนมาก สามารถสร้างผลงานของตัวเองได้ง่ายขึ้น และทำให้วงการภาพยนตร์เข้าถึงคนกลุ่มใหม่มากขึ้น

แต่ในอีกด้านหนึ่ง เธอกังวลว่า หากเทคโนโลยีสามารถสร้างภาพยนตร์คุณภาพสูงได้ด้วยต้นทุนต่ำมาก อาจทำให้รูปแบบการผลิตภาพยนตร์แบบดั้งเดิมลดลง และส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมในระยะยาว

 

ท้ายที่สุด การทดลองสร้างมาริลิน มอนโรด้วย AI ในภาพยนตร์ “Flesh Impact” กลายเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า แม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้าเพียงใด แต่สิ่งที่ทำให้การแสดงมีชีวิตยังคงเป็น อารมณ์ ความรู้สึก และประสบการณ์ของมนุษย์

AI อาจช่วยสร้างภาพที่เหมือนจริงได้มากขึ้น แต่เสน่ห์ของนักแสดงระดับตำนานอย่างมาริลิน มอนโร อาจเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยหัวใจของมนุษย์ในการถ่ายทอดออกมา

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล