ทุกอย่างเกิดขึ้นไวมาก! สาวอินฟลูฯ ถูกชิงโทรศัพท์ขณะรถติด ปิดกระจกล็อกรถก็ไม่รอด

ทุกอย่างเกิดขึ้นไวมาก! สาวอินฟลูฯ ถูกชิงโทรศัพท์ขณะรถติด ปิดกระจกล็อกรถก็ไม่รอด

ทุกอย่างเกิดขึ้นไวมาก! สาวอินฟลูฯ ถูกชิงโทรศัพท์ขณะรถติด ปิดกระจกล็อกรถก็ไม่รอด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

อยู่ในรถเก๋งก็ไม่รอด! สาวอินฟลูฯ ถูกชิงโทรศัพท์ไม่ทันตั้งตัวขณะรถติด ปิดกระจกรถไม่ช่วยอะไร

ทาบาตา เลงก์ (Tabata Lenk) ครีเอเตอร์สายยานยนต์ชาวบราซิล เจอเหตุการณ์สุดระทึกขณะรถติดอยู่บนถนน Avenida Tancredo Neves ในเมืองเซาเปาโล เมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังถูกคนร้าย 2 คนขี่รถจักรเข้าประกบ ก่อนทุบกระจกรถและกระชาก iPhone ของเธอไป เหตุการณ์ทั้งหมดถูกบันทึกจากกล้องติดรถยนต์ และคลิปได้กลายเป็นกระแสไวรัลในเวลาต่อมา

เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้จบเพียงการสูญเสียโทรศัพท์ เพราะเลงก์เปิดเผยว่า หลังจากคนร้ายได้ iPhone ไปแล้ว พวกเขายังสามารถเข้าถึงแอปธนาคารและโอนเงินออกจากบัญชีของเธอได้ แม้โทรศัพท์จะอยู่ในสถานะล็อก ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงทั้งในแง่อาชญากรรมและความปลอดภัยทางดิจิทัล

คนร้าย 2 คนขี่รถจักรประกบ ก่อนทุบกระจกฉก iPhone

ภาพจากกล้องติดรถเผยให้เห็นชาย 2 คนขี่รถจักรเข้ามาจอดข้างรถของเลงก์ ขณะที่เธอกำลังจอดนิ่งอยู่ท่ามกลางการจราจร จากนั้นหนึ่งในคนร้ายทุบกระจกฝั่งผู้โดยสาร ก่อนเอื้อมมือเข้าไปกระชาก iPhone ที่ติดอยู่กับแท่นวางบริเวณหน้ารถ แล้วรีบหลบหนีไปพร้อมกับรถจักรที่รออยู่

สิ่งที่น่าตกใจคือ เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยใช้เวลาไม่ถึง 3 วินาที หลังถูกโจรกรรม เลงก์มีอาการตกใจและหายใจหอบอย่างรุนแรง ขณะที่ผู้คนบริเวณใกล้เคียงรีบเข้ามาช่วยเหลือ

โทรศัพท์ถูกล็อก แต่คนร้ายกลับโอนเงินจากบัญชีได้

หลังเกิดเหตุ เลงก์เปิดเผยว่า คนร้ายสามารถเข้าถึงแอปธนาคาร Nubank และโอนเงินออกจากบัญชีของเธอเป็นจำนวน 49,000 ชิลลิงเคนยา ซึ่งคิดเป็นเงินไทยประมาณ 12,000 กว่าบาท

เลงก์ยืนยันว่า คนร้ายไม่ได้รู้รหัสผ่านของโทรศัพท์ ไม่สามารถใช้ Face ID ของเธอได้ และไม่รู้รหัส PIN สำหรับทำธุรกรรมธนาคาร ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า คนร้ายสามารถเข้าถึงบัญชีทางการเงินของเธอได้อย่างไร

นอกจากนี้ iPhone เครื่องดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการผ่อนชำระ โดยเลงก์ซื้อเครื่องผ่านระบบผ่อนทั้งหมด 12 งวด ทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความเสียหายมากกว่าการสูญเสียโทรศัพท์เพียงอย่างเดียว

เจ้าตัวรีบล็อกเครื่องและติดตามตำแหน่งทันที

หลังรู้ว่าโทรศัพท์ถูกขโมย เลงก์รีบดำเนินการรักษาความปลอดภัยของอุปกรณ์ด้วยการ ล็อกเครื่องจากระยะไกลและเปิดระบบติดตามตำแหน่ง จากนั้นจึงเข้าแจ้งความกับตำรวจในเมืองเซาเปาโล

เธอยังดำเนินการโต้แย้งรายการธุรกรรมกับ Nubank เนื่องจากเป็นการโอนเงินที่เธอไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการ พร้อมพยายามป้องกันไม่ให้คนร้ายสามารถเข้าถึงข้อมูลหรือบัญชีอื่น ๆ ที่เชื่อมโยงกับโทรศัพท์ได้เพิ่มเติม

“แก๊งทุบกระจก” วิธีโจรกรรมที่พบในบราซิล

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเลงก์มีลักษณะตรงกับรูปแบบอาชญากรรมบนท้องถนนในบราซิลที่เรียกว่า “gangue do quebra-vidro” หรือ “แก๊งทุบกระจก” โดยคนร้ายมักเลือกลงมือกับผู้ขับขี่ที่กำลังจอดรถหรือเคลื่อนตัวช้า ๆ ในช่วงรถติด

คนร้ายจะอาศัยจังหวะที่รถหยุดนิ่ง ทุบกระจกและฉกทรัพย์สินที่วางอยู่ภายในรถอย่างรวดเร็ว ก่อนหลบหนีทันที วิธีดังกล่าวทำให้เหยื่อแทบไม่มีเวลาตั้งตัวหรือป้องกันทรัพย์สิน

ผู้เชี่ยวชาญเตือน อย่าวางมือถือในจุดที่มองเห็นจากนอกรถ

กรณีของเลงก์ทำให้เกิดการพูดถึงความปลอดภัยของสมาร์ตโฟนมากขึ้น เพราะโทรศัพท์ในปัจจุบันไม่ได้ใช้เพียงโทรหรือถ่ายภาพ แต่ยังเชื่อมโยงกับ บัญชีธนาคาร ข้อมูลส่วนตัว รหัสผ่าน และตัวตนทางดิจิทัล

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยจึงแนะนำให้ผู้ขับขี่หลีกเลี่ยงการติดโทรศัพท์ไว้ในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นได้ชัดจากภายนอกรถ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่การจราจรติดขัดหรือรถต้องหยุดเป็นเวลานาน

เปิด Stolen Device Protection เพิ่มความปลอดภัยเมื่อมือถือถูกขโมย

สำหรับผู้ใช้อุปกรณ์ Apple ยังสามารถเปิดฟีเจอร์ Stolen Device Protection ซึ่งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในกรณีที่โทรศัพท์ถูกขโมยและถูกนำไปใช้งานจากสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ฟีเจอร์ดังกล่าวสามารถช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงข้อมูลสำคัญบางประเภท แม้คนร้ายจะมีอุปกรณ์อยู่ในมือ

เหตุการณ์ของทาบาตา เลงก์จึงเป็นอีกหนึ่งกรณีที่สะท้อนว่า การสูญเสียสมาร์ตโฟนในปัจจุบันอาจไม่ได้หมายถึงการเสียเพียงอุปกรณ์หนึ่งเครื่อง เพราะภายในโทรศัพท์อาจมีทั้งข้อมูลส่วนตัว บัญชีการเงิน และบริการดิจิทัลจำนวนมากที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน

 

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล